แซมโบ้ ยูโด ยิวยิตสู ต่างกันอย่างไร ? เทียบจากกติกาจริงของสามสหพันธ์
สามวิชาจับล็อกที่คนสับสนกันบ่อยที่สุด บทความนี้ไม่เทียบด้วยความรู้สึกว่าอันไหนแรงกว่า แต่เปิดกติกาของสี่สหพันธ์มาวางเรียงกันว่าล็อกขาได้ไหม รัดคอได้ไหม ต่อยได้ไหม และอะไรทำให้จบเกม
คำตอบสั้น ๆ
จุดต่างที่ชี้ขาดอยู่ที่กติกา ไม่ใช่ท่า แซมโบ้กีฬาอนุญาตให้ล็อกได้ทั้งแขนและขาแต่ห้ามรัดคอและห้ามออกอาวุธ ส่วนแซมโบ้สายคอมแบทอนุญาตทั้งรัดคอและการออกอาวุธ ยูโดอนุญาตให้ล็อกได้เฉพาะข้อศอกและอนุญาตให้รัดคอในระดับผู้ใหญ่ แต่การล็อกข้อต่ออื่นถือเป็นการทำผิดร้ายแรง ส่วนบราซิลเลียนยิวยิตสูไม่มีการออกอาวุธเลย และเปิดให้ล็อกส้นเท้าเฉพาะสายน้ำตาลกับสายดำผู้ใหญ่ในประเภทไม่สวมกีเท่านั้น
- ผู้เขียน
- Phoenix
- เผยแพร่
- ปรับปรุงล่าสุด
- แหล่งข้อมูล
- 6
สรุปประเด็นสำคัญ
- แซมโบ้กีฬาล็อกขาได้แต่รัดคอไม่ได้ ส่วนแซมโบ้สายคอมแบทรัดคอได้และออกอาวุธได้
- ยูโดล็อกได้เฉพาะข้อศอก การล็อกข้อต่ออื่นเป็นฮันโซคุเมเคะทันที
- ยิวยิตสูไม่ใช่วิชาเดียว เป็นชื่อรวมของหลายสำนักเก่าในญี่ปุ่น ส่วน BJJ เติบโตจากยูโดที่ถูกนำไปสอนในบราซิล
- แซมโบ้ได้รับการรับรองเต็มจาก IOC ในปี 2021 แต่ยังไม่ได้อยู่ในโปรแกรมกีฬาโอลิมปิก

คำถามที่ผมได้ยินบ่อยจากผู้ใหญ่ที่เดินเข้ามาถามหลักสูตรที่ IMAC Dojo คือแซมโบ้ ยูโด และยิวยิตสูต่างกันอย่างไร เพราะทั้งสามวิชาจับเสื้อได้ ทุ่มได้ และจบเกมด้วยการล็อกได้เหมือนกัน เวลามองจากข้างสนามจึงแยกไม่ค่อยออก
ผมขอบอกไว้ตรงนี้ก่อนว่าผมไม่ใช่ครูแซมโบ้และไม่ใช่ครูยิวยิตสู วิชาที่ผมถือสายดำและลงมือสอนเองคือคาราเต้ Shinkyokushin ส่วนยูโดที่ IMAC Dojo สอนโดยทีมครูที่มีประสบการณ์แข่งขันจริง และหลักจากแซมโบ้สายคอมแบทเข้ามาอยู่ในหลักสูตรผ่านครูภูริวัจน์ ซึ่งเป็นอดีตนักกีฬาทีมชาติไทยในประเภทนั้น ทุกข้อที่เขียนต่อจากนี้จึงอ้างจากกติกาและหน้าเว็บของสหพันธ์ต้นทาง ไม่ใช่จากความจำหรือคลิปที่เห็นตามอินเทอร์เน็ต
สารบัญบทความ
ทำไมสามวิชานี้ถึงถูกจับมาเทียบกันตลอด
สามวิชานี้อยู่ในตระกูลเดียวกันคือวิชาที่ใช้เสื้อผ้าเป็นเครื่องมือ จับได้ ดึงได้ ทำลายสมดุลได้ แล้วจบด้วยการทุ่ม การกด หรือการล็อกข้อต่อ ภาพที่คนทั่วไปเห็นจึงคล้ายกันมากจนเข้าใจว่าเป็นวิชาเดียวกันในคนละชื่อ
