มวยใต้จีนมีกี่สำนัก? รวมกังฟูสายใต้ 32 สำนักที่มีหลักฐาน ตั้งแต่หย่งชุนถึงหงเฉวียน
มวยใต้จีนมีกี่สำนักกันแน่ บทความนี้รวบรวมกังฟูสายใต้ 32 สำนักที่มีทะเบียนมรดกภูมิปัญญาหรือเอกสารทางการรองรับ แยกตามมณฑล ตั้งแต่ห้าตระกูลใหญ่แห่งกวางตุ้ง หย่งชุน ไช่หลี่ฝอ มวยฝูเจี้ยน มวยฮากกา ไปจนถึงมวยสองสำนักที่เอกสารทางการจีนระบุว่ามีผู้ฝึกในประเทศไทย

- ผู้เขียน
- ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ (Phoenix)
- เผยแพร่
- ปรับปรุงล่าสุด
- แหล่งข้อมูล
- 79
- เวลาอ่าน
- 34 นาที
คำตอบสั้น ๆ
มวยใต้จีน หรือหนานเฉวียน (南拳) ไม่มีจำนวนสำนักที่นับไว้เป็นทางการ ตัวเลขทางการที่มีคือการสำรวจทั่วประเทศจีนในทศวรรษ 1980 ซึ่งนับมวยจีนทุกภาคได้ราว 129 ชนิด บทความนี้จึงรวบรวมเฉพาะมวยใต้ที่มีทะเบียนมรดกภูมิปัญญาหรือเอกสารทางการรองรับ ได้ 32 สำนัก ตั้งแต่ห้าตระกูลใหญ่แห่งกวางตุ้ง (洪刘蔡李莫) หย่งชุน ไช่หลี่ฝอ มวยฝูเจี้ยน มวยฮากกา ไปจนถึงหนานจือเฉวียนและจูเจียเจี้ยวที่มีผู้ฝึกในประเทศไทย
สรุปประเด็นสำคัญ
- หนานเฉวียน (南拳) คือคำเรียกรวมของมวยจีนที่เกิดและแพร่หลายทางใต้ของแม่น้ำแยงซี ไม่ใช่ชื่อของสำนักใดสำนักหนึ่ง
- ยังไม่มีตัวเลขทางการว่ามวยใต้มีกี่สำนัก บทความนี้รวมเฉพาะ 32 สำนักที่มีเอกสารทางการรองรับ
- กวางตุ้งมีมากที่สุด 13 สำนัก รวมห้าตระกูลใหญ่ 洪刘蔡李莫 หย่งชุน และไช่หลี่ฝอ
- มวยใต้ 6 สำนักในบทความนี้อยู่ในทะเบียนมรดกภูมิปัญญาระดับชาติของจีน
- เอกสารทางการจีนระบุว่าหนานจือเฉวียนและจูเจียเจี้ยวแพร่หลายมาถึงประเทศไทย
มวยใต้จีนเป็นกังฟูกลุ่มที่มีเอกลักษณ์ชัดที่สุดกลุ่มหนึ่ง ยืนม้าต่ำและมั่นคง ใช้สะพานแขนสั้น ออกแรงในระยะใกล้แต่หนักแน่น เปลี่ยนรูปมือได้หลากหลาย และมักเปล่งเสียงขณะออกแรง สำนวนจีนสรุปไว้ว่า 南拳北腿 (หนานเฉวียน เป่ยถุ่ย) หมัดใต้ ขาเหนือ มวยใต้ยังผูกพันกับวัฒนธรรมของจีนตอนใต้ ทั้งการเชิดสิงโต การเชิดมังกร งิ้วกวางตุ้ง และการแพทย์ และเดินทางไปทั่วโลกพร้อมหนังกังฟู หย่งชุนของยิปมันกับบรูซ ลี และหงเฉวียนของหวงเฟยหง ล้วนเป็นมวยใต้ทั้งสิ้น
คำถามที่ผมได้ยินบ่อยจากคนที่เพิ่งเริ่มสนใจกังฟูคือ มวยใต้จีนมีกี่สำนัก ผมพยายามหาคำตอบจากเอกสารทางการของจีน แล้วพบว่ายังไม่มีหน่วยงานไหนนับจำนวนมวยใต้ไว้เป็นตัวเลขเดียว ชื่อมวยที่เห็นตามเว็บไซต์ทั่วไปมีมาก แต่หลายชื่อไม่มีแหล่งที่ตรวจสอบได้เลย
บทความนี้ผมจึงเลือกทำแบบเข้มงวด คือรวมเฉพาะมวยใต้ที่มีทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของจีนหรือฮ่องกง หน่วยงานรัฐ มหาวิทยาลัย หรือสื่อหลักบันทึกไว้ ได้ทั้งหมด 32 สำนัก ทุกสำนักมีลิงก์ไปยังแหล่งที่มา และเรื่องไหนเป็นตำนาน ผมจะบอกไว้ตรง ๆ ว่าเป็นตำนาน
สารบัญบทความ
หนานเฉวียน (南拳) มวยใต้จีนคืออะไร
หนานเฉวียน (南拳) แปลตรงตัวว่ามวยใต้ สหพันธ์วูซูนานาชาติ (IWUF) อธิบายว่าหนานเฉวียนคือมวยที่เกิดและแพร่หลายทางใต้ของแม่น้ำแยงซี จึงเป็นคำเรียกรวมของมวยหลายสำนัก ไม่ใช่ชื่อของสำนักใดสำนักหนึ่ง
