ยูโดคืออะไร? ยูโดมีกี่สาย ประวัติ Kodokan Judo และหลักการฝึกที่พัฒนาร่างกายและจิตใจ
เจาะลึกยูโดจากรากยูยิตสูสู่ Kodokan Judo ของ Jigoro Kano พร้อมหลัก Seiryoku-Zenyo, Jita-Kyoei, Rei, Ukemi, Randori, Kata และเหตุผลที่ยูโดเป็นมากกว่ากีฬาทุ่ม

โดย
ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ (Phoenix)ผู้ก่อตั้งและครูผู้สอน IMAC Dojoอัปเดต 15 ก.ย. 2569
- ผู้เขียน
- ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ (Phoenix)
- เผยแพร่
- ปรับปรุงล่าสุด
- แหล่งข้อมูล
- 7
- เวลาอ่าน
- 15 นาที
คำตอบสั้น ๆ
ยูโด คือ ศิลปะการต่อสู้ญี่ปุ่นและกีฬาโอลิมปิกที่ Jigoro Kano ก่อตั้งในปี 1882 หรือ พ.ศ. 2425 โดยพัฒนาจากยูยิตสูให้เป็นระบบฝึกที่ปลอดภัย มีหลักการ และใช้พลังอย่างมีประสิทธิภาพ จุดเด่นคือการล้มอย่างปลอดภัย การทำลายสมดุล การทุ่ม การกดควบคุม การฝึกมารยาท และการพัฒนาคนผ่านวินัย ความเคารพ และการเติบโตร่วมกัน
สรุปประเด็นสำคัญ
- ยูโดมาจากภาษาญี่ปุ่น 柔道 แปลโดยทั่วไปว่า The Gentle Way หรือวิถีแห่งความอ่อนโยน
- ผู้ก่อตั้งคือ Jigoro Kano นักการศึกษาชาวญี่ปุ่นผู้ก่อตั้ง Kodokan Judo ในปี 1882
- หัวใจของยูโดคือ Seiryoku-Zenyo การใช้พลังให้เกิดประโยชน์สูงสุด และ Jita-Kyoei การเจริญก้าวหน้าร่วมกัน
- ผู้เริ่มต้นต้องเรียน Ukemi หรือการล้มอย่างปลอดภัย ก่อนพัฒนาไปสู่ Kuzushi, Tsukuri, Kake, Randori และ Kata
- ยูโดเหมาะกับเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้หญิง ผู้เริ่มต้น และผู้ที่ต้องการพื้นฐานการป้องกันตัวระยะประชิด
ยูโดไม่ได้สอนให้เราเอาชนะแค่คู่ต่อสู้ แต่สอนให้รู้จักแรง จังหวะ สมดุล ความเคารพ และการลุกขึ้นใหม่อย่างปลอดภัยทุกครั้งที่ล้ม
สำหรับคนที่เริ่มสนใจศิลปะการต่อสู้ คำถามว่า ยูโด (Judo) คืออะไร มักเริ่มจากภาพของคนใส่ชุดขาวจับคอเสื้อ ทุ่มลงเบาะ หรือแข่งขันในโอลิมปิก แต่เมื่อมองให้ลึก ยูโดคือระบบการศึกษาร่างกายและจิตใจที่ถูกออกแบบอย่างละเอียด
บทความนี้ใช้แนวข้อมูลจาก Kodokan, All Japan Judo Federation และ International Judo Federation เป็นฐาน แล้วเชื่อมกลับมาสู่คำถามของผู้เริ่มต้นในไทย เช่น ไม่มีพื้นฐานเรียนยูโดได้ไหม ยูโดช่วยป้องกันตัวได้ไหม และถ้าจะเรียนยูโด กรุงเทพฯ ควรดูอะไรบ้าง
สารบัญบทความ
ยูโดคืออะไร และทำไมจึงเรียกว่า The Gentle Way?
