ช่วงอายุ
เน้นอายุ 25–60 ปี
Official Dojo Website - Bangkok
Course Detail
หย่งชุน แซมโบ้ (Wing Chun Sambo) ป้องกันตัวครบทุกระยะ ใช้ Wing Chun เป็นแกนระยะประชิด และเพิ่มหลักจากมวยไทย คาราเต้ ยูโด แซมโบ้ และยิวยิตสูให้ครบทุกระยะ ตั้งแต่ระยะไกล การกอดรัด การทุ่ม ถึงการควบคุมบนพื้น

Dojo Legacy
ข้อมูลก่อนเริ่มเรียน
ช่วงอายุ
เน้นอายุ 25–60 ปี
วันเรียน
พุธ 19.00 น.
ค่าเรียน
1,500 บาท/เดือน
พื้นฐาน
ผู้เริ่มต้นเรียนได้
รูปแบบ
Group / Private
สถานที่
ลาดพร้าว 101 กรุงเทพฯ
สิ่งที่คอร์สนี้ช่วยพัฒนา
Wing Chun เป็นรากฐาน แต่การป้องกันตัวเกิดขึ้นได้ทุกระยะ IMAC Dojo จึงสร้างหลักสูตรที่เชื่อมการต่อสู้ตั้งแต่ระยะไกล ระยะประชิด การกอดรัด การทุ่ม ไปจนถึงการควบคุมบนพื้น โดยมวยหย่งชุนสายยิปมันยังเป็นแกนของระยะประชิดเช่นเดิม
Strike • Close Range • Clinch • Takedown • Ground Control ทุกศาสตร์ถูกจัดเป็นหลักสูตรเดียวและวัดผลด้วยการสอบของสำนัก ไม่ต้องเป็นนักมวยก่อนมาเรียน เริ่มจากพื้นฐานและเพิ่มแรงต้านตามระดับของผู้เรียน
เหมาะกับใคร
สิ่งที่ผู้เรียนจะได้จากหย่งชุน แซมโบ้
Instructor Team
Wing Chun Sambo
สถานการณ์จริงไม่ได้เกิดขึ้นในระยะเดียว หลักสูตรจึงเรียงการฝึกตามระยะที่สถานการณ์มักเปลี่ยนไป และยืมจุดเด่นของศาสตร์ที่ออกแบบมาเพื่อระยะนั้นโดยเฉพาะ
DISTANCE
มวยไทย · คาราเต้
การเคลื่อนที่ การรักษาระยะ และการใช้อาวุธจากระยะไกล เช่น การเตะและการตอบโต้ ก่อนที่อีกฝ่ายจะเข้าประชิด
CLOSE RANGE
Wing Chun
แกนหลัก Wing Chun
โครงสร้าง เส้นกลาง การควบคุมแขน หมัดตรงต่อเนื่อง Chi Sao และการควบคุมข้อต่อในแบบฝึกที่ปลอดภัย
CLINCH
มวยไทย
การควบคุมคอและลำตัว การรักษาสมดุล การป้องกันการถูกดึงหรือผลัก และการใช้เข่าอย่างควบคุม
TAKEDOWN
ยูโด · แซมโบ้
การทำลายสมดุล การทุ่ม การป้องกันการถูกพาล้ม และการล้มอย่างปลอดภัย ซึ่งสอนก่อนการทุ่มเสมอ
GROUND
ยูโด · ยิวยิตสู
การรักษาตำแหน่ง การหลุดจากตำแหน่งเสียเปรียบ การล็อกข้อต่อ และการกลับขึ้นมายืน
เป้าหมายของการป้องกันตัวไม่ใช่การต่อสู้ให้นานที่สุด แต่คือการรักษาความปลอดภัย ควบคุมสถานการณ์เท่าที่จำเป็น และสร้างโอกาสออกจากอันตราย
Schedule & Pricing
อัปเดตล่าสุด 5 กันยายน 2569
วันพุธ 19.00–20.30 น.
1,500 บาท/เดือน
4 ครั้งต่อเดือน กรณีหยุดไม่มีชดเชย
จันทร์–พฤหัสบดี 14.00–21.00 น.