ในการแข่งขันวูซู หนานเฉวียนยังเป็นชื่อของรายการแข่งขันท่ารำมือเปล่ารายการหนึ่ง ควบคู่กับฉางเฉวียน (长拳) และไท่จี๋เฉวียน (太极拳) ตรงนี้ต้องแยกให้ออก หนานเฉวียนบนเวทีวูซูเป็นท่ารำมาตรฐานของกีฬา ไม่ใช่มวยของสำนักใดสำนักหนึ่ง ผมเล่าเรื่องนี้ไว้ละเอียดใน วูซูคือกีฬาอะไร
เวลาคนไทยพูดคำว่า "มวยใต้" อย่างเดียว อาจหมายถึงมวยไทยสายภาคใต้ของเราเองก็ได้ ในบทความนี้ผมจึงเขียนว่า มวยใต้จีน หรือ กังฟูสายใต้ เสมอ เพื่อไม่ให้สับสน
อีกเรื่องที่ต้องบอกก่อนคือการเรียกชื่อ ชื่อมวยจีนในภาษาไทยมาจากหลายสำเนียง ทั้งจีนกลาง กวางตุ้ง และแต้จิ๋ว ถ้าปนกันในบทความเดียวจะดูเหมือนเขียนผิด ผมจึงเขียนชื่อมวย บุคคล และสถานที่ตามเสียงจีนกลางทั้งหมด และใส่ชื่อสำเนียงกวางตุ้งที่ใช้กันในระดับสากลไว้ในวงเล็บ เช่น หงเฉวียน (กวางตุ้ง Hung Kuen ที่คนไทยเรียกว่าหงก๋า) และหย่งชุน (กวางตุ้ง Wing Chun ที่คนไทยเรียกว่าหวิงชุน) ยกเว้นชื่อยิปมัน (叶问) และบรูซ ลี (李小龙) ที่คนไทยรู้จักในชื่อนั้นอยู่แล้ว
ความโดดเด่นของมวยใต้จีน หมัดใต้ ขาเหนือ
สำนวนที่คนในวงการมวยจีนรู้จักคือ 南拳北腿 (หนานเฉวียน เป่ยถุ่ย) หมัดใต้ ขาเหนือ สำนักงานจดหมายเหตุท้องถิ่นของมณฑลกวางตุ้งอธิบายว่ามวยสายใต้ใช้สะพานแขนสั้น แรงระยะสั้น ม้ากว้างและจม และใช้มือหลากหลาย ส่วนมวยเหนือเปิดกว้าง กระโดด และเด่นเรื่องขา ที่มาของสำนวนนี้ผมเขียนไว้แล้วใน หมัดใต้ เตะเหนือ เส้าหลินแบ่งสองสาย
เมื่อรวมคำอธิบายของ IWUF กับเอกสารของกวางตุ้ง ลักษณะร่วมของมวยใต้มีดังนี้
- ม้าต่ำ และใช้ขาน้อยกว่ามวยเหนือ
- หมัดสั้นและแรง ออกแรงในระยะใกล้
- ใช้เสียงประกอบ ขณะออกแรง
- ใช้มือหลากหลายและซับซ้อน
- ใช้สะพานแขน หรือ 桥 (เฉียว) ซึ่งในกติกาของ IWUF ท่าสะพานแขนกับมือเสือเป็นส่วนที่กำหนดไว้ในท่ารำหนานเฉวียน
ความโดดเด่นอีกด้านของมวยใต้อยู่นอกสนามซ้อม เอกสารของมณฑลกวางตุ้งฉบับเดียวกันบันทึกว่ามวยกวางตุ้งตั้งแต่ปลายราชวงศ์หมิงถึงปลายราชวงศ์ชิง ผสานเข้ากับการเชิดสิงโต การเชิดมังกร งิ้วกวางตุ้ง การดูแลสุขภาพ และการแพทย์ จนเป็นวัฒนธรรมของกวางตุ้ง และทุกวันนี้ยังสืบทอดผ่านการแสดง การแข่งขัน และห้องเรียน ทั้งยังแพร่ไปต่างประเทศพร้อมกับหนังกังฟู ผมคิดว่านี่คือเหตุผลที่คนไทยหลายคนรู้จักมวยใต้ผ่านหนังของหวงเฟยหงและยิปมัน ก่อนจะรู้ว่ามันคือมวยใต้
แต่สำนวนนี้ไม่ได้แปลว่ามวยใต้ไม่มีเตะ ตัวอย่างที่ชัดคือโม่เจียเฉวียน ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องลูกเตะ ผมจะเล่าในหัวข้อห้าตระกูลใหญ่ ส่วนมุมมองส่วนตัวของผมว่าทำไมมวยกวางตุ้งยืนต่ำ อ่านได้ใน มวยกวางตุ้งยืนต่ำ ไม่เตะสูง
มวยใต้จีนมีกี่สำนัก คำตอบจากเอกสารทางการ
ตัวเลขทางการที่ใกล้ที่สุดคือการสำรวจมวยจีนทั่วประเทศในทศวรรษ 1980 ซึ่งนับมวยจีนได้ราว 129 ชนิด ตัวเลขนี้นับมวยจีนทุกภาค ไม่ได้แยกว่าเป็นมวยใต้กี่ชนิด ผมจึงไม่อยากเดาตัวเลขของมวยใต้ขึ้นมาเอง
สิ่งที่ผมทำได้คือรวบรวมมวยใต้ที่มีเอกสารทางการรองรับ ได้ทั้งหมด 32 สำนัก ผมนับเฉพาะมวยที่เป็นสำนักหรือระบบมวยของตัวเอง ชุดมวยที่สอนอยู่ภายในสำนักอื่น เช่น กงจื้อฝูหู่เฉวียนในสายหงเฉวียน ผมเล่าไว้ในสำนักนั้น ไม่ได้นับแยก
| กลุ่มพื้นที่ | จำนวนสำนัก | สำนักในกลุ่ม |
|---|---|---|