ยูโด หรือ Judo เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า 柔道 โดย 柔 / Ju หมายถึงความอ่อน ความยืดหยุ่น และการไม่ปะทะแบบแข็งทื่อ ส่วน 道 / Do หมายถึงวิถีหรือหนทางแห่งการฝึกตน ดังนั้น ยูโดคืออะไร จึงตอบได้ว่าเป็นทั้งศิลปะการต่อสู้ กีฬา และวิถีการพัฒนามนุษย์ผ่านการใช้แรง จังหวะ สมดุล และปัญญา
คำว่าอ่อนโยนในยูโดไม่ได้แปลว่าอ่อนแอ แต่หมายถึงการรู้จักใช้แรงของตนเองและแรงของคู่ฝึกอย่างมีเหตุผล หากคู่ต่อสู้ดันมา เราอาจดึง หากคู่ต่อสู้ดึง เราอาจตามแรงแล้วเปลี่ยนทิศ เมื่อเขาเสียสมดุลจึงเข้าทุ่มหรือควบคุม นี่คือเหตุผลที่ยูโดให้คุณค่ากับการเข้าใจร่างกายมากกว่าการใช้กำลังปะทะตรง ๆ
| คำ | ความหมาย | สิ่งที่สะท้อนในการฝึก |
|---|---|---|
| Ju / 柔 | อ่อน ยืดหยุ่น ไม่ฝืนแรง | ใช้จังหวะ สมดุล และทิศทางเพื่อแก้ปัญหา |
| Do / 道 | วิถี หนทาง | ฝึกตนเองทั้งกาย ใจ วินัย และมารยาท |
Jigoro Kano คือใคร?
Jigoro Kano หรือ คาโนะ จิโกะโระ คือผู้ก่อตั้งยูโดและเป็นนักการศึกษาคนสำคัญของญี่ปุ่นสมัยใหม่ ท่านเกิดในปี 1860 ช่วงญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคเมจิ ซึ่งเป็นยุคที่ประเทศปฏิรูปการศึกษา กองทัพ และสังคมอย่างรวดเร็ว
คำถามว่า Jigoro Kano คือใคร จึงไม่ควรตอบแค่ว่าเป็นผู้สร้างกีฬายูโด แต่ควรมองว่า Kano คือคนที่นำวิชาต่อสู้ดั้งเดิมมาจัดระบบใหม่ให้ปลอดภัย เหมาะกับการศึกษา และใช้สร้างคนที่แข็งแรง มีเหตุผล มีวินัย และรับผิดชอบต่อสังคม
ในวัยเด็ก Kano ไม่ใช่คนตัวใหญ่ ท่านสนใจยิวยิตสูเพื่อพัฒนาร่างกายและป้องกันตัว แต่สิ่งที่ทำให้ Kano แตกต่างคือการถามหาเหตุผลเบื้องหลังเทคนิค ไม่ใช่เพียงจำท่า ท่านศึกษาทั้ง Tenjin Shinyo-ryu และ Kito-ryu แล้วคัดเลือก ปรับปรุง และตัดสิ่งที่อันตรายเกินไปออก เพื่อให้ฝึกซ้ำได้จริงในระบบการศึกษา
Kodokan Judo คืออะไร?
Kodokan Judo คือระบบยูโดดั้งเดิมที่ Jigoro Kano ก่อตั้งขึ้นในปี 1882 โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ Kodokan ในโตเกียว คำว่า Kodokan เขียนว่า 講道館 แปลโดยรวมได้ว่า สถานที่สำหรับสอนวิถี หรือสำนักที่ถ่ายทอดหนทางแห่งการฝึกตน
ถ้าถามว่า Kodokan Judo คืออะไร คำตอบคือรากฐานมาตรฐานของยูโดโลก ทั้งด้านเทคนิค คาตะ รันโดริ ระบบครู มารยาท และปรัชญา ผู้สนใจประวัติจากแหล่งต้นทางสามารถอ่านเพิ่มเติมที่ Kodokan official site ซึ่งเป็นแหล่งอ้างอิงหลักของยูโดดั้งเดิม
| Jujutsu | Judo |
|---|---|