1,000 บาท/คน/ชั่วโมง
นัดหมายล่วงหน้าผ่าน LINE Official
Equipment
ข้อมูลชุดฝึกสำหรับเตรียมตัวก่อนเริ่มเรียน
Course Detail
หวิงชุน (Wing Chun) เป็นวิชาเดียวกับที่คนไทยเรียกกันหลายแบบว่า วิงชุน หย่งชุน หยงชุน หมัดหย่งชุน หรือ หวิ่งชุน ทั้งหมดคือการถอดเสียงชื่อ 咏春 ในภาษาจีนคนละสำเนียง โดยบางสำนักสะกดเป็นอักษรโรมันตามสำเนียงกวางตุ้งว่า Ving Tsun หน้านี้ใช้คำว่า มวยหย่งชุน เป็นหลัก แต่ไม่ว่าคุณจะค้นหาด้วยคำสะกดแบบไหน ก็หมายถึงวิชาเดียวกันนี้
หลักสูตรหย่งชุน แซมโบ้ (Wing Chun Sambo) ของ IMAC Dojo ตั้งอยู่บนแนวคิดเดียว คือ Wing Chun เป็นรากฐาน แต่การป้องกันตัวเกิดขึ้นได้ทุกระยะ เราจึงสร้างหลักสูตรที่เชื่อมการต่อสู้ตั้งแต่ระยะไกล ระยะประชิด การกอดรัด การทุ่ม ไปจนถึงการควบคุมบนพื้นให้อยู่ในระบบเดียว
สถานการณ์จริงไม่ได้เกิดขึ้นในระยะเดียว ผู้เรียนจึงควรเข้าใจการป้องกันตัวตั้งแต่การรักษาระยะ การเข้าระยะ การต่อสู้ระยะประชิด การกอดรัด การทุ่ม จนถึงการควบคุมบนพื้น หลักสูตรไม่ได้อ้างว่าเทคนิคทั้งหมดเป็นมวยหย่งชุน แต่จัดหลักจาก Wing Chun, มวยไทย, คาราเต้, ยูโด, แซมโบ้ (Sambo กีฬาต่อสู้ของรัสเซียที่รวมหลักยูโดกับมวยปล้ำพื้นถิ่น สายคอมแบทมีทั้งต่อย เตะ ทุ่ม และล็อก) และยิวยิตสู ให้เป็นระบบตามระยะและสถานการณ์ โดยเลือกจุดเด่นของแต่ละศาสตร์มาใช้ให้ผู้เรียนมีเครื่องมือหลากหลายขึ้น
แกนของการต่อสู้ระยะประชิดยังคงเป็นมวยหย่งชุนสายยิปมันเช่นเดิม ครูผู้สอนเป็นศิษย์สายตรงในสายวิชาของอาจารย์ยิปมัน โดยได้รับการถ่ายทอดจากอาจารย์ผู้สืบทอดที่เมืองซีอาน ประเทศจีน แล้วนำประสบการณ์การศึกษาอย่างเป็นระบบนั้นมาจัดลำดับการฝึกจากพื้นฐานไปสู่การประยุกต์ และสื่อสารได้ทั้งภาษาไทยและภาษาจีน
เป้าหมายของหลักสูตรคือสุขภาพ การเคลื่อนไหว ความมั่นใจ และความสามารถในการป้องกันตัว ไม่ใช่การเตรียมตัวเพื่อแข่งขัน การฝึกช่วยพัฒนาหลักการ ระยะ จังหวะ และการตัดสินใจ แต่ไม่ใช่การรับประกันผลในเหตุการณ์จริง และการหลีกเลี่ยงเหตุยังเป็นทางเลือกแรกเสมอ
คลิกเพื่อขยายหลักสูตรแบ่งการฝึกออกเป็น 5 ระยะ เรียงตามลำดับที่สถานการณ์จริงมักเปลี่ยนไป คือ ระยะไกล ระยะประชิด การกอดรัด การทุ่ม และการควบคุมบนพื้น แต่ละระยะยืมจุดเด่นจากศาสตร์ที่ออกแบบมาเพื่อระยะนั้นโดยเฉพาะ และทุกระยะจบด้วยเป้าหมายเดียวกัน คือควบคุมสถานการณ์เท่าที่จำเป็นแล้วออกจากอันตราย
ผู้เรียนไม่จำเป็นต้องฝึกครบทุกระยะตั้งแต่เดือนแรก ครูจะเริ่มจากรากฐาน Wing Chun การเคลื่อนที่ และการล้มอย่างปลอดภัย แล้วค่อยเพิ่มระยะอื่นและแรงต้านตามความพร้อมของแต่ละคน