| กวางตุ้ง | 13 | ห้าตระกูลใหญ่ หย่งชุน ไช่หลี่ฝอ ไป๋เหมย หลงสิง โจวเจีย ฝอเจีย หวังเจีย หย่งชุนเฉวียน |
| ฝูเจี้ยน | 8 | เจ็ดมวยใหญ่ของฝูเจี้ยน และไท่จู่เฉวียน |
| มวยฮากกา | 8 | แปดสำนักใหญ่ของชาวฮากกา |
| แต้จิ๋ว-ซัวเถา | 1 | หนานจือเฉวียน |
| หูหนาน | 1 | อูเจียเฉวียน |
| เจ้อเจียง | 1 | หนานเฉวียนเวินโจว |
| รวม | 32 | ทุกพื้นที่ข้างต้น |
ยังมีชื่อมวยใต้อีกหลายชื่อที่ผมพบในเว็บไซต์ทั่วไป แต่ยังหาเอกสารทางการรองรับไม่ได้ จึงยังไม่ใส่ไว้ในบทความนี้ ถ้าพบหลักฐานเมื่อไร ผมจะเพิ่มชื่อในหน้านี้
เส้าหลินใต้ หงเหมิน และตำนานที่ต้องฟังอย่างระวัง
มวยใต้หลายสำนักเล่าย้อนต้นกำเนิดไปที่ วัดเส้าหลินใต้ (南少林 หนานเส้าหลิน) ในมณฑลฝูเจี้ยน แม้แต่ทะเบียนมรดกระดับชาติของจีนเองก็บันทึกตำนานนี้ไว้ เช่น ทะเบียนของหย่งชุนสายฝูโจวที่ระบุว่าแม่ชีอู๋เหมย (五枚师太) แห่งเส้าหลินใต้ฝูชิงเป็นผู้สร้าง
แต่ในทางวิชาการ นักวิชาการชื่อโจวเหว่ยเหลียง (周伟良) อธิบายไว้ในบทความที่สถาบันประวัติศาสตร์ราชวงศ์ชิง มหาวิทยาลัยเหรินหมินเผยแพร่ว่า เส้าหลินใต้ในเรื่องเล่าของเทียนตี้ฮุ่ย (天地会 สมาคมฟ้าดิน) ไม่ใช่วัดที่มีที่ตั้งแน่นอน แต่เป็นเรื่องที่องค์กรลับใช้รวมคนในยุคราชวงศ์ชิง ส่วนในทางโบราณคดี มีซากวัดเส้าหลินที่ฝูชิง ซึ่งค้นพบในปี 1993 และขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานระดับมณฑลฝูเจี้ยนในปี 2005
ผมจึงใช้คำว่า "ตามตำนาน" ทุกครั้งที่เรื่องผู้ก่อตั้งไม่มีหลักฐานร่วมสมัย ถ้าอยากเห็นว่าตำนานกับประวัติศาสตร์ซ้อนกันอย่างไร ลองอ่าน 10 พยัคฆ์เส้าหลินกับ 10 พยัคฆ์กวางตุ้งต่างกันอย่างไร และ มวยหย่งชุนเกิดจากเส้าหลินหรือเรือหัวแดง
ห้าตระกูลใหญ่แห่งกวางตุ้ง 洪刘蔡李莫
กลุ่มมวยใต้ที่ดังที่สุดของกวางตุ้งคือ ห้าตระกูลใหญ่ (广东五大名拳) ที่ท่องกันว่า 洪刘蔡李莫 (หง หลิว ไช่ หลี่ โม่) ชื่อชุดนี้ปรากฏในทะเบียนมรดกภูมิปัญญาของกวางตุ้งเอง ทั้งในทะเบียนของหงเฉวียนและของหลิวเจียเฉวียน
1. หงเฉวียน (洪拳 · กวางตุ้ง Hung Kuen / Hung Gar)
หงเฉวียน (洪拳) หรือหงเจียเฉวียน (洪家拳) ที่คนไทยหลายคนเรียกตามสำเนียงกวางตุ้งว่าหงกวนหรือหงก๋า (Hung Kuen / Hung Gar) อยู่ในทะเบียนมรดกระดับมณฑลกวางตุ้งในชื่อหงเฉวียนสายหวงเฟยหง (洪拳 黄飞鸿派) ทะเบียนระบุว่าหงเฉวียนเป็นหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ และมีปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียง เช่น ลู่อาไฉ่ (陆阿彩) เถี่ยเฉียวซาน (铁桥三 ชื่อจริงเหลียงคุน 梁坤) หวงเฟยหง (黄飞鸿) และหลินซื่อหรง (林世荣)
ทะเบียนมรดกของฮ่องกงบันทึกว่าหงเฉวียนในฮ่องกงสืบมาจากหวงเฟยหง โดยโม่กุ้ยหลาน (莫桂兰) ภรรยาของท่าน และหลินซื่อหรง ศิษย์ของท่าน ย้ายมาสอนที่ฮ่องกงราวทศวรรษ 1930 ถ้าสนใจครอบครัวหวง อ่านต่อได้ที่ หวง ฉีอิง หนึ่งในสิบพยัคฆ์กวางตุ้ง
หงเฉวียนมีทะเบียนระดับมณฑลกวางตุ้งมากกว่าหนึ่งรายการ ในจำนวนนั้น ทะเบียนหงเฉวียนของจ้านเจียง บันทึกตามเรื่องเล่าว่าหงซีกวน (洪熙官) ศิษย์ฆราวาสของเส้าหลินใต้ เป็นผู้สร้างหงเฉวียนในรัชสมัยคังซี ซึ่งต้องฟังคู่กับข้อสังเกตทางวิชาการเรื่องเส้าหลินใต้ในหัวข้อก่อนหน้า
หงเฉวียนสายหลินซื่อหรงมีชุดมวยที่ทะเบียนฮ่องกงบันทึกแยกไว้ ได้แก่