| เน้นเทคนิคการต่อสู้ตามสำนักดั้งเดิม | จัดระบบเป็นวิถีฝึกตนที่ปลอดภัยและสอนได้ในวงกว้าง |
| บางเทคนิคอันตรายและฝึกเต็มรูปแบบได้ยาก | เลือกเทคนิคที่ฝึกซ้ำได้จริง มี Ukemi, Randori และ Kata |
| มุ่งเอาตัวรอดหรือเอาชนะในบริบทการต่อสู้ | มุ่งพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย และการอยู่ร่วมกัน |
หลัก Seiryoku-Zenyo และ Jita-Kyoei
Seiryoku-Zenyo คือหลักการใช้พลังให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในเชิงเทคนิคหมายถึงไม่ใช้แรงเปลือง ไม่ฝืนทิศทาง และรู้จักเลือกจังหวะที่เหมาะสม ในชีวิตประจำวันหมายถึงการจัดการพลัง เวลา และความคิดให้มีประสิทธิภาพ
Jita-Kyoei คือการเจริญก้าวหน้าร่วมกัน ยูโดต้องมีคู่ฝึก เราพัฒนาได้เพราะมีคนช่วยจับ ช่วยล้ม ช่วยสังเกต และช่วยเตือนเรื่องความปลอดภัย หลักนี้ทำให้ยูโดต่างจากการออกกำลังเดี่ยว เพราะผู้ฝึกต้องรับผิดชอบต่อคนตรงหน้าเสมอ
เมื่อใช้แรงอย่างมีประสิทธิภาพ และฝึกเพื่อให้ทั้งตนเองกับคู่ฝึกดีขึ้น ยูโดจึงกลายเป็นวิชาที่สอนทั้งเทคนิคและคุณธรรมไปพร้อมกัน
Ukemi, Kuzushi, Tsukuri, Kake: โครงสร้างพื้นฐานที่ผู้เริ่มต้นต้องเข้าใจ
ผู้เริ่มเรียนยูโดควรเริ่มจาก Ukemi หรือการล้มอย่างปลอดภัยก่อนเสมอ เพราะยูโดเป็นวิชาที่มีการทุ่มและการเสียสมดุล หากล้มเป็น ผู้เรียนจะกล้าฝึก ลดความกลัว และลดความเสี่ยงบาดเจ็บ
- Kuzushi: การทำลายสมดุลของคู่ฝึก
- Tsukuri: การจัดตำแหน่งร่างกายเพื่อเข้าท่า
- Kake: การใช้เทคนิคให้สำเร็จอย่างควบคุมได้
- Randori: การฝึกอิสระที่มีการต้านจริงในระดับปลอดภัย
- Kata: แบบแผนเทคนิคที่ช่วยรักษาหลักการและความละเอียดของยูโด
หลักเหล่านี้ทำให้ หลักการฝึกยูโด ไม่ใช่แค่การทุ่มให้แรง แต่เป็นการเข้าใจลำดับเหตุผลของการเคลื่อนไหว ตั้งแต่สร้างความปลอดภัย ทำลายสมดุล เข้าตำแหน่ง และใช้เทคนิคด้วยการควบคุม
เรียนยูโดได้อะไร และเหมาะกับใคร?
หลายคนเริ่มจากคำถามว่า เรียนยูโดได้อะไร คำตอบคือได้มากกว่าทักษะการทุ่ม ยูโดช่วยพัฒนาความแข็งแรง การทรงตัว ความคล่องตัว สมาธิ วินัย การควบคุมอารมณ์ และความมั่นใจเมื่อต้องเผชิญแรงกดดัน
| กลุ่มผู้เรียน | ประโยชน์เด่น |
|---|---|
| เด็ก | วินัย สมาธิ การเคารพกติกา การล้มอย่างปลอดภัย และความมั่นใจ |
| ผู้ใหญ่ | ฟิตเนสจริงจัง การจับระยะประชิด การควบคุมแรง และการจัดการความเครียด |
| ผู้หญิงและผู้เริ่มต้น | พื้นฐานป้องกันตัว การทรงตัว และความเข้าใจเรื่องความปลอดภัย |