หลักที่ยืมมาในแต่ละระยะมาจากสิ่งที่ครูผู้สอนสองคนของหลักสูตรฝึกและแข่งมาจริง ครูภูริวัจน์ (Ryu) เป็นอดีตนักกีฬาทีมชาติไทยประเภท Combat Sambo (แซมโบ้สายคอมแบท ซึ่งมีทั้งต่อย เตะ ทุ่ม และล็อก) ถือยูโดสายดำดั้ง 2 จากสมาคมกีฬายูโดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ใบอนุญาตผู้ฝึกสอนยิวยิตสูระดับ C-License ของการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นผู้ฝึกสอนและผู้ตัดสินระดับกลางของสมาคมกีฬามวยไทยอาชีพ และถือ Shinkyokushinkai Karate สายดำดั้ง 2 ส่วนครูปัญญวัฒน์ (Ken) ถือยูโดสายดำดั้ง 1 ทั้งจากสมาคมกีฬายูโดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์และ Kodokan ประเทศญี่ปุ่น Shinkyokushinkai Karate สายดำดั้ง 2 และมวยไทยรังสิตระดับ 2 ระยะไกลและการกอดรัดจึงยืมจากมวยไทย คาราเต้ และแซมโบ้สายคอมแบท การทุ่มจากยูโดและแซมโบ้ และการควบคุมบนพื้นจากยูโดและยิวยิตสู คุณวุฒิเหล่านี้คือที่มาของหลักที่นำมาใช้ในหลักสูตร ไม่ใช่คลาสแซมโบ้หรือยิวยิตสูที่เปิดสอนแยกต่างหาก
ผู้เรียนเริ่มจากการเข้าใจระยะ การเคลื่อนที่ การรักษาระยะ และการใช้อาวุธจากระยะไกล เช่น การเตะและการตอบโต้เมื่อคู่กรณีพยายามเข้ามา โดยนำหลักจากมวยไทย คาราเต้ และแซมโบ้สายคอมแบทมาประยุกต์ เพื่อไม่ให้ผู้เรียนมีทักษะเฉพาะตอนที่ถูกเข้าประชิดแล้วเท่านั้น
ในระยะนี้ผู้เรียนฝึกการยืน การก้าวเข้าออก การอ่านจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังปิดระยะ และการรักษาการ์ดขณะถอย ซึ่งเป็นทักษะที่ทำให้หลายสถานการณ์จบลงก่อนจะกลายเป็นการปะทะ
เมื่อระยะหดลงและเริ่มเกิดการสัมผัสแขน หลักของมวยหย่งชุนจะมีบทบาทมากที่สุด ผู้เรียนฝึกโครงสร้างร่างกาย เส้นกลาง การควบคุมแขน การเปลี่ยนจากรับเป็นรุก การต่อยระยะสั้น หมัดตรงต่อเนื่อง รวมถึงการควบคุมและหักข้อต่อในแบบฝึกที่ปลอดภัย
นี่คือ Wing Chun DNA ของหลักสูตร ทุกอย่างที่เคยสอนในคลาสหย่งชุนยังอยู่ครบ และเป็นส่วนที่ผู้เรียนใช้เวลาฝึกมากที่สุด เพราะสถานการณ์ป้องกันตัวของคนทั่วไปมักเกิดในระยะนี้
เมื่อเข้าใกล้มากจนการต่อยแบบปกติทำได้ยาก ผู้เรียนฝึกการควบคุมคอและลำตัว การรักษาสมดุล การป้องกันการถูกดึงหรือผลัก และการใช้อาวุธระยะสั้น เช่น เข่า โดยนำหลักจากมวยไทยและแซมโบ้สายคอมแบทมาใช้ในระยะกอดรัด
ลำดับที่ฝึกคือ การควบคุมตำแหน่งคอและลำตัว การหาตำแหน่งที่ได้เปรียบ การใช้เข่าอย่างควบคุม และการทำให้อีกฝ่ายเสียสมดุลเพื่อเปิดทางออกจากการกอดรัด
เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนจากการโจมตีเป็นการแย่งควบคุมร่างกาย ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การรักษาสมดุล การทำลายสมดุล การทุ่ม การพาลงพื้น และการป้องกันการถูกพาล้ม โดยแยกหน้าที่ของสองศาสตร์ไว้ชัดเจน
ก่อนเรียนวิธีทุ่ม เราสอนวิธีล้มอย่างปลอดภัยก่อน การล้มเป็นทักษะแรกของระยะนี้ และเป็นทักษะที่ผู้เรียนวัยทำงานได้ใช้จริงบ่อยกว่าการทุ่มเสียอีก
หากสถานการณ์ลงสู่พื้น ผู้เรียนจะฝึกการรักษาตำแหน่ง การควบคุม การหลุดจากตำแหน่งเสียเปรียบ การล็อกข้อต่อ และการกลับขึ้นมายืน โดยนำหลักจากยูโดและยิวยิตสูมาใช้ตามความพร้อมของผู้เรียน ส่วนนี้ไม่ใช่คลาสยิวยิตสูแยกต่างหาก แต่เป็นหลักการควบคุมบนพื้นเพื่อป้องกันตัวและกลับขึ้นยืนให้เร็วที่สุด
ในช่วงที่เหมาะสมจะมีการฝึกการโจมตีขณะอยู่บนพื้นแบบควบคุม เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจว่าการป้องกันตัวบนพื้นแตกต่างจากการฝึกจับล็อกอย่างเดียวอย่างไร ส่วนนี้เป็นรายละเอียดขั้นสูงของหลักสูตร ไม่ใช่สิ่งที่ผู้เริ่มต้นต้องทำตั้งแต่วันแรก
เป้าหมายของการป้องกันตัวไม่ใช่การต่อสู้ให้นานที่สุด แต่คือการรักษาความปลอดภัย ควบคุมสถานการณ์เท่าที่จำเป็น และสร้างโอกาสออกจากอันตราย ทุกระยะในหลักสูตรจึงฝึกจบด้วยการหาทางออก การใช้เสียง และการขอความช่วยเหลือ ไม่ใช่การเอาชนะ
แนวทางการพัฒนาหลักสูตรได้รับแรงบันดาลใจจากวิธีคิดของ Bruce Lee ในด้านการเปิดรับองค์ความรู้จากหลายศาสตร์ และการเลือกใช้เครื่องมือให้เหมาะกับสถานการณ์ โดยไม่จำกัดผู้เรียนให้ต้องตอบทุกปัญหาด้วยเทคนิคจากศาสตร์เดียว หลักสูตรนี้ไม่ได้อ้างความสัมพันธ์ทางสายวิชากับ Bruce Lee และไม่ใช่การสอน Jeet Kune Do
IMAC Dojo จึงยังรักษา Wing Chun ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นฐานสำคัญของแนวทางของเราไว้ โดยเฉพาะเรื่องโครงสร้าง เส้นกลาง การควบคุมมือ และการต่อสู้ระยะประชิด ขณะเดียวกันก็เพิ่มองค์ความรู้จากศิลปะการต่อสู้อื่นเพื่อเติมเต็มระยะที่แตกต่างกัน
แม้หลักสูตรจะพัฒนาเป็น Wing Chun Sambo แต่การฝึกพื้นฐาน Wing Chun ยังคงมีโครงสร้างอย่างเป็นระบบ ผู้เรียนยังศึกษาฟอร์มและหลักการสำคัญของวิชา เพื่อให้การประยุกต์ไม่ได้เป็นเพียงการนำเทคนิคหลายศาสตร์มารวมกันโดยไม่มีรากฐาน
แกนหลักของรากฐานนี้ประกอบด้วย 4 ส่วนสำคัญ ได้แก่ เสี่ยวเนี่ยนโถว, ซวิ๋นเฉียว, เปียวจื่อ และมู้เหยินจวง แต่ละส่วนมีหน้าที่แตกต่างกันและเชื่อมต่อกันเป็นระบบ เพื่อให้ผู้เรียนสร้างพื้นฐานที่มั่นคง เข้าใจโครงสร้างของวิชา และพัฒนาทักษะระยะประชิดได้อย่างต่อเนื่อง