- กงจื้อฝูหู่เฉวียน (工字伏虎拳) ชุดพื้นฐานสำหรับผู้เริ่มเรียน
- หู่เฮ่อซวงสิงเฉวียน (虎鹤双形拳 มวยเสือ-กระเรียน) ชุดมวยที่เป็นตัวแทนของสายนี้
- เถี่ยเซี่ยนเฉวียน (铁线拳 มวยลวดเหล็ก) อีกหนึ่งชุดมวยของสายนี้
2. หลิวเจียเฉวียน (刘家拳 · กวางตุ้ง Lau Gar)
ศูนย์คุ้มครองมรดกภูมิปัญญาของเมืองจงซานบันทึกว่าหลิวเจียเฉวียนอยู่ลำดับที่สองของห้าตระกูลใหญ่ และสร้างโดยหลิวเซิง (刘生) ในรัชสมัยเฉียนหลง หลิวเจียเฉวียนของตำบลต้าหย่ง (大涌) ขึ้นทะเบียนมรดกระดับเมืองจงซานในปี 2020
3. ไช่เจียเฉวียน (蔡家拳 · กวางตุ้ง Choy Gar)
รัฐบาลเขตเจินเจียง เมืองเสากวน บันทึกว่าไช่เจียเฉวียนเป็นมรดกภูมิปัญญาระดับเมือง และเริ่มแพร่หลายในเสากวนทางเหนือของกวางตุ้งตั้งแต่รัชสมัยเจียชิ่ง
ไช่เจียเฉวียนเป็นตัวอย่างที่ดีของการแยกตำนานออกจากหลักฐาน เรื่องเล่าที่ว่าพระเส้าหลินเป็นผู้ถ่ายทอดมวยนี้ ถูกงานวิจัยในวารสารของสถาบันพลศึกษาเหอเป่ย สรุปว่าไม่มีมูล
4. หลี่เจียเฉวียน (李家拳 · กวางตุ้ง Lee Gar)
หลี่เจียเฉวียนในกวางตุ้งมีสองสายที่ไม่เกี่ยวกัน สายแรกคือหลี่เจียเฉวียนสายฮุ่ยโจว ที่อยู่ในทะเบียนมรดกระดับมณฑล ทะเบียนระบุว่าสร้างขึ้นในรัชสมัยเฉียนหลง โดยหลี่อี้ (李义 หรือหลี่ฉุนอี้ 李存义) ชาวอำเภอกุยซ่าน
สายที่สองคือสายของหลี่โหย่วซาน (李友山) ชาวซินฮุ่ย ทะเบียนมรดกของเมืองจงซานบันทึกหลี่เจียเฉวียนสายกังหนาน (冈南李家拳) ว่าสืบจากหลี่โหย่วซาน และศิษย์ของเขาคือเฉินเซี่ยง (陈享) ผู้ก่อตั้งไช่หลี่ฝอ
5. โม่เจียเฉวียน (莫家拳 · กวางตุ้ง Mok Gar)
โม่เจียเฉวียนอยู่ในทะเบียนมรดกภูมิปัญญาระดับชาติของจีน ชุดที่ 5 ปี 2021 ทะเบียนระบุว่ามวยนี้ก่อตัวในกวางตุ้งช่วงรัชสมัยเฉียนหลง มีต้นทางที่ฮุ่ยโจว แพร่หลายที่ตงก่วน และพัฒนาที่กวางโจว
สิ่งที่ผมชอบในโม่เจียเฉวียนคือมันแย้งภาพจำว่ามวยใต้ไม่เตะ ทะเบียนระดับมณฑลบันทึกว่าหลักของมวยนี้คือ 一腿胜三拳 (อีถุ่ยเซิ่งซานเฉวียน) เตะหนึ่งครั้งชนะหมัดสามครั้ง และตามที่ทะเบียนบันทึก ผู้สร้างคือโม่เจ้อเหย่า (莫蔗咬) หรือโม่ต๋าซื่อ (莫达士) ชาวฮุ่ยโจว
มวยใต้กวางตุ้งสำนักอื่น ตั้งแต่หย่งชุนถึงไป๋เหมย
นอกจากห้าตระกูลใหญ่ กวางตุ้งยังมีมวยใต้อีก 8 สำนักที่มีเอกสารทางการรองรับ และบางสำนักดังไปทั่วโลกยิ่งกว่าห้าตระกูลเสียอีก
6. หย่งชุน (咏春拳 · กวางตุ้ง Wing Chun)
หย่งชุน (咏春拳) หรือที่คนไทยหลายคนเรียกตามสำเนียงกวางตุ้งว่าหวิงชุน (Wing Chun) เป็นมวยใต้ที่คนทั่วโลกรู้จักมากที่สุด ในทะเบียนมรดกระดับชาติของจีน หย่งชุนขึ้นทะเบียนครั้งแรกในปี 2014 ในนามหย่งชุนสายฝูโจว มณฑลฝูเจี้ยน ซึ่งบันทึกตามตำนานว่าแม่ชีอู๋เหมยเป็นผู้สร้าง และใช้ชื่อชุดมวยเสี่ยวเนี่ยนโถว (小念头 · กวางตุ้ง Siu Nim Tao) สวินเฉียว (寻桥 · กวางตุ้ง Chum Kiu) และเปียวจื่อ (标指 · กวางตุ้ง Biu Jee) เรียงลำดับรุ่นศิษย์ ส่วนชื่อหย่งชุนเอง ทะเบียนระดับมณฑลกวางตุ้งเล่าว่ามาจากหญิงชาวฝูเจี้ยนชื่อเหยียนหย่งชุน (严咏春) ผมเล่าตำนานนี้ไว้ใน แม่ชีอู๋เหมย ตำนานต้นกำเนิดมวยหย่งชุน
