ยูโดกับยิวยิตสูในญี่ปุ่น จากสนามรบซามูไรสู่กีฬาโอลิมปิก
จากวิชารบของซามูไรที่ออกแบบมาเพื่อเอาชีวิตรอด สู่วิถีฝึกตนที่คาโน จิโกโร ก่อตั้งในปี 1882 และกลายเป็นกีฬาโอลิมปิกในปี 1964 พร้อมบทเรียนเรื่องความปลอดภัยที่ญี่ปุ่นต้องปฏิรูปตัวเอง
คำตอบสั้น ๆ
ยิวยิตสูโบราณ (Koryu Jujutsu) เกิดขึ้นเพื่อเอาชีวิตรอดในสนามรบสมัยซามูไร ก่อนที่คาโน จิโกโร จะปฏิรูปเป็นยูโดในปี 1882 และผลักดันจนกลายเป็นกีฬาโอลิมปิกในปี 1964 ส่วนบราซิลเลียนยิวยิตสูแตกหน่อมาจากยูโดญี่ปุ่นผ่านมาเอดะ มิตสึโยะ
- ผู้เขียน
- Phoenix
- เผยแพร่
- ปรับปรุงล่าสุด
- แหล่งข้อมูล
- 3
สรุปประเด็นสำคัญ
- ยิวยิตสูโบราณเน้นควบคุมและสังหารศัตรูที่สวมเกราะ ไม่ได้ออกแบบมาเป็นกีฬา
- คาโน จิโกโร ก่อตั้งโคโดกันในปี 1882 เปลี่ยน จุตสุ ที่แปลว่าเทคนิค ให้เป็น โด ที่แปลว่าวิถี
- ยูโดถูกบรรจุเป็นกีฬาชิงเหรียญโอลิมปิกครั้งแรกที่โตเกียวปี 1964
- ญี่ปุ่นยกเลิกการแข่งขันยูโดชิงแชมป์ระดับประถมทั่วประเทศในปี 2022 ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย
- บราซิลเลียนยิวยิตสูสืบสายจากยูโดญี่ปุ่นผ่านมาเอดะ มิตสึโยะ และตระกูลเกรซี

เกือบ 20 ปีก่อน ผมพาลูกทั้งสี่คนไปที่การกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก ตั้งใจจะสมัครเรียนวูซู แต่สุดท้ายกลับได้เจอกับประวัติศาสตร์ยูโด และวิถีชีวิตที่เปลี่ยนครอบครัวเราไปตลอดกาล
วันนั้นอาจารย์บอกว่ามีสอนแต่ยูโดเท่านั้น ทั้งที่ป้ายหน้าห้องเขียนไว้ตั้งหกวิชา ผมยอมรับว่าไม่ชอบวิธีสื่อสารแบบนั้นในฐานะนักการตลาดคนหนึ่ง แต่เด็ก ๆ กลับติดใจ จนวันนี้ทุกคนคว้าสายดำยูโดกันหมด
สารบัญบทความ
รากเหง้าของยิวยิตสูโบราณ จากสนามรบสู่ห้องฝึก
ประวัติศาสตร์ของยิวยิตสูญี่ปุ่นไม่ได้เริ่มจากความบันเทิงหรือกีฬาเลยแม้แต่น้อย มันคือส่วนหนึ่งของวิชารบรวมหมู่ที่พัฒนามาจากการต่อสู้ระยะประชิดขณะสวมเกราะเต็มยศ เรียกว่า คัตจูกูมิอุจิ เพราะการชกต่อยธรรมดาแทบไร้ประโยชน์เมื่อคู่ต่อสู้ใส่เกราะแน่นหนา นักรบจึงต้องทุ่มให้ล้มกระแทกพื้น บิดหักข้อต่อ แล้วใช้มีดสั้นแทงเข้าช่องว่างของเกราะ
สำนักที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่มีบันทึกคือทาเคโนะอุจิริว ก่อตั้งปี ค.ศ. 1532 โดยทาเคโนะอุจิ ฮิซาโมริ ซึ่งวางระบบท่าจับกุมตัวเปล่าห้าท่าและท่าผสมมีดสั้นอีกยี่สิบห้าท่า