| ผู้สูงอายุ | ควรฝึกแบบปรับระดับ เน้นการเคลื่อนไหว การทรงตัว และ Ukemi ภายใต้ครูที่ดูแลใกล้ชิด |
ยูโดกับการป้องกันตัวในชีวิตจริง
ยูโดช่วยป้องกันตัวได้ดีในสถานการณ์ระยะประชิด เช่น ถูกจับ ดึง ผลัก กอด หรือทำให้เสียหลัก จุดเด่นคือการทรงตัว การล้มเป็น การควบคุมคนที่เข้ามาประชิด และการใช้แรงคู่ต่อสู้โดยไม่ต้องแลกหมัด
อย่างไรก็ตาม การป้องกันตัวจริงไม่ได้มีแค่เทคนิค ผู้เรียนต้องเข้าใจการหลีกเลี่ยงสถานการณ์ การขอความช่วยเหลือ กฎหมาย และการหนีเมื่อทำได้ ยูโดจึงเป็นพื้นฐานที่ดีมาก แต่ควรอยู่ในกรอบความปลอดภัยและความรับผิดชอบ
จากยูยิตสูสู่ยูโด: ทำไมคาโนะเปลี่ยนเทคนิคให้กลายเป็นวิถี
จุดที่ทำให้ ประวัติยูโด น่าสนใจคือ Jigoro Kano ไม่ได้สร้างวิชาใหม่จากศูนย์ แต่ศึกษายูยิตสูสาย Tenjin Shinyo-ryu และ Kito-ryu แล้วคัดเลือกจุดแข็งมาจัดระบบใหม่ เขาตัดส่วนที่อันตรายเกินไปสำหรับการฝึกซ้ำ เพิ่มหลักความปลอดภัย และยกระดับจากคำว่า jutsu หรือเทคนิค ไปสู่ do หรือวิถีในการพัฒนาคน
นี่คือเหตุผลที่คำถามว่า Jigoro Kano คือใคร ไม่ควรตอบแค่ผู้ก่อตั้งยูโด แต่ควรมองว่าเขาเป็นนักการศึกษาที่ใช้ศิลปะการต่อสู้เป็นเครื่องมือสร้างคนให้แข็งแรงขึ้น มีเหตุผลขึ้น และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ดีขึ้น
แหล่งข้อมูลของ All Japan Judo Federation ช่วยย้ำมุมนี้ได้ดี เพราะเนื้อหาสำหรับผู้เริ่มต้นไม่ได้พูดถึงการแข่งขันอย่างเดียว แต่พูดถึงสิ่งที่ผู้เรียนได้รับจากยูโด การเริ่มต้นอย่างปลอดภัย และการใช้ Ukemi หรือการล้มอย่างปลอดภัย เป็นพื้นฐานสำคัญก่อนเข้าเทคนิคที่หนักขึ้น
Rei, Randori และ Kata: ยูโดไม่ใช่แค่การแข่งขัน
ในมุมของ Kodokan คำว่า Rei หรือมารยาทไม่ใช่พิธีการสวยงามภายนอก แต่เป็นกลไกที่ทำให้การฝึกไม่กลายเป็นความรุนแรงต่อความรุนแรง การคำนับคือการยืนยันว่าคู่ฝึกคือคนที่ช่วยให้เราเรียนรู้ ไม่ใช่ศัตรูที่ต้องทำลาย
Randori คือการฝึกแบบอิสระที่มีแรงต้านจริง ผู้เรียนได้ทดสอบจังหวะ สมดุล การจับ และการตัดสินใจ ส่วน Kata คือแบบแผนที่รักษาหลักการของเทคนิคให้ชัดเจน ทั้งสองอย่างทำให้ Kodokan Judo เป็นมากกว่ากีฬาชิงคะแนน เพราะยังเป็นระบบเรียนรู้หลักการของร่างกาย ความปลอดภัย และการควบคุมตนเอง
ผู้ที่อยากดูภาพรวมจากองค์กรระดับนานาชาติสามารถอ่านเพิ่มที่ International Judo Federation history ซึ่งอธิบายยูโดในฐานะศิลปะการต่อสู้ กีฬา และแนวทางการศึกษาที่พัฒนาร่างกาย จิตใจ และลักษณะนิสัยไปพร้อมกัน
เทคนิคยูโดมีกี่ประเภท?