แต่ถ้าเปิดกติกาของแต่ละสหพันธ์มาอ่านจะเห็นว่าสิ่งที่ต่างกันไม่ใช่ท่า เพราะท่าทุ่มหลายท่ามีอยู่ในทั้งสามวิชา สิ่งที่ต่างคือกติกาเขียนไว้ว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ และอะไรทำให้จบเกม กติกาเหล่านี้เองที่หล่อหลอมวิธีซ้อมและวิธีคิดของผู้ฝึกในระยะยาว
ในบทความนี้ผมเทียบสามฝั่งจากเอกสารของ สหพันธ์แซมโบ้นานาชาติ สหพันธ์ยูโดนานาชาติ สหพันธ์ยิวยิตสูนานาชาติ และกติกาของ IBJJF ซึ่งเป็นกติกาที่ใช้กันมากที่สุดในสนามบราซิลเลียนยิวยิตสู
ที่มาของแต่ละวิชา เก่าใหม่ไม่เท่ากัน
ยิวยิตสูเก่าที่สุดในสามวิชา และไม่ใช่วิชาเดียว JJIF เล่าไว้ในหน้าประวัติว่ามีสำนักเก่าอย่าง Takenouchi Ryu ที่นับย้อนไปถึงปี 1532 รวมถึง Kito Ryu และ Yoshin Ryu โดยระบุว่า Kito Ryu มีอิทธิพลอย่างมากต่อยูโดของโคโดกัง อ่านเพิ่มได้ที่หน้าข้อมูลวิชาของ JJIF และที่บทความยูโดกับยิวยิตสูในญี่ปุ่น ของเรา
ยูโดมีจุดเริ่มที่ชัดเจนกว่า คือเมื่อคาโน จิโกโร ก่อตั้งโคโดกังในปี 1882 แล้วจัดระบบการฝึกและการแข่งขันขึ้นใหม่จากวิชาเก่าเหล่านั้น ที่มาแบบเต็มอ่านได้ที่บทความยูโดคืออะไร ส่วนยูโดเข้าสู่โอลิมปิกครั้งแรกที่โตเกียวในปี 1964 และมีการแข่งขันทั้งชายและหญิงตั้งแต่บาร์เซโลนาปี 1992 เป็นต้นมา
แซมโบ้เกิดในสหภาพโซเวียตและใหม่ที่สุดในสามวิชา หน้าประวัติของ FIAS ระบุบุคคลสำคัญไว้สามคนคือ V.S. Oschepkov, V.A. Spiridonov และ A.A. Harlampiev ชื่อวิชามาจากคำรัสเซีย самозащита без оружия ซึ่งแปลว่าการป้องกันตัวโดยไม่ใช้อาวุธ FIAS ถือวันเกิดอย่างเป็นทางการของวิชาคือวันที่ 16 พฤศจิกายน 1938 ส่วนชื่อที่ใช้อยู่ทุกวันนี้เริ่มใช้ในปี 1947
ในระดับนานาชาติ FIAS ก่อตั้งขึ้นจากการประชุมใหญ่ที่กรุงมาดริดเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 1984 ต่อมาคณะกรรมการโอลิมปิกสากลให้การรับรองชั่วคราวเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2018 และให้การรับรองเต็มรูปแบบในปี 2021 ตามที่ระบุไว้ในหน้าแนะนำองค์กรของ FIAS แต่ต้องเข้าใจให้ตรงกันว่าการรับรองไม่เท่ากับการได้บรรจุ แซมโบ้ยังไม่ได้อยู่ในโปรแกรมกีฬาโอลิมปิก ในประเทศไทยเองก็มีสมาคมระดับชาติที่ FIAS ขึ้นทะเบียนไว้ในชื่อ Sambo Association in Thailand
ตารางเทียบกติกา จุดที่ต่างกันจริง