พอเข้ายุคเอโดะที่สงบสุขยาวนาน ความจำเป็นด้านเกราะลดลง ยิวยิตสูจึงกลายเป็นซูฮาดะจูจุตสุ หรือการต่อสู้ตัวเปล่าในชุดผ้าธรรมดา และนี่คือจุดที่สองสำนักสำคัญถือกำเนิด คือคิโตริวที่เชี่ยวชาญท่าทุ่มขั้นสูงและท่าทุ่มสละชีพ กับเท็นจินชินโยริว ที่โดดเด่นเรื่องท่ารัดคอ ท่าล็อกข้อต่อ และการโจมตีจุดสำคัญของร่างกาย สองสำนักนี้เองที่ต่อมากลายเป็นรากฐานเทคนิคของยูโดสมัยใหม่โดยตรง
คาโน จิโกโร กับวิวัฒนาการของยูโดในญี่ปุ่น
ยูโดคืออะไรกันแน่ในสายตาผู้ก่อตั้ง คำตอบไม่ใช่แค่กีฬาต่อสู้ แต่คือวิถี หรือ โด ที่เข้ามาแทนเทคนิคเพื่อสังหาร หรือ จุตสุ แบบเดิม คาโน จิโกโร เด็กหนุ่มร่างกายอ่อนแอ เริ่มฝึกเท็นจินชินโยริวก่อนไปต่อคิโตริว แล้วเห็นทั้งคุณค่าและอันตรายของระบบเก่า จนก่อตั้งโคโดกัน ในปี 1882 ที่วัดเอโชจิ ด้วยเบาะทาทามิเพียง 12 ผืน
เขาตัดเทคนิคอันตรายอย่างการโจมตีจุดสำคัญและการล็อกข้อมือออกจากการฝึกประลองเสรี หรือรันโดริ แล้วเก็บรักษาไว้ในแบบแผนคาตะแทน สิ่งนี้ทำให้ผู้ฝึกออกแรงเต็มที่ได้โดยไม่ต้องเสี่ยงชีวิต หัวใจของยูโดจึงสรุปได้ในสองคำ คือ เซเรียวกุ เซ็นโย การใช้พลังอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และ จิตะ เคียวเอ การเกื้อกูลกันเพื่อความเจริญร่วมกัน ซึ่งตรงกับสิ่งที่ผมเห็นในห้องฝึกยูโดของลูก ๆ มาตลอดสองทศวรรษ เด็กที่เคารพคู่ซ้อมมักไปได้ไกลกว่าเด็กที่เก่งแต่หยิ่งผยอง หากอยากเข้าใจหลักการเหล่านี้ให้ลึกขึ้น อ่านต่อได้ที่บทความยูโดคืออะไร
จุดพลิกที่ทำให้สังคมยอมรับยูโดอย่างเป็นทางการคือศึกประลองกับกรมตำรวจนครบาลโตเกียวในปี 1886 เมื่อยอดฝีมือโคโดกันอย่างโยโกยามะ ซาคูจิโร เอาชนะฝ่ายยิวยิตสูโบราณได้อย่างเด็ดขาด แม้บางคู่จะสู้กันยาวจนกรรมการต้องยุติให้เสมอ ผลการประลองนี้ทำให้ตำรวจญี่ปุ่นเลือกยูโดเป็นวิชาบังคับ และคาโนเองซึ่งต่อมาเป็นอธิการบดีวิทยาลัยครูชั้นสูงแห่งโตเกียว ก็ผลักดันให้ยูโดเข้าโรงเรียนมัธยมทั่วประเทศ
ความแตกต่างระหว่างยูโดกับยิวยิตสู และกำเนิดบราซิลเลียนยิวยิตสู