ต่อมาในปี 2021 หย่งชุนสายฝอซาน ได้ขึ้นทะเบียนเพิ่ม ทะเบียนระบุว่าเหลียงจ้าน (梁赞) ปรมาจารย์ชาวฝอซาน เป็นผู้หลอมรวมมวยที่สืบทอดมาจนเป็นหย่งชุนแบบกวางตุ้ง สายที่ทำให้หย่งชุนดังไปทั่วโลกคือสายยิปมัน (叶问) ซึ่งมีทะเบียนระดับมณฑลกวางตุ้งของตัวเองในชื่อหย่งชุนสายยิปมัน (咏春拳 叶问宗支) และทะเบียนฮ่องกงบันทึกสายยิปมันว่าสืบมาจากเหลียงจ้าน สำนักข่าวรัฐบาลฮ่องกงบันทึกว่าบรูซ ลี (李小龙) เป็นศิษย์ของยิปมันตั้งแต่อายุ 13 ปี และต่อมาได้คิดค้นจีทคุนโด (截拳道)
หย่งชุนเป็นมวยใต้สำนักเดียวในบทความนี้ที่ IMAC Dojo เปิดสอนเป็นหลักสูตรจริง อยู่ในหลักสูตร หย่งชุน แซมโบ้ (Wing Chun Sambo) และผมเล่าประสบการณ์ของครอบครัวเราไว้ใน บทเรียนที่ได้รับจากการฝึกมวยหย่งชุนในประเทศจีน
7. หย่งชุนเฉวียน (永春拳 · กวางตุ้ง Weng Chun)
หย่งชุนเฉวียน (永春拳) คือมวยที่คนสับสนกับหย่งชุนมากที่สุด เพราะอ่านตามเสียงจีนกลางเหมือนกันทุกพยางค์ แต่อักษรตัวแรกต่างกัน หย่งชุนเขียนด้วย 咏 ส่วนหย่งชุนเฉวียนเขียนด้วย 永 ทะเบียนมรดกของฮ่องกงแยกสองมวยนี้เป็นคนละรายการ คือหย่งชุนเฉวียนรายการที่ 3.64 และหย่งชุนรายการที่ 3.70 ชื่อภาษาอังกฤษในทะเบียนก็ต่างกัน คือ Weng Chun กับ Wing Chun
ทะเบียนฮ่องกงบันทึกว่าหย่งชุนเฉวียนสายเส้าหลิน (少林永春拳) ได้ชื่อมาจากหอหย่งชุน (永春殿) ในวัดเส้าหลินใต้ตามเรื่องเล่า และสืบสายมาถึงจูซ่งหมิน (朱颂民) ชาวฝอซาน ที่มาสอนในฮ่องกงในปี 1953 มวยนี้มีชุดมวยหลัก 3 ชุด คือ ผิงเฉวียน (平拳) ฝอเฉวียน (佛拳) และเหมยฮวาปากว้า (梅花八卦) กับจวงเฉวียน (桩拳) อีก 2 ชุด ฝึกหุ่นไม้ชุดเทียนผานจวง (天盘桩) และตี้ผานจวง (地盘桩) และใช้พลองหกจุดครึ่ง (六点半棍) กับไม้สิงเจ่อ (行者棒) หลักสำคัญคือ 由长入短 (โหยวฉางรู่ต่วน) จากยาวเข้าสั้น ใช้ทั้งสะพานแขนยาวและมือสั้น
อีกสายหนึ่งคือหย่งชุนเฉวียนสายคณะงิ้ว (班中永春拳) ทะเบียนเล่าว่าพระจื้อซ่านหลบมาอยู่กับคณะงิ้วกวางตุ้ง ย่อม้าและสะพานแขนให้เหมาะกับพื้นที่บนเรือ และสอนศิษย์สี่คน คือ เหลียงเอ้อร์ตี้ (梁二娣) ซินจิ่น (新锦) หลานกุ้ย (兰桂) และหวงหัวเป่า (黄华宝) ทะเบียนเดียวกันเล่าต่อว่าเหลียงจ้าน (梁赞) เรียนกับหลานกุ้ยและหวงหัวเป่า สองมวยจึงมีเรื่องเล่าเรื่องคณะงิ้ว หุ่นไม้ และพลองหกจุดครึ่งซ้อนกันอยู่ ซึ่งเป็นเหตุผลที่คนนำมาปนกันบ่อย
หย่งชุน หย่งชุนเฉวียน และมวยกระเรียนขาวหย่งชุน ต่างกันอย่างไร
ในบทความนี้มีมวยสามสำนักที่มีคำว่า "หย่งชุน" อยู่ในชื่อ ผมสรุปความต่างจากเอกสารที่อ้างในบทความไว้ในตารางนี้
| ประเด็น | หย่งชุน | หย่งชุนเฉวียน | มวยกระเรียนขาวหย่งชุน |
|---|---|---|---|
| อักษรจีน | 咏春拳 | 永春拳 | 永春白鹤拳 |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | Wing Chun | Weng Chun | Yongchun White Crane |
| ที่มาของชื่อตามเรื่องเล่า | หญิงชื่อเหยียนหย่งชุน (严咏春) | หอหย่งชุน (永春殿) ในวัดเส้าหลินใต้ | เป็นมวยของอำเภอหย่งชุน (永春县) ฝูเจี้ยน |
| ชุดมวยที่เอกสารบันทึก | เสี่ยวเนี่ยนโถว สวินเฉียว เปียวจื่อ | ผิงเฉวียน ฝอเฉวียน เหมยฮวาปากว้า จวงเฉวียน | ตำนานว่าฟางชีเหนียง (方七娘) เป็นผู้สร้าง |
| ทะเบียนมรดก | ระดับชาติของจีน (ฝูโจว 2014 และฝอซาน 2021) และฮ่องกง | ฮ่องกง | ระดับชาติในฐานะส่วนหนึ่งของอู่จู่เฉวียน และระดับมณฑลฝูเจี้ยน 2022 |
| ลำดับในบทความนี้ | 6 | 7 | 15 |