เสี่ยวเนี่ยนโถวคือกระบวนท่าพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของมวยหย่งชุน และถือเป็นรากฐานของทั้งระบบ เพราะเป็นช่วงที่ผู้เรียนเริ่มฝึกการยืน การทรงตัว การคุมเส้นกลาง การใช้แรงอย่างประหยัด และการออกอาวุธอย่างมีโครงสร้าง
จุดเด่นของเสี่ยวเนี่ยนโถวคือ แม้จะเป็นท่าแรกของหลักสูตร แต่ผู้เรียนสามารถเริ่มเข้าใจหลักของการป้องกันตัวและการตอบโต้ระยะประชิดได้ตั้งแต่ต้น
การฝึกเสี่ยวเนี่ยนโถวช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจว่า พลังที่แท้จริงของหย่งชุนไม่ได้อยู่ที่การใช้แรงมาก แต่เกิดจากการจัดโครงสร้างร่างกายให้ถูกต้อง คุมศูนย์กลางลำตัวให้มั่นคง และใช้แรงอย่างแม่นยำในระยะที่เหมาะสม จึงเป็นช่วงที่สำคัญมากสำหรับการวางรากฐานของวิชาทั้งหมด
ซวิ๋นเฉียวเป็นกระบวนท่าที่สองของหย่งชุน และเป็นช่วงที่ผู้เรียนเริ่มเชื่อมการทำงานของเอว ศอก ไหล่ ม้า และการก้าวเท้าเข้าด้วยกันอย่างชัดเจนมากขึ้น หากเสี่ยวเนี่ยนโถวคือการวางโครงสร้าง ซวิ๋นเฉียวก็คือการทำให้โครงสร้างนั้นเคลื่อนที่และรักษาสมดุลได้ดีขึ้น
ผู้เรียนจะได้ฝึกการควบคุมสะพานมือของคู่ต่อสู้ การเปลี่ยนจากรับเป็นรุก และการใช้แรงจากทั้งร่างกายแทนการพึ่งแรงแขนเพียงอย่างเดียว นี่คือจุดสำคัญที่ทำให้มวยหย่งชุนไม่ใช่เพียงวิชาที่ดูเรียบง่าย แต่เป็นวิชาที่ใช้หลักเชิงโครงสร้างและกลไกร่างกายอย่างละเอียด
ผู้ที่ฝึกซวิ๋นเฉียวได้ดีจะเริ่มเห็นภาพว่าหย่งชุนสามารถใช้ตอบโต้และควบคุมสถานการณ์ในระยะประชิดได้อย่างไร
เปียวจื่อเป็นกระบวนท่าระดับสูงของหย่งชุน ที่เน้นความเร็ว ความแม่นยำ การเปลี่ยนมุม และการตอบโต้ในสถานการณ์ที่กดดันมากขึ้น ผู้เรียนจะได้ฝึกการใช้มือสองข้างอย่างสัมพันธ์กัน การส่งแรงจากขา เอว และสะโพก รวมถึงการแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าในระยะประชิดอย่างมีประสิทธิภาพ
เปียวจื่อจึงเป็นการฝึกให้ผู้เรียนศึกษาการแก้โครงสร้าง การเปลี่ยนมุม และการกลับมาควบคุมสมดุลในแบบฝึกที่ซับซ้อนขึ้น โดยเพิ่มระดับตามความพร้อมของผู้เรียน
มู้เหยินจวง หรือ หุ่นไม้ คือการนำหลักจากกระบวนท่าหลักของหย่งชุนมาฝึกให้แม่นยำและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ผู้เรียนจะได้พัฒนาความเข้าใจเรื่องมุม ระยะ การเคลื่อนที่ การรับแรง การออกแรง และการควบคุมจังหวะปะทะ