หลายคนถามผมว่ายูโดกับยิวยิตสูต่างกันตรงไหน คำตอบคือยิวยิตสูโบราณไม่จำกัดเทคนิค มีทั้งทุ่ม ล็อก รัดคอ และโจมตีจุดสำคัญ ส่วนยูโดคัดเทคนิคอันตรายออกเพื่อความปลอดภัยในการประลอง แต่เรื่องที่น่าสนใจคือยิวยิตสูไม่ได้หายไปไหน มันแค่แตกสาย
มาเอดะ มิตสึโยะ หรือที่รู้จักในชื่อ คอนเด โคมะ อพยพไปบราซิลในช่วงปี 1914 ถึง 1915 และถ่ายทอดเทคนิคต่อสู้บนพื้น หรือ เนวาซะ ให้คาร์ลอส เกรซี จนตระกูลเกรซีพัฒนาต่อกลายเป็นบราซิลเลียนยิวยิตสูที่เชี่ยวชาญเกมพื้นแบบเบ็ดเสร็จ
ข้อควรระวังเรื่องตัวเลข มีการเล่าสืบต่อกันว่ามาเอดะประลองข้ามสายวิชากว่า 2,000 ครั้งโดยไม่เคยแพ้ ตัวเลขนี้มาจากบันทึกยุคการแสดงเปิดหมวกและสื่อประชาสัมพันธ์ในสมัยนั้น ตรวจสอบย้อนหลังได้ยาก จึงควรอ่านเป็นเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมามากกว่าสถิติที่ยืนยันได้
ยูโดในโอลิมปิก และสถานะของยูโดในญี่ปุ่นวันนี้
คาโนเป็นสมาชิกคณะกรรมการโอลิมปิกสากลคนแรกของเอเชีย และผลักดันจนยูโดได้บรรจุเป็นกีฬาชิงเหรียญทองครั้งแรกที่โอลิมปิกโตเกียวปี 1964 ความพ่ายแพ้ของคามินากะ อากิโอะ ต่ออันตัน เคซิงก์ จากเนเธอร์แลนด์ในรุ่นไม่จำกัดน้ำหนัก กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่พิสูจน์ว่ายูโดไม่ได้เป็นสมบัติเฉพาะของญี่ปุ่นอีกต่อไป ปัจจุบันกติกาการแข่งขันอยู่ในความดูแลของสหพันธ์ยูโดนานาชาติ
แต่ในบ้านเกิดเอง ยูโดกลับเผชิญโจทย์เรื่องจำนวนผู้ฝึก มีการรายงานกันว่าสมาชิกลงทะเบียนของสหพันธ์ยูโดแห่งประเทศญี่ปุ่น ลดลงจากราว 200,000 คนในกลางทศวรรษ 2000 เหลือราว 120,000 คน ตัวเลขชุดนี้ถูกอ้างต่อกันในสื่อหลายสำนักและควรถือเป็นภาพคร่าว ๆ ของแนวโน้ม มากกว่าจะเป็นตัวเลขทางการที่ตรวจสอบได้โดยตรง สิ่งที่ยืนยันได้ชัดกว่าคือทิศทาง นั่นคือจำนวนเยาวชนที่ฝึกยูโดในญี่ปุ่นลดลงต่อเนื่อง
การบาดเจ็บจากการฝึกยูโด บทเรียนที่ญี่ปุ่นต้องปฏิรูปตัวเอง
นี่คือเรื่องที่ผมให้ความสำคัญที่สุดในฐานะผู้ก่อตั้ง IMAC Dojo งานวิจัยของ ดร.เรียว อุจิดะ ร่วมกับสมาคมผู้เสียหายจากอุบัติเหตุยูโดทั่วประเทศญี่ปุ่น บันทึกไว้ว่ามีเด็กเสียชีวิตจากยูโดในโรงเรียน 114 รายในช่วงปี 1983 ถึง 2010 ส่วนใหญ่เกิดจากเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองเฉียบพลันหลังถูกทุ่มจนศีรษะกระแทกพื้น