ตารางนี้เทียบแซมโบ้ประเภทกีฬา ยูโดตามกติกาของ IJF และบราซิลเลียนยิวยิตสูตามกติกาของ IBJJF เพราะสามชุดนี้คือกติกาที่คนไทยมีโอกาสเจอในสนามจริงมากที่สุด ส่วนแซมโบ้สายคอมแบทแยกอธิบายในหัวข้อถัดไป
| หัวข้อ | แซมโบ้ ประเภทกีฬา | ยูโด กติกา IJF | บราซิลเลียนยิวยิตสู กติกา IBJJF |
|---|---|---|---|
| จุดตั้งต้นของระบบ | สหภาพโซเวียต วันเกิดอย่างเป็นทางการปี 1938 | โคโดกัง ปี 1882 | ต่อยอดจากยูโดที่ถูกนำไปสอนในบราซิลช่วงต้นศตวรรษที่ 20 |
| การล็อกขา | ได้ กติกาเขียนว่าล็อกได้ทั้งแขนและขา แต่ห้ามบิดส้นเท้าและห้ามงอเข่าผิดระนาบ | ไม่ได้ ล็อกได้เฉพาะข้อศอกเท่านั้น | ได้เฉพาะสายน้ำตาลและสายดำระดับผู้ใหญ่ในประเภทไม่สวมกี |
| การรัดคอ | ไม่ได้ อยู่ในรายการเทคนิคต้องห้าม | ได้ในระดับผู้ใหญ่ | ได้ |
| การออกอาวุธ | ไม่มี ห้ามกระทบใบหน้าด้วยมือ เท้า หรือศีรษะ | ไม่มีในการแข่งขัน | ไม่มี ถือเป็นความผิดทางวินัย |
| อะไรทำให้จบเกม | ทุ่มสมบูรณ์โดยผู้ทุ่มไม่ล้มตาม การยอมแพ้ หรือแต้มนำห่างตามที่กติกากำหนด | อิปปง การกดล็อกครบเวลา หรือการยอมแพ้จากการรัดคอและการล็อกข้อศอก | การยอมแพ้ การยุติโดยกรรมการ คะแนน หรือคำตัดสิน |
| ชุดที่ใช้แข่ง | เสื้อแซมโบ้ กางเกงขาสั้น และรองเท้าแซมโบ้ | ยูโดกิ และแข่งด้วยเท้าเปล่า | กี หรือชุดประเภทไม่สวมกี และแข่งด้วยเท้าเปล่า |
อ่านตารางนี้แล้วจะเห็นภาพที่ชัดขึ้นว่าทำไมคนที่ย้ายสนามถึงรู้สึกอึดอัด นักยูโดที่ไปลงแซมโบ้ต้องระวังขาของตัวเองในแบบที่ไม่เคยต้องระวัง ส่วนนักแซมโบ้ที่มาลงยูโดต้องเลิกใช้อาวุธหลักของตัวเองไปทั้งชุด
แซมโบ้มีมากกว่าหนึ่งแบบ และนี่คือจุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุด
หน้าแนะนำองค์กรของ FIAS ระบุประเภทการแข่งขันไว้สามประเภทคือแซมโบ้ประเภทกีฬา แซมโบ้สายคอมแบท และแซมโบ้ชายหาด เวลามีคนบอกว่าแซมโบ้ต่อยได้ เขาหมายถึงสายคอมแบทเท่านั้น ไม่ใช่แซมโบ้ทั้งหมด รายละเอียดอยู่ในหน้าเอกสารและกติกาของ FIAS
ในแซมโบ้ประเภทกีฬา กติกาให้ล็อกได้ทั้งแขนและขาจนคู่ต่อสู้ยอมแพ้ แต่การรัดคออยู่ในรายการเทคนิคต้องห้าม เช่นเดียวกับการกระทบใบหน้าด้วยมือ เท้า หรือศีรษะ ส่วนแซมโบ้สายคอมแบทเขียนไว้ตรงกันข้าม คือรัดคอได้ทั้งในท่ายืนและบนพื้น และเตะได้ด้วยส่วนใดของเท้าก็ได้ นี่คือเหตุผลที่ผู้ฝึกสองสายนี้ซ้อมกันคนละแบบ ทั้งที่เรียกชื่อวิชาเดียวกัน