การฝึกหุ่นไม้ช่วยให้ผู้เรียนฝึกซ้ำอย่างมีระบบ เข้าใจตำแหน่งของร่างกายชัดขึ้น และเชื่อมโยงหลักของหย่งชุนเข้าหากันก่อนนำไปฝึกกับคู่ซ้อม
คนไทยจำนวนมากเรียกวิชานี้ว่า หมัดหย่งชุน ตามเอกลักษณ์ที่เห็นชัดที่สุด คือการชกหมัดตรงต่อเนื่องกันบนเส้นกลางในระยะประชิด แนวคิดเบื้องหลังไม่ใช่การชกให้เร็วที่สุด แต่คือการยึดเส้นกลางไว้ให้ได้ก่อน แล้วให้หมัดเดินตามเส้นทางที่สั้นที่สุดโดยไม่เสียโครงสร้าง
ท่ามือที่ทำงานร่วมกับหมัดตรงในสายวิชานี้ ได้แก่ Tan Sao, Bong Sao, Pak Sao และ Lap Sao ซึ่งทำหน้าที่จัดแขนคู่ซ้อมออกจากเส้นกลางและเปิดทางให้หมัดเดิน โดยรากของท่าเหล่านี้อยู่ในฟอร์มที่กล่าวไปแล้วทั้งหมด ตั้งแต่เสี่ยวเนี่ยนโถวไปจนถึงมู้เหยินจวง
การฝึกสัมผัสแขนแบบ Chi Sao คือส่วนที่ทำให้หมัดหย่งชุนใช้งานได้จริงในระยะประชิด เพราะผู้เรียนจะได้ฝึกอ่านแรงจากการสัมผัสแทนการมองอย่างเดียว แล้วตอบสนองตามหลักโครงสร้างและเส้นกลางที่ฝึกมา ทั้งนี้ความแม่นยำและโครงสร้างต้องมาก่อนความเร็วเสมอ
เรียนหลายศาสตร์ แต่พัฒนาเป็นระบบเดียวผ่านการสอบวัดผลของสำนัก นี่คือสิ่งที่ทำให้หลักสูตรนี้ต่างจากการไปเรียนมวยไทยวันหนึ่งและยูโดอีกวันหนึ่ง เพราะทุกอย่างถูกจัดเป็นหลักสูตรเดียว และเมื่อสอบผ่าน ทางสำนักจะเปลี่ยนสีเสื้อยืดตามขั้นเพื่อแสดงพัฒนาการของผู้เรียน
การสอบค่อย ๆ เพิ่มทักษะตามระยะ ช่วงเริ่มต้นเน้นรากฐาน Wing Chun การเคลื่อนที่ และการล้มอย่างปลอดภัย ช่วงกลางเพิ่มการออกอาวุธ ระยะประชิด และการกอดรัดพื้นฐาน ช่วงสูงจึงเพิ่มการทุ่ม การควบคุม การต่อสู้บนพื้น และการฝึกกับแรงต้าน
ไม่ต้องเป็นนักมวยก่อนมาเรียน หลักสูตรเริ่มจากพื้นฐานและเพิ่มแรงต้านตามระดับของผู้เรียน จึงเหมาะกับผู้ใหญ่และวัยทำงานที่อยากออกกำลังกายพร้อมเรียนทักษะป้องกันตัว ผู้ที่ไม่เคยเรียนศิลปะการต่อสู้มาก่อน ผู้ที่เคยเรียน Wing Chun และต้องการเพิ่มความเข้าใจเรื่องระยะอื่น รวมถึงผู้หญิงและผู้ชายที่ต้องการพัฒนาความมั่นใจ การตอบสนอง และการควบคุมร่างกาย
แนวทางของ IMAC Dojo ให้ความสำคัญกับการสอนแบบเป็นระบบ ทั้งโครงสร้าง เส้นกลาง ระยะ จังหวะ การตอบสนองในระยะประชิด และการฝึกทุกระยะภายใต้การดูแลของผู้สอน ครูจะปรับความหนักของแบบฝึกตามอายุ สุขภาพ และพื้นฐานของแต่ละคน
สำหรับผู้หญิงหรือผู้เริ่มต้นที่ต้องการเปรียบเทียบแนวทางก่อนสมัคร สามารถดูหน้า เรียนป้องกันตัวผู้หญิง เพื่อเลือกคลาสตามเป้าหมายและความพร้อม
อ่านบทความ ป้องกันตัวผู้หญิงด้วยมวยหย่งชุน เพื่อดูตัวอย่างสถานการณ์และวิธีเริ่มฝึกอย่างปลอดภัย