8. ไช่หลี่ฝอ (蔡李佛拳 · กวางตุ้ง Choy Li Fut)
ไช่หลี่ฝอ อยู่ในทะเบียนมรดกระดับชาติของจีน ชุดที่ 2 ปี 2008 ทะเบียนระบุว่าเฉินเซี่ยง (陈享) ชาวหมู่บ้านจิงเหมย ตำบลหยาซี อำเภอซินฮุ่ย ก่อตั้งในปี 1836 ซึ่งตรงกับรัชสมัยเต้ากวงปีที่ 16
ชื่อของสำนักมาจากครูสามท่านของเฉินเซี่ยง ตามที่มหาวิทยาลัยเซินเจิ้นอธิบายไว้ คือ ไช่ (蔡) มาจากไช่ฝู (蔡福) หลี่ (李) มาจากหลี่โหย่วซาน และฝอ (佛) มาจากเฉินหย่วนฮู่ (陈远护) ซึ่งวิชาของเขามาจากสายพุทธ รัฐบาลเขตซินฮุ่ยยังบันทึกว่าเฉินเซี่ยงเริ่มเรียนกับหลี่โหย่วซานในปี 1823 โดยเฉินหย่วนฮู่เป็นผู้แนะนำ
อีกเรื่องที่คนเรียนวูซูอาจไม่รู้คือ ทะเบียนระดับมณฑลกวางตุ้งระบุว่าไช่หลี่ฝอเป็นที่มาหลักของท่ารำหนานเฉวียนในการแข่งขันวูซูนานาชาติ
9. ไป๋เหมยเฉวียน (白眉拳 · กวางตุ้ง Bak Mei)
ไป๋เหมยเฉวียนของตำบลถังเซี่ย อยู่ในทะเบียนมรดกระดับเมืองเจียงเหมิน ชุดที่ 6 ปี 2017 ประวัติผู้ก่อตั้งของไป๋เหมยเฉวียนในแต่ละแหล่งยังเล่าไม่ตรงกัน ผมจึงไม่ขอเล่าตำนานผู้ก่อตั้งในบทความนี้
10. หลงสิงเฉวียน (龙形拳 · กวางตุ้ง Lung Ying)
หลงสิงเฉวียนอยู่ในทะเบียนมรดกระดับมณฑลกวางตุ้ง ทะเบียนระบุว่าหลินเย่ากุ้ย (林耀桂) ชาวฮุ่ยโจว ผู้มีฉายาว่าเสือแห่งตงเจียง (东江老虎) เป็นผู้สร้างในปลายศตวรรษที่ 19 กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจีนอธิบายว่าหลงสิงเน้นการตีสั้นและเข้าประชิด และทะเบียนฮ่องกงบันทึกว่าหลินเย่ากุ้ยมาสอนที่ฮ่องกงตั้งแต่ทศวรรษ 1930
11. โจวเจียเฉวียน (周家拳 · กวางตุ้ง Chow Gar)
ช่องทางทางการของรัฐบาลเขตเผิงเจียง เมืองเจียงเหมิน บันทึกว่าโจวเจียเฉวียนสร้างโดยโจวหลง (周龙) ชาวหมู่บ้านซาฟู่ ตำบลถังเซี่ย ช่วงปลายราชวงศ์ชิงต่อต้นยุคสาธารณรัฐ และเป็นมรดกภูมิปัญญาของเมือง
12. ฝอเจียเฉวียน (佛家拳 · กวางตุ้ง Fut Gar)
ฝอเจียเฉวียนของอำเภอไถซาน อยู่ในทะเบียนมรดกระดับเมืองเจียงเหมินชุดเดียวกับไป๋เหมยเฉวียน ในปี 2017
13. หวังเจียเฉวียน (王家拳)
หวังเจียเฉวียนของอำเภอฮว่าโจว (化州) เมืองเม่าหมิง อยู่ในทะเบียนมรดกระดับมณฑลกวางตุ้ง ทะเบียนระบุว่ามวยนี้เป็นมวยสายใต้ และมีรากจากหวังเจียเฉวียนของหย่งชางเป่า (永昌堡) เมืองเวินโจว ในมณฑลเจ้อเจียง เป็นตัวอย่างที่ดีว่ามวยใต้เดินทางข้ามมณฑลกันมาตลอด
มวยใต้ฝูเจี้ยน และรากหนึ่งของคาราเต้
ฝูเจี้ยนคือพื้นที่ที่ตำนานเส้าหลินใต้ผูกไว้แน่นที่สุด ผมนับมวยฝูเจี้ยนที่มีเอกสารทางการรองรับได้ 8 สำนัก กลุ่มนี้คนฝึกคาราเต้ควรรู้จักเป็นพิเศษ เพราะเป็นต้นทางสำคัญของคาราเต้โอกินาวะ ซึ่งผมแยกเล่าไว้ในหัวข้อถัดไป
รัฐบาลมณฑลฝูเจี้ยนเผยแพร่รายชื่อเจ็ดมวยใหญ่ของฝูเจี้ยน ได้แก่ อู่จู่เฉวียน มวยกระเรียนขาวหย่งชุน หลงจุนเฉวียน หู่จุนเฉวียน มวยสุนัข เหลียนเฉิงเฉวียน และมวยกระเรียนฝูโจว และระบุว่าในปี 1993 จดหมายเหตุกีฬาของฝูเจี้ยนเพิ่มไท่จู่เฉวียนของจางโจวเป็นมวยใหญ่ลำดับที่แปด
14. อู่จู่เฉวียน (五祖拳 มวยห้าปรมาจารย์)
อู่จู่เฉวียน ของเฉวียนโจวอยู่ในทะเบียนมรดกระดับชาติของจีน ชุดที่ 2 ปี 2008 ชื่อห้าปรมาจารย์มาจากการรวมมวยห้าสาย คือ ต๋าหมอ (达摩) ไท่จู่ (太祖) หลัวฮั่น (罗汉) สิงเจ่อ (行者) และไป๋เฮ่อ (白鹤) ทะเบียนระบุว่าอู่จู่เฉวียนแพร่หลายไปถึงฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่สมัยหมิงและชิง