ยูโดไม่ได้มีแค่ทุ่มอย่างเดียว แหล่งข้อมูล Kodokan แบ่งชื่อเทคนิคอย่างเป็นระบบ โดยมี Nage-waza หรือเทคนิคทุ่ม 68 ท่า และ Katame-waza หรือเทคนิคควบคุม 32 ท่า รวม 100 เทคนิคหลัก รายละเอียดนี้ช่วยให้เข้าใจว่า ยูโดคืออะไร ในเชิงระบบ ไม่ใช่แค่ภาพจำของการจับทุ่มบนเบาะ
| กลุ่มเทคนิค | จำนวน/ตัวอย่าง | สิ่งที่ผู้เรียนควรเข้าใจ |
|---|---|---|
| Nage-waza | 68 ท่า เช่น ท่าทุ่มด้วยมือ เอว ขา และท่าทิ้งตัว | ไม่ใช่ทุ่มด้วยแรงอย่างเดียว แต่ใช้ Kuzushi, Tsukuri และ Kake ร่วมกัน |
| Katame-waza | 32 ท่า เช่น ท่ากด ท่ารัดคอ และท่าล็อกข้อ | ช่วยให้เข้าใจการควบคุมระยะประชิดและการควบคุมบนพื้นอย่างมีระบบ |
| Ukemi | การรับแรงและการล้มอย่างปลอดภัย | เป็นพื้นฐานก่อนฝึกทุ่มหรือซ้อมกับคู่ฝึกจริง |
ผู้ที่ต้องการดูรายชื่อเทคนิคจากต้นทางสามารถอ่านเพิ่มได้ที่ Kodokan Names of Judo Techniques ซึ่งแจกแจงหมวด Nage-waza และ Katame-waza อย่างเป็นทางการ
ท่ายูโดที่ฝึกจริงในคลาสของ IMAC Dojo
หลักสูตรยูโดของ IMAC Dojo เรียงเป็น Level 1 ถึง Level 7 ท่าทุ่มเริ่มจาก Ippon Seoi Nage, O Goshi และ Koshi Guruma แล้วต่อยอดสู่ Harai Goshi, O Uchi Gari, Uchi Mata, Tai Otoshi, De Ashi Barai, Tomoe Nage และ Kata Guruma ส่วนเทคนิคควบคุมบนพื้นเริ่มจาก Kesa Gatame, Yoko Shiho Gatame, Kami Shiho Gatame และ Tate Shiho Gatame แล้วจึงเข้าสู่ท่าล็อกแขนอย่าง Ude Hishigi Juji Gatame และท่ารัดคออย่าง Hadaka Jime, Okuri Eri Jime และ Kata Ha Jime ส่วน Ukemi ที่ต้องฝึกก่อนทุกอย่างมีสี่รูปแบบพื้นฐาน คือ Ushiro-ukemi, Yoko-ukemi, Mae-ukemi และ Mae-mawari-ukemi
ยูโดมีกี่สาย? สายยูโดและเส้นทางสอบเลื่อนสายที่ IMAC Dojo
เส้นทางสอบเลื่อนสายของโดโจไล่จากสายขาวไปสายเขียว สายฟ้า สายน้ำตาล และสายดำ แต่ละขั้นมีเกณฑ์เทคนิคของตัวเอง สายขาวขึ้นสายเขียวประเมิน Rei, Ukemi, Uchikomi, ท่าทุ่มพื้นฐาน เทคนิคภาคพื้น และ Kata-Randori สายเขียวขึ้นสายฟ้าเพิ่ม Mae Mawari Ukemi, Harai Goshi, O Uchi Gari, Kata Gatame และ Okuri Eri Jime สายฟ้าขึ้นสายน้ำตาลใช้เกณฑ์การแข่งขันหรือสะสมผลตามมาตรฐานที่กำหนด และสายน้ำตาลปลายดำขึ้นสายดำขั้น 1 ต้องครองสายตามระยะเวลา อายุถึงเกณฑ์ และสอบทั้ง Tachi-waza, Shime-waza, Kansetsu-waza, Ne-waza และ Nage-no-kata
ไม่มีพื้นฐานเรียนยูโดได้ไหม?