ตัวเลขนี้ผลักดันให้กระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่นวางกฎว่าผู้เริ่มต้นต้องฝึกท่าตกล้ม หรือ อุเคมิ ให้มั่นคงก่อนจะรับท่าทุ่มระดับสูง เรื่องกลไกของการล้มและสิ่งที่งานวิจัยบอกได้จริง อ่านต่อได้ที่บทความอุเคมิ การล้มอย่างปลอดภัยในยูโด และบริบทเรื่องความปลอดภัยในโรงเรียนอยู่ในบทความศิลปะการต่อสู้กับความรุนแรงในโรงเรียน
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2022 สหพันธ์ยูโดแห่งประเทศญี่ปุ่นประกาศยกเลิกการแข่งขันยูโดชิงแชมป์ระดับประถมทั่วประเทศ โดยให้เหตุผลว่าการมุ่งเอาชนะจนเกินพอดีทำให้ผู้ใหญ่เคี่ยวเข็ญเด็กเกินขอบเขต เมื่อเด็กแข่งขัน พ่อแม่หลายคนก็เผลอแข่งกันเอง แล้วกดดันให้ลูกต้องชนะ นี่คือสิ่งที่ผมย้ำกับลูกศิษย์ทุกคนเสมอว่า สายดำไม่สำคัญเท่าความปลอดภัยและความเคารพซึ่งกันและกัน
ตารางเปรียบเทียบยิวยิตสูโบราณ โคโดกันยูโด และยูโดกีฬาสมัยใหม่
| มิติ | ยิวยิตสูโบราณ | โคโดกันยูโดดั้งเดิม | ยูโดกีฬาสมัยใหม่ |
|---|---|---|---|
| เป้าหมาย | เอาชีวิตรอดในสนามรบ | พลศึกษาและการขัดเกลาตน | ชัยชนะตามกติกา |
| เทคนิค | ไม่จำกัด รวมการโจมตีจุดสำคัญ | ตัดท่าอันตรายออกจากรันโดริ | จำกัดเข้มงวด ห้ามจับขา |
| การฝึก | คาตะเฉพาะของแต่ละสำนัก | คาตะควบคู่รันโดริ | วิทยาศาสตร์การกีฬา |
| สถานะปัจจุบัน | มรดกทางวัฒนธรรม | วิถีบูโด | กีฬาโอลิมปิก |
มรดกที่ยังมีชีวิตอยู่ ยิวยิตสูโบราณอยู่ตรงไหนในวันนี้
คำถามที่ตามมาเสมอคือ แล้ววันนี้ยิวยิตสูโบราณยังอยู่ไหม คำตอบคือยังอยู่ แต่อยู่ในสามรูปแบบที่ต่างกัน
- ในฐานะสายวิชาโบราณที่ยังมีผู้สืบทอด ทาเคโนะอุจิริวและสำนักโคริวอื่น ๆ ยังถ่ายทอดคาตะกันอยู่ในญี่ปุ่นในฐานะมรดกทางวัฒนธรรม ไม่ใช่กีฬาแข่งขัน
- ในฐานะบันทึกที่ถูกเก็บรักษา มีการระบุกันว่าโคโดกันเก็บรวบรวมท่าของเท็นจินชินโยริวไว้ราวหนึ่งร้อยยี่สิบกว่าท่าในหอจดหมายเหตุ เพื่อไม่ให้รากเหง้าสูญหาย
- ในฐานะสายที่แตกหน่อออกไป บราซิลเลียนยิวยิตสูรับช่วงเกมพื้นไปพัฒนาต่อจนกลายเป็นระบบของตัวเอง ขณะที่ยูโดรับช่วงระบบการทุ่มและการควบคุมบนเบาะไปพัฒนาในอีกทาง
สำหรับผู้เรียนในไทย สิ่งที่หาได้ง่ายที่สุดคือยูโดสายโคโดกัน ซึ่งเป็นสายที่ยังคงโครงสร้างการฝึกแบบคาตะควบคู่รันโดริเอาไว้ ที่ IMAC Dojo เราสอนยูโดในสายนี้ รายละเอียดรอบเรียนและค่าเรียนอยู่ที่หน้าคลาสยูโด