สิ่งที่กติกาทั้งสองสายเขียนตรงกันคือข้อห้ามเรื่องการบิดข้อ ทั้งการล็อกแบบผูกปมที่เท้าและการงัดเข่าไปในทิศที่ผิดระนาบการงอตามธรรมชาติ ถูกระบุเป็นเทคนิคต้องห้ามทั้งคู่ อีกจุดที่คนสังเกตเห็นได้ทันทีคือชุดแข่ง เพราะแซมโบ้ใส่รองเท้าลงแข่ง ต่างจากยูโดและยิวยิตสูที่ใช้เท้าเปล่า
ที่ IMAC Dojo เราไม่ได้เปิดคลาสแซมโบ้แยกต่างหาก แต่หลักจากแซมโบ้สายคอมแบทถูกนำมาใช้ในระยะกอดรัดและระยะทุ่มของหลักสูตรหย่งชุน แซมโบ้ ซึ่งใช้มวยหย่งชุนเป็นแกนของระยะประชิด
ยูโดกับขา ทำไมนักยูโดถึงไม่คุ้นกับการล็อกขา
เอกสารกติกาของ IJF เขียนไว้ชัดว่าการล็อกข้อต่ออนุญาตเฉพาะข้อศอกเท่านั้น และการล็อกข้อต่ออื่นเป็นฮันโซคุเมเคะ ซึ่งคือการแพ้ฟาวล์ทันที เอกสารต้นทางอยู่ในหน้าเอกสารกติกาของ IJF นี่คือเหตุผลตรงไปตรงมาที่นักยูโดจำนวนมากไม่เคยฝึกป้องกันการล็อกขาเลยตลอดชีวิตการแข่งขัน
อีกเรื่องที่คนถามบ่อยคือการจับขา กติกาปัจจุบันของ IJF ให้ปรับชิโดสำหรับการเกี่ยวขาด้วยมือหรือแขนและการจับกางเกง แต่ก็เขียนไว้ด้วยว่าการจับใต้เข็มขัดลงไปจนถึงระดับโคนขาด้านในทำได้ และการจับขาทำได้เมื่อทั้งสองฝ่ายอยู่ในสถานการณ์การต่อสู้บนพื้นอย่างชัดเจนแล้ว ข้อจำกัดนี้เริ่มมาตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2010 แต่ผมไม่ระบุปีแบบเจาะจงที่นี่ เพราะยังหาหน้าเอกสารของ IJF ที่ยืนยันปีนั้นตรง ๆ ไม่ได้
ในทางกลับกัน ยูโดอนุญาตสิ่งที่แซมโบ้ประเภทกีฬาไม่อนุญาต นั่นคือการรัดคอ โดยการรัดคอและการล็อกข้อศอกใช้ได้ในระดับผู้ใหญ่ และถูกกันออกจากรุ่นอายุต่ำกว่า 16 ปีด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ถ้าอยากเห็นภาพว่ากติกาชุดเดียวกันยังถูกใช้ต่างกันได้แค่ไหนในแต่ละประเทศ อ่านต่อได้ที่บทความกติกาแข่งขันยูโดที่ญี่ปุ่นกับไทย ส่วนรายละเอียดคลาสดูได้ที่คอร์สยูโดของ IMAC Dojo
ยิวยิตสูไม่ใช่วิชาเดียว และ BJJ ก็ไม่ใช่ยิวยิตสูญี่ปุ่น
คำว่ายิวยิตสูเป็นชื่อรวมของสำนักวิชาต่อสู้มือเปล่าหลายสำนักในญี่ปุ่น ไม่ใช่วิชาเดียวที่มีกติกาเล่มเดียว JJIF เองก็ระบุว่าองค์กรไม่ได้เป็นตัวแทนของสายใดสายหนึ่ง แต่รวบรวมความรู้จากหลายสาย ปัจจุบัน JJIF จัดการแข่งขันหลายประเภท ทั้ง Fighting System, Ne-Waza, Duo System, Show System, Contact Ju-Jitsu และ Para Ju-Jitsu ซึ่งแต่ละประเภทมีหน้าตาต่างกันมากจนคนดูอาจไม่คิดว่าเป็นวิชาเดียวกัน