คำถามว่า ไม่มีพื้นฐานเรียนยูโดได้ไหม ตอบได้ว่าเริ่มได้ แต่ต้องเริ่มในระบบที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ไม่ใช่กระโดดเข้า Randori หนักตั้งแต่วันแรก ผู้เริ่มต้นควรเริ่มจากมารยาทบนเบาะ การเคลื่อนไหว การจับ การทรงตัว และ Ukemi ก่อนฝึกท่าทุ่มเต็มรูปแบบ
All Japan Judo Federation มีหน้า 柔道をはじめる สำหรับผู้ที่อยากเริ่มเรียนยูโด ซึ่งสะท้อนว่าการเริ่มต้นที่ดีควรให้ผู้เรียนเข้าใจทั้งประโยชน์ วิธีฝึก และความปลอดภัย ไม่ใช่จำท่าทุ่มอย่างเดียว
ในเชิงป้องกันตัว ยูโดช่วยป้องกันตัวได้ไหม คำตอบคือช่วยได้มากในระยะประชิด เช่น ถูกจับ ดึง ผลัก หรือเสียหลัก เพราะยูโดสอนการรับแรง การทรงตัว การควบคุม และการล้มอย่างปลอดภัย แต่ไม่ควรโฆษณาเกินจริงว่าวิชาเดียวจะแก้ได้ทุกสถานการณ์ เป้าหมายที่ดีคือเพิ่มโอกาสเอาตัวรอดและออกจากสถานการณ์อย่างมีสติ
ยูโดมีกี่สาย? ระบบ Kyu และ Dan กับลำดับสายที่ใช้จริง
คำถามที่ตามมาหลังคำว่า ยูโด คือ อะไร มักเป็นคำว่า ยูโดมีกี่สาย คำตอบมีสองชั้นเหมือนกับคาราเต้ ชั้นแรกคือระบบระดับซึ่งเป็นตัวเลข ชั้นที่สองคือสีของเข็มขัดซึ่งแต่ละองค์กรกำหนดเอง ความสับสนเกือบทั้งหมดเกิดจากการเอาสองชั้นนี้มาปนกัน โครงสร้างเดียวกันนี้อธิบายไว้แล้วในบทความคาราเต้คืออะไร
ชั้นแรก ยูโดใช้คำสองคำคือ Kyu กับ Dan ผู้ที่ยังไม่ถึงสายดำอยู่ในระดับ Kyu ซึ่งนับถอยหลังจากเลขมากลงมาหา Kyu 1 จากนั้นจึงเข้าสู่ Dan ที่นับขึ้นไป โครงสร้างนี้มาจากระบบของ Kodokan และถูกนำไปใช้ต่อในสหพันธ์ยูโดทั่วโลก
ชั้นที่สองคือสิ่งที่ตอบเป็นตัวเลขกลางไม่ได้ ไม่มีมาตรฐานสีเดียวที่ใช้ร่วมกันทั้งโลก จำนวนขั้นและลำดับสีต่างกันไปตามประเทศและองค์กร สายเขียวขององค์กรหนึ่งจึงไม่ได้เท่ากับสายเขียวขององค์กรอื่นโดยอัตโนมัติ เวลาเทียบระดับกับใครจึงต้องถามก่อนว่าเป็นระบบขององค์กรใด
เพื่อให้เห็นภาพจริงแทนตัวเลขลอย ๆ ลำดับที่ คลาสยูโดของ IMAC Dojo ใช้สอบจริงไล่จากสายขาวไปสายเขียว สายฟ้า สายน้ำตาล และสายดำ แต่ละขั้นมีเกณฑ์เทคนิคของตัวเอง สายขาวขึ้นสายเขียวประเมิน Rei, Ukemi, Uchikomi, ท่าทุ่มพื้นฐาน เทคนิคภาคพื้น และ Kata-Randori สายเขียวขึ้นสายฟ้าเพิ่ม Mae Mawari Ukemi, Harai Goshi, O Uchi Gari, Kata Gatame และ Okuri Eri Jime ส่วนสายน้ำตาลปลายดำขึ้นสายดำขั้น 1 ต้องครองสายตามระยะเวลา อายุถึงเกณฑ์ และสอบทั้ง Tachi-waza, Shime-waza, Kansetsu-waza, Ne-waza และ Nage-no-kata
สายดำจึงไม่ใช่เส้นชัย แต่เป็นจุดที่การฝึกเปลี่ยนโหมด และเกณฑ์ที่ใช้ตัดสินก็ต่างกันระหว่างสนามในประเทศกับสนามที่ญี่ปุ่น ซึ่งเทียบไว้แล้วในบทความกติกาแข่งขันยูโดญี่ปุ่นกับไทย
เรียนยูโด กรุงเทพฯ ที่ IMAC Judo Academy
สำหรับผู้ที่กำลังมองหา เรียนยูโด กรุงเทพฯ IMAC Dojo มีหลักสูตร IMAC Judo Academy ที่เน้นพื้นฐาน ความปลอดภัย Ukemi มารยาท การฝึกเป็นลำดับ และการพัฒนาได้จริงทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้เริ่มต้น
ผู้สนใจสามารถอ่านประวัติ ครูผู้สอน IMAC Dojo และดู บทความศิลปะการต่อสู้ IMAC Dojo เพื่อเลือกแนวทางฝึกที่เหมาะกับเป้าหมายของตนเอง