15. ไป๋เฮ่อเฉวียน (白鹤拳 มวยกระเรียนขาวหย่งชุน)
มวยกระเรียนขาวสายหย่งชุน (永春白鹤拳) ตั้งชื่อตามอำเภอหย่งชุนในฝูเจี้ยน ซึ่งเป็นคนละมวยกับหย่งชุน (咏春拳) และหย่งชุนเฉวียน (永春拳) แม้ชื่อจะอ่านออกเสียงคล้ายกัน ผมทำตารางเทียบสามมวยนี้ไว้ในหัวข้อมวยกวางตุ้ง รัฐบาลอำเภอหย่งชุนระบุว่ามวยนี้อยู่ในทะเบียนระดับชาติในฐานะส่วนหนึ่งของอู่จู่เฉวียน และขึ้นทะเบียนระดับมณฑลด้วยตัวเองในปี 2022 ส่วนตำนานผู้สร้าง สำนักข่าวเผิงไป่เล่าว่าฟางชีเหนียง (方七娘) บุตรสาวของนักมวยเส้าหลินชื่อฟางจ้ง (方种) เป็นผู้สร้างมวยนี้ที่วัดกวนอิมบนเขาอู่เหมยซาน
16. ฝูโจวเฮ่อเฉวียน (福州鹤拳 มวยกระเรียนฝูโจว)
รัฐบาลมณฑลฝูเจี้ยนนับมวยกระเรียนของฝูโจวเป็นมวยใหญ่อีกชื่อหนึ่ง แยกจากมวยกระเรียนขาวของหย่งชุน แปลว่ามวยกระเรียนในฝูเจี้ยนมีมากกว่าหนึ่งสาย
17. ไท่จู่เฉวียน (太祖拳)
ไท่จู่เฉวียนเป็นหนึ่งในห้ามวยที่รวมเป็นอู่จู่เฉวียน และยังเป็นมวยของตัวเองด้วย รัฐบาลมณฑลฝูเจี้ยนบันทึกว่าไท่จู่เฉวียนชิงหลงเจิ้น (太祖拳青龙阵) ของจางโจว ขึ้นทะเบียนมรดกระดับมณฑลในเดือนธันวาคม 2011 และจดหมายเหตุกีฬาของมณฑลฝูเจี้ยนฉบับปี 1993 นับไท่จู่เฉวียนของจางโจวเป็นหนึ่งในมวยหลักของมณฑล
18. ตี้ซู่เฉวี่ยนฝ่า (地术犬法 มวยสุนัข)
สถานีวิทยุสากลแห่งประเทศจีนรายงานว่าตี้ซู่เฉวียน (地术拳) หรือตี้ซู่เฉวี่ยนฝ่า ชาวบ้านเรียกว่า 狗拳 (โก่วเฉวียน) มวยสุนัข เป็นหนึ่งในเจ็ดมวยใหญ่ของฝูเจี้ยน ขึ้นทะเบียนมรดกระดับชาติในปี 2011 และแพร่หลายไปถึงฮ่องกงและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ผมสนใจมวยสุนัขเป็นพิเศษ เพราะชื่อของมันบอกว่าเป็นมวยที่เล่นกับพื้น ซึ่งเป็นเรื่องที่มวยใต้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยพูดถึง และเป็นเหตุผลเดียวกับที่เราเติมหลักการจากแซมโบ้เข้าไปในหย่งชุน แซมโบ้
19. เหลียนเฉิงเฉวียน (连城拳)
รัฐบาลอำเภอเหลียนเฉิงบันทึกว่าเหลียนเฉิงเฉวียนขึ้นทะเบียนมรดกระดับมณฑลฝูเจี้ยน ชุดที่ 3 ในปี 2009 และสำนักงานกีฬาเมืองหลงเหยียนระบุว่าวิชาของเหลียนเฉิงมีมากกว่า 40 ชุด ทั้งมือเปล่า อาวุธ คู่ซ้อม และการต่อสู้
20. หลงจุนเฉวียน (龙尊拳)
หลงจุนเฉวียนอยู่ในรายชื่อเจ็ดมวยใหญ่ของฝูเจี้ยนที่รัฐบาลมณฑลเผยแพร่ สำนักข่าวตงหนานของฝูเจี้ยนรายงานว่าหลงจุนเฉวียนมีอีกชื่อว่าหลงจวงเฉวียน (龙桩拳) สืบทอดในตำบลซานหยาง อำเภอกู่เถียน เมืองหนิงเต๋อ ได้รับการจัดเป็นหนึ่งในเจ็ดมวยดั้งเดิมของฝูเจี้ยนในปี 1984 และขึ้นทะเบียนมรดกระดับมณฑลในเดือนกุมภาพันธ์ 2019
21. หู่จุนเฉวียน (虎尊拳)
หนังสือพิมพ์ฝูโจวรายงานว่าหู่จุนเฉวียนกำเนิดที่อำเภอหย่งไท่ (永泰) สร้างขึ้นในรัชสมัยเฉียนหลง และเป็นหนึ่งในเจ็ดมวยใหญ่ของฝูเจี้ยน หย่งไท่ยังเป็นบ้านของครูมวยเสือที่สอนโจวจื่อเหอ (周子和) ผู้ที่ฝ่ายจีนและฝ่ายโอกินาวะยืนยันตรงกันว่าเป็นครูของอุเอจิ คันบุน ผมเล่ารายละเอียดไว้ในหัวข้อถัดไป
คาราเต้มาจากมวยใต้จีนอย่างไร หลักฐานจากญี่ปุ่นและจีน