ส่วนบราซิลเลียนยิวยิตสูเติบโตขึ้นจากยูโดของโคโดกังที่ถูกนำไปสอนในบราซิลช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยชื่อที่ถูกอ้างถึงมากที่สุดคือ Mitsuyo Maeda ซึ่งเดินทางถึงบราซิลในปี 1914 เรื่องราวการฝึกของตระกูล Gracie กับ Maeda นั้นถูกเก็บรักษาไว้ในคำบอกเล่าของครอบครัวเป็นหลัก ไม่ใช่ในเอกสารของสหพันธ์ ผมจึงเขียนไว้เท่าที่ตรวจสอบได้ และไม่ระบุจำนวนปีที่ใครฝึกกับใคร
ในสนามปัจจุบัน กติกาของ IBJJF ไม่มีการออกอาวุธเลย และระบุการชกด้วยหมัด ศอก เข่า หัว หรือเท้าไว้เป็นความผิดทางวินัย ส่วนการล็อกส้นเท้าและการเกี่ยวเข่าซึ่งเคยผิดกติกาทั้งหมด ปัจจุบันอนุญาตเฉพาะสายน้ำตาลและสายดำระดับผู้ใหญ่ในประเภทไม่สวมกี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2021 รายละเอียดอยู่ในหน้ากติกาของ IBJJF
แล้วควรเลือกวิชาไหน
คำตอบขึ้นกับเป้าหมาย ถ้าอยากได้ระบบการล้มอย่างปลอดภัย การทำลายสมดุล และการทุ่มที่มีเส้นทางแข่งขันชัดเจนตั้งแต่เด็ก ยูโดตอบโจทย์ที่สุด ถ้าอยากอยู่บนพื้นนาน ๆ และแก้ปัญหาด้วยการล็อกเป็นหลัก บราซิลเลียนยิวยิตสูคือสายที่ตรงที่สุด ส่วนแซมโบ้อยู่ตรงกลาง คือทุ่มแบบยูโดแต่เปิดพื้นที่ให้การล็อกขามากกว่า และสายคอมแบทยังเพิ่มการออกอาวุธเข้ามาอีกชั้น
ถ้าเป้าหมายคือการป้องกันตัวในชีวิตประจำวัน สิ่งที่ควรถามไม่ใช่ว่าวิชาไหนแรงกว่า แต่คือหลักสูตรนั้นครอบคลุมระยะที่เราจะเจอจริงหรือไม่ เพราะสถานการณ์จริงเริ่มจากระยะไกล ผ่านการกอดรัด แล้วจึงลงพื้น วิชาที่เก่งเฉพาะระยะเดียวจะเหลือช่องว่างเสมอ และไม่มีวิชาไหนรับประกันความปลอดภัยได้ 100%
ที่ IMAC Dojo เราเปิดสอนยูโดเป็นคอร์สของตัวเอง ส่วนแซมโบ้และยิวยิตสูไม่ได้เปิดเป็นคลาสแยก แต่ถูกใช้เป็นหลักในระยะทุ่มและระยะพื้นของหลักสูตรหย่งชุน แซมโบ้ ผู้ที่ฝึกยูโดหรือยิวยิตสูอยู่แล้วและอยากเพิ่มระยะไกลกับการออกอาวุธ มักเป็นกลุ่มที่หลักสูตรนี้ตอบได้ตรงที่สุด
ดูรายละเอียดหลักสูตรหย่งชุน แซมโบ้ ที่ IMAC Dojo ลาดพร้าว 101แหล่งข้อมูลและอ่านเพิ่มเติม
- ประวัติของแซมโบ้ — International SAMBO Federationแหล่งอ้างอิงเข้าถึง 6 ก.ย. 2569
- แนะนำองค์กรและประเภทการแข่งขัน — International SAMBO Federationแหล่งอ้างอิงเข้าถึง 6 ก.ย. 2569
- เอกสารและกติกาการแข่งขัน — International SAMBO Federationแหล่งอ้างอิงเข้าถึง 6 ก.ย. 2569
- เอกสารและกติกาการแข่งขัน — International Judo Federationแหล่งอ้างอิงเข้าถึง 6 ก.ย. 2569