ถ้าเป้าหมายหลักคือการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะผู้เริ่มต้นหรือผู้หญิงที่อยากฝึกอย่างปลอดภัย สามารถอ่านหน้า เรียนป้องกันตัวผู้หญิง เพื่อเปรียบเทียบว่า Wing Chun, Judo และ Karate ช่วยกันวางพื้นฐานป้องกันตัวอย่างไร
สำหรับมุมมองสากลเกี่ยวกับประวัติและวัฒนธรรมยูโด อ่านเพิ่มได้จาก International Judo Federation และข้อมูลในประเทศไทยจาก Judo Association of Thailand เพื่อเปรียบเทียบภาพรวมของยูโดในระดับสากลและในประเทศ
ถ้ายังไม่แน่ใจว่ายูโดคือวิชาที่ใช่สำหรับตัวเอง อ่านภาพรวมของแต่ละแขนงและเกณฑ์การเลือกได้ที่ ศิลปะการต่อสู้มีอะไรบ้าง ก่อนตัดสินใจ และถ้าคิดจะไปลงแข่งที่ญี่ปุ่น อ่านเรื่องกติกาที่ต่างกันได้ที่ กติกาแข่งขันยูโดที่ญี่ปุ่นกับไทย
อ่านต่อ: Jujitsu กับ BJJ ต่างกันอย่างไร ในมุมมองผู้เฝ้ามองการเติบโตของทั้งสองวิชา
ดูรายละเอียดคอร์ส Judo Thailand ที่ IMAC Dojoเรื่องเล่าตำนาน Dr. Jigoro Kano ผู้สร้างกีฬา ยูโด Judo 柔道
วิดีโอจากช่อง IMAC Dojo เล่าเรื่อง Dr. Jigoro Kano ผู้สร้างกีฬายูโด
วิดีโอเผยแพร่
แหล่งข้อมูลและอ่านเพิ่มเติม
- Kodokan official siteทางการ
- Ukemiทางการ
- International Judo Federation historyทางการ
- Kodokan Names of Judo Techniquesทางการ
- 柔道をはじめるทางการ
- International Judo Federationทางการ
- Judo Association of Thailandแหล่งหลัก
คำถามที่พบบ่อย
ยูโดคืออะไร?
ยูโดคือศิลปะการต่อสู้และกีฬาญี่ปุ่นที่ก่อตั้งโดย Jigoro Kano โดยพัฒนาจากยิวยิตสูดั้งเดิม จุดเด่นคือการทุ่ม การทำลายสมดุล การกดควบคุม และการใช้พลังอย่างมีประสิทธิภาพ
Jigoro Kano คือใคร?
Jigoro Kano คือผู้ก่อตั้งยูโดและ Kodokan Judo ท่านเป็นนักการศึกษาชาวญี่ปุ่นที่ใช้ศิลปะการต่อสู้เป็นเครื่องมือพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย และคุณธรรม
Kodokan Judo คืออะไร?
Kodokan Judo คือระบบยูโดดั้งเดิมที่ Kano ก่อตั้งในปี 1882 และเป็นรากฐานมาตรฐานของยูโดโลกทั้งด้านเทคนิค คาตะ รันโดริ และปรัชญา
ยูโดต่างจากยิวยิตสูอย่างไร?
ยูโดพัฒนาจากยิวยิตสู แต่ถูกจัดระบบใหม่ให้ปลอดภัย เหมาะกับการศึกษา และฝึกซ้ำได้จริง โดยเน้นทั้งกีฬา การป้องกันตัว และการพัฒนาชีวิต
Seiryoku-Zenyo คืออะไร?
Seiryoku-Zenyo คือหลักการใช้พลังให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นหัวใจของยูโดทั้งในเชิงเทคนิคและการใช้ชีวิต
Jita-Kyoei คืออะไร?
Jita-Kyoei คือหลักการเจริญก้าวหน้าร่วมกัน หมายถึงการฝึกที่ทำให้ทั้งตนเองและคู่ฝึกพัฒนาพร้อมกัน
ยูโดเหมาะกับเด็กไหม?
เหมาะ หากเรียนกับครูที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ยูโดช่วยเด็กเรื่องวินัย สมาธิ ความมั่นใจ การควบคุมร่างกาย และการเคารพผู้อื่น
เรียนยูโดเพื่อป้องกันตัวได้ไหม?
ได้ โดยเฉพาะสถานการณ์ระยะประชิด เช่น ถูกจับ ดึง ผลัก หรือเสียหลัก แต่ควรเรียนร่วมกับความเข้าใจเรื่องการหลีกเลี่ยงสถานการณ์และความปลอดภัย
ไม่มีพื้นฐานเรียนยูโดได้ไหม?