ผู้ที่สนใจบริบททางประวัติศาสตร์สามารถอ่านบทความ มวยหย่งชุนเกิดจากเส้าหลินหรือเรือหัวแดง เพิ่มเติม โดยบทความดังกล่าวใช้หลักฐานหลายชุดและแยกตำนานออกจากข้อสรุปที่ตรวจสอบได้
หนึ่งหลักสูตร หลายระยะ ผู้เรียนได้ทั้งความเป็นวิชาดั้งเดิมผ่านฟอร์มและหลักการของ Wing Chun และความเป็นระบบป้องกันตัวสมัยใหม่ที่ครอบคลุมตั้งแต่ระยะไกลจนถึงการควบคุมบนพื้น โดยทุกศาสตร์ถูกจัดเป็นหลักสูตรเดียวและวัดผลด้วยการสอบของสำนัก
Media
Gallery




Schedule & Pricing
ทักมาทาง LINE Official แล้วเล่าอายุผู้เรียน พื้นฐานเดิม และเป้าหมายการฝึก
ทีมงานจะแนะนำคลาสที่เหมาะและยืนยันวันเวลาที่ว่างให้
นัดวันเริ่มเรียน แล้วมาที่โดโจตามเวลาที่ตกลงกัน
ครั้งแรกยังไม่ต้องซื้อชุดฝึก ใส่เสื้อยืดและกางเกงที่ขยับตัวสะดวกมาได้เลย
Direction
โดโจอยู่ในซอยโพธิ์แก้ว 3 แยก 9 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ ปากซอยคือลาดพร้าว 101 จึงเดินทางสะดวกจากบางกะปิ คลองจั่น บึงกุ่ม รามคำแหง นวมินทร์ และโชคชัย 4 ถ้ามาด้วยรถไฟฟ้า ให้ลง MRT สายสีเหลือง สถานีลาดพร้าว 101 แล้วต่อเข้าซอย
เรื่องที่จอดรถ: จอดได้ตลอดแนวหน้าโรงเรียน ซอยนี้เป็นซอยเดียวกับโรงเรียนนานาชาติ NIVA จึงมีพื้นที่จอดเยอะ และมีตำรวจเข้าออกตรวจตลอดเพราะมีตู้แดงของโรงเรียนนานาชาติ ผู้ปกครองที่พาลูกมาเรียนสามารถนั่งรอและชมคลาสได้
คำถามที่พบบ่อย
Next Courses
ผู้ที่อยากลงลึกในระยะใดระยะหนึ่ง สามารถดูหลักสูตรยูโด (การทุ่มและการควบคุมบนพื้น) คาราเต้ (การออกอาวุธ) และไหว้ครูมวยไทยเพิ่มเติมได้

เรียนยูโด กรุงเทพฯ อย่างเป็นระบบ ฝึกการล้มอย่างปลอดภัย ท่าทุ่ม และการควบคุมคู่ต่อสู้ตามแนวทาง Kodokan Judo
ดูหลักสูตร
เรียนคาราเต้ Full Contact ที่บางกะปิกับทีมครูสายดำ ฝึกพื้นฐานและเทคนิคอย่างเป็นระบบตามมาตรฐาน WKO Japan
ดูหลักสูตร
เรียนไหว้ครูมวยไทยอย่างเป็นระบบ เข้าใจท่ารำ ความหมาย จังหวะ และคุณค่าของวัฒนธรรมไทย
ดูหลักสูตรเริ่มต้นอย่างมั่นใจ
พูดคุยกับทีม IMAC Dojo เพื่อเลือกคลาส รูปแบบการเรียน และช่วงเวลาที่เหมาะกับเป้าหมายของคุณ
Courses
Blog
พื้นที่ให้บริการ
คลาสหย่งชุน แซมโบ้ ของ IMAC Dojo ที่ลาดพร้าว 101 บางกะปิ ใช้ Wing Chun เป็นแกนระยะประชิด และเพิ่มหลักจากมวยไทย คาราเต้ ยูโด แซมโบ้ และยิวยิตสูให้ครบทุกระยะ ตั้งแต่ระยะไกล การกอดรัด การทุ่ม ถึงการควบคุมบนพื้น เหมาะกับผู้ใหญ่วัยทำงานย่านลาดพร้าว บางกะปิ คลองจั่น บึงกุ่ม และรามคำแหง ที่ต้องการออกกำลังกายพร้อมทักษะป้องกันตัวโดยไม่ต้องมีพื้นฐานมาก่อน