- ประเภทการแข่งขันของยิวยิตสู — Ju-Jitsu International Federationแหล่งอ้างอิงเข้าถึง 6 ก.ย. 2569
- กติกาการแข่งขัน — IBJJFแหล่งอ้างอิงเข้าถึง 6 ก.ย. 2569
คำถามที่พบบ่อย
แซมโบ้ ยูโด ยิวยิตสู ต่างกันอย่างไรแบบสั้นที่สุด
ต่างกันที่กติกา แซมโบ้ประเภทกีฬาล็อกขาได้แต่รัดคอไม่ได้ ยูโดรัดคอได้แต่ล็อกได้เฉพาะข้อศอก ส่วนบราซิลเลียนยิวยิตสูล็อกได้กว้างที่สุดบนพื้นแต่ไม่มีการออกอาวุธเลย และแซมโบ้สายคอมแบทเป็นสายเดียวในสามวิชาที่มีการออกอาวุธอยู่ในกติกา
แซมโบ้ต่อยและเตะได้จริงไหม
ได้เฉพาะแซมโบ้สายคอมแบท ซึ่งกติกาอนุญาตทั้งการเตะและการรัดคอทั้งในท่ายืนและบนพื้น ส่วนแซมโบ้ประเภทกีฬาห้ามกระทบใบหน้าด้วยมือ เท้า หรือศีรษะ และห้ามรัดคอ เวลาอ่านข่าวหรือดูคลิปจึงต้องดูก่อนว่าเป็นการแข่งขันประเภทไหน
ยูโดล็อกขาได้ไหม
ไม่ได้ในกติกาแข่งขันของ IJF ซึ่งเขียนไว้ว่าอนุญาตให้ล็อกข้อต่อได้เฉพาะข้อศอก การล็อกข้อต่ออื่นถือเป็นฮันโซคุเมเคะคือแพ้ฟาวล์ทันที ส่วนการจับขาในท่ายืนปัจจุบันถูกปรับชิโด และทำได้เมื่ออยู่ในสถานการณ์การต่อสู้บนพื้นอย่างชัดเจนแล้ว
ยิวยิตสูกับ BJJ เป็นวิชาเดียวกันหรือเปล่า
ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว ยิวยิตสูเป็นชื่อรวมของหลายสำนักในญี่ปุ่นที่เก่ากว่ายูโด และ JJIF จัดแข่งหลายประเภทที่หน้าตาต่างกันมาก ส่วนบราซิลเลียนยิวยิตสูเติบโตจากยูโดของโคโดกังที่ถูกนำไปสอนในบราซิล และวันนี้แข่งกันด้วยกติกาคนละเล่มกับ JJIF
ถ้าเป้าหมายคือป้องกันตัว ควรเลือกวิชาไหน
ให้ดูที่ระยะมากกว่าชื่อวิชา สถานการณ์จริงเริ่มจากระยะไกล ผ่านการกอดรัด แล้วจึงลงพื้น วิชาที่เก่งเพียงระยะเดียวจะเหลือช่องว่างเสมอ ทางที่ตรงที่สุดคือเลือกหลักสูตรที่ฝึกครบทั้งการรักษาระยะ การเข้าปะทะ การทุ่ม และการควบคุมบนพื้น และไม่มีวิชาไหนรับประกันความปลอดภัยได้ 100%
IMAC Dojo เปิดสอนแซมโบ้หรือยิวยิตสูไหม
ไม่มีคลาสแซมโบ้หรือยิวยิตสูแยกต่างหาก คลาสที่เปิดสอนคือคาราเต้ ยูโด มวยหย่งชุน และไหว้ครูมวยไทย โดยหลักจากแซมโบ้สายคอมแบทและยิวยิตสูถูกนำมาใช้ในระยะทุ่มและระยะพื้นของหลักสูตรหย่งชุน แซมโบ้เท่านั้น
อยากเริ่มเรียนศิลปะการต่อสู้?
ส่งข้อความหา IMAC Dojo เพื่อปรึกษาว่าหลักสูตรไหนเหมาะกับอายุ เป้าหมาย และพื้นฐานของผู้เรียน
สอบถามผ่าน LINE Official