คนที่ฝึกคาราเต้มักสงสัยว่าคาราเต้มาจากมวยจีนจริงไหม ในฐานะคนที่ฝึกทั้งกังฟูและคาราเต้ชินเคียวคุชิน ผมอยากตอบด้วยเอกสารทางการแทนความรู้สึก และเอกสารของทั้งญี่ปุ่นและจีนตอบตรงกันว่าจริง โดยต้นทางสำคัญคือมวยใต้จากฝูเจี้ยน โดยเฉพาะเมืองฝูโจว
ฐานของคาราเต้คือ "เต" ของโอกินาวะผสมกับมวยจีน
สำนักคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นอธิบายว่าคาราเต้โอกินาวะยุคใหม่สร้างขึ้นบนวิชาพื้นเมืองที่เรียกว่า 手 (ตี) แล้วรับมวยจีนเข้ามาผสม สภาจังหวัดโอกินาวะบันทึกไว้ในมติวันคาราเต้ว่ามวยจีนเข้ามาถึงโอกินาวะราวปี 1400 ถึง 1500 และคนโอกินาวะรับจุดเด่นของมวยจีนเข้ามาใช้ มติเดียวกันยังระบุว่าการเขียนคำว่าคาราเต้ด้วยอักษร 空手 (มือเปล่า) ได้รับการตัดสินอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 1936 ก่อนหน้านั้นคนโอกินาวะใช้คำว่า 唐手 (โทเต) ซึ่งผมเล่าที่มาไว้ใน รากมวยจีนในคาราเต้
ช่องทางที่มวยจีนเข้ามามีอย่างน้อยสองทาง ทางแรกคือชุมชนชาวจีนในหมู่บ้านคูเมะ (久米村) สำนักคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นอธิบายว่าคูเมะเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวจีนอพยพซึ่งส่วนใหญ่มาจากฝูโจว และมวยจีนของกลุ่มช่างฝีมือจากฝูเจี้ยนที่เรียกว่าสามสิบหกตระกูลแห่งคูเมะ (久米三十六姓) มีอิทธิพลอย่างมากต่อนาฮะเต (那覇手) ทางที่สองคือคณะทูตของจักรพรรดิจีน จังหวัดโอกินาวะบันทึกว่าซวีเป่ากวาง (徐葆光) รองทูตที่มาถึงริวกิวในปี 1719 ได้บันทึกคำเรียกท่าหมัดของชาวริวกิวไว้ในหนังสือ 中山传信录 (จงซานฉวนซิ่นลู่) ที่เขียนเสร็จในปี 1721
ปรมาจารย์โอกินาวะที่ไปเรียนมวยถึงฝูโจว
- มัตสึมุระ โซคน (松村宗棍) สำนักคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นบันทึกว่าเขาถูกส่งไปฝูโจวสองครั้งและฝึกมวยจีนที่นั่น สายของเขาสืบต่อมาถึงกิชิน ฟุนาโคชิ (船越義珍) ในสายโชโตกัน (松濤館流)
- ฮิงาอนนะ คันเรียว (東恩納寛量) เดินทางไปจีนในปี 1874 และฝากตัวเป็นศิษย์ครูมวยในฝูโจวที่บันทึกชื่อไว้ว่า "รูรูโค" ซึ่งยังมีหลายความเห็นว่าคือใคร เขากลับโอกินาวะในปี 1877 แม้ระยะเวลาที่อยู่ในจีนจะยังมีหลายตัวเลข และวิชาของเขาสืบต่อไปถึงมิยางิ โชจุน (宮城長順) จนกลายเป็นสายโกจูริว (剛柔流)
- มิยางิ โชจุน ตั้งชื่อสายโกจูริวจากวลีในตำรา 武备志 (อู่เป้ยจื้อ) ที่มีคำว่า 剛柔 (แข็งและอ่อน) ตามที่ศูนย์ข้อมูลคาราเต้โอกินาวะซึ่งทำงานให้จังหวัดโอกินาวะอธิบายไว้ หลังจากศิษย์ของเขาถูกถามชื่อสายในงานที่ศาลเจ้าเมจิเมื่อเดือนพฤศจิกายน 1930
- อุเอจิ คันบุน (上地完文) ฝึกและสอนมวยอยู่ที่ฝูโจว 13 ปี ก่อนกลับโอกินาวะในปี 1909 และเน้นการฝึกด้วยท่าซันจิน ศูนย์ข้อมูลคาราเต้โอกินาวะระบุว่าครูของเขาคือโจวจื่อเหอ (周子和) และเขาเปิดสถาบันปังไงนูนในปี 1932 ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นอุเอจิริว (上地流) ในปี 1940
ไม่ใช่ทุกคนไปเรียนที่ฝูเจี้ยน ซากุงาวะ คังงะ (佐久川寛賀) ไปเรียนที่ปักกิ่ง แต่หน้าเดียวกันของสำนักคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นก็อธิบายว่ามวยจีนที่เข้ามามีอิทธิพลต่อวิชาของโอกินาวะในยุคนั้น น่าจะเป็นมวยเส้าหลินสายใต้
ฝั่งฝูโจวยืนยันอะไรบ้าง
หลักฐานฝั่งจีนที่