เรียนได้ ผู้เริ่มต้นควรเริ่มจากมารยาทบนเบาะ การทรงตัว การเคลื่อนไหว การจับ และ Ukemi หรือการล้มอย่างปลอดภัย ก่อนพัฒนาไปสู่ท่าทุ่มและการซ้อมแบบ Randori
ยูโดมีแค่ท่าทุ่มหรือไม่?
ไม่ใช่ ยูโดมีทั้ง Nage-waza หรือท่าทุ่ม, Katame-waza หรือท่าควบคุมบนพื้น, Ukemi, Randori, Kata และมารยาทการฝึกที่ช่วยพัฒนาทั้งร่างกายและจิตใจ
ท่ายูโดมีอะไรบ้าง?
ท่ายูโดแบ่งเป็น Nage-waza ท่าทุ่ม และ Katame-waza ท่าควบคุมบนพื้น โดยมี Ukemi หรือการล้มเป็นพื้นฐานที่ต้องฝึกก่อน ในคลาสของ IMAC Dojo ท่าทุ่มเริ่มจาก Ippon Seoi Nage, O Goshi และ Koshi Guruma แล้วต่อยอดสู่ Harai Goshi, O Uchi Gari, Uchi Mata และ Tomoe Nage ส่วนภาคพื้นเริ่มจาก Kesa Gatame และ Yoko Shiho Gatame ก่อนเข้าสู่ Ude Hishigi Juji Gatame และ Hadaka Jime
ยูโดภาษาอังกฤษเขียนอย่างไร และแปลว่าอะไร?
เขียนว่า Judo ส่วนภาษาญี่ปุ่นเขียนว่า 柔道 โดย 柔 หรือ Ju หมายถึงความอ่อนและความยืดหยุ่น และ 道 หรือ Do หมายถึงวิถีของการฝึกตน รวมกันจึงมักแปลว่าวิถีแห่งความอ่อนโยน คำว่าอ่อนโยนในที่นี้ไม่ได้แปลว่าอ่อนแอ แต่หมายถึงการใช้แรงและจังหวะอย่างมีเหตุผลแทนการปะทะตรง ๆ
ยูโดมาจากประเทศอะไร?
มาจากประเทศญี่ปุ่น Jigoro Kano ก่อตั้ง Kodokan Judo ขึ้นในปี 1882 โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ Kodokan ในกรุงโตเกียว ท่านพัฒนาต่อยอดจากวิชายูยิตสูดั้งเดิม แล้วจัดระบบให้เป็นวิถีฝึกตนที่ปลอดภัยและสอนได้ในวงกว้าง
ยูโด คือ กีฬาหรือศิลปะการต่อสู้?
เป็นทั้งสองอย่าง ยูโด คือ ศิลปะการต่อสู้ญี่ปุ่นที่ Jigoro Kano ก่อตั้งในปี 1882 และเป็นกีฬาโอลิมปิกด้วย การฝึกในโดโจจึงมีทั้งส่วนที่เตรียมสำหรับการแข่งขันตามกติกา และส่วนที่เป็นการฝึกตนตามหลัก Seiryoku-Zenyo และ Jita-Kyoei ซึ่งไม่ได้วัดกันที่ผลแพ้ชนะ
ยูโดมีกี่สาย และเลื่อนสายอย่างไร?
เส้นทางสอบเลื่อนสายของ IMAC Dojo ไล่จากสายขาวไปสายเขียว สายฟ้า สายน้ำตาล และสายดำ แต่ละขั้นมีเกณฑ์เทคนิคของตัวเอง ตั้งแต่ Rei, Ukemi และ Uchikomi ในขั้นต้น ไปจนถึงการสอบ Tachi-waza, Shime-waza, Kansetsu-waza, Ne-waza และ Nage-no-kata สำหรับสายดำขั้น 1 ซึ่งยังกำหนดระยะเวลาครองสายและอายุขั้นต่ำด้วย
อยากเริ่มเรียนศิลปะการต่อสู้?
ส่งข้อความหา IMAC Dojo เพื่อปรึกษาว่าหลักสูตรไหนเหมาะกับอายุ เป้าหมาย และพื้นฐานของผู้เรียน
สอบถามผ่าน LINE Official