บทสรุป
จากสนามรบซามูไรสู่เบาะทาทามิของโคโดกัน แล้วขยายไปถึงเวทีโอลิมปิกและแม้แต่ห้องฝึกเล็ก ๆ ที่หัวหมากเมื่อ 20 ปีก่อน เส้นทางของยูโดและยิวยิตสูสอนให้เห็นว่าศิลปะการต่อสู้ที่ดีที่สุดไม่ใช่ตัวที่ทำลายล้างเก่งที่สุด แต่คือตัวที่ปรับตัวเพื่อสร้างคนได้ดีที่สุด ญี่ปุ่นเองยังต้องปฏิรูปตัวเองอยู่เรื่อย ๆ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างความเป็นเลิศกับความปลอดภัย และนั่นคือหลักการเดียวกับที่ผมยึดถือในการสอนที่ IMAC Dojo มาตลอด
แหล่งข้อมูลและอ่านเพิ่มเติม
- โคโดกันทางการ
- สหพันธ์ยูโดนานาชาติทางการ
- สหพันธ์ยูโดแห่งประเทศญี่ปุ่นทางการ
คำถามที่พบบ่อย
ยูโดกับยิวยิตสูต่างกันอย่างไร?
ยิวยิตสูโบราณไม่จำกัดเทคนิค มีทั้งท่าทุ่ม ท่าล็อก ท่ารัดคอ และการโจมตีจุดสำคัญ ส่วนยูโดคือระบบที่คาโน จิโกโร ปฏิรูปขึ้นในปี 1882 โดยตัดเทคนิคที่อันตรายเกินไปออกจากการประลองเสรี แล้วเก็บไว้ในแบบแผนคาตะ เพื่อให้ผู้ฝึกออกแรงเต็มที่ได้อย่างปลอดภัย
บราซิลเลียนยิวยิตสูเกี่ยวข้องกับยูโดญี่ปุ่นอย่างไร?
สืบสายผ่านมาเอดะ มิตสึโยะ นักยูโดญี่ปุ่นที่เดินทางไปบราซิลในช่วงปี 1914 ถึง 1915 และถ่ายทอดเทคนิคต่อสู้บนพื้นให้ตระกูลเกรซี ซึ่งนำไปพัฒนาต่อจนกลายเป็นบราซิลเลียนยิวยิตสูในเวลาต่อมา
การบาดเจ็บจากการฝึกยูโดร้ายแรงแค่ไหน?
งานวิจัยของ ดร.เรียว อุจิดะ ร่วมกับสมาคมผู้เสียหายจากอุบัติเหตุยูโดทั่วประเทศญี่ปุ่น บันทึกว่ามีเด็กเสียชีวิตจากยูโดในโรงเรียน 114 รายในช่วงปี 1983 ถึง 2010 ส่วนใหญ่จากเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองเฉียบพลัน ปัจจุบันญี่ปุ่นจึงกำหนดให้ฝึกท่าตกล้มให้มั่นคงก่อนรับท่าทุ่มระดับสูง
ยูโดเข้าเป็นกีฬาโอลิมปิกเมื่อไหร่?
ยูโดถูกบรรจุเป็นกีฬาชิงเหรียญทองครั้งแรกในโอลิมปิกโตเกียวปี 1964 โดยคาโน จิโกโร ซึ่งเป็นสมาชิกคณะกรรมการโอลิมปิกสากลคนแรกของเอเชีย เป็นผู้วางรากฐานการผลักดันไว้ตั้งแต่ต้น
อยากเริ่มเรียนศิลปะการต่อสู้?
ส่งข้อความหา IMAC Dojo เพื่อปรึกษาว่าหลักสูตรไหนเหมาะกับอายุ เป้าหมาย และพื้นฐานของผู้เรียน
สอบถามผ่าน LINE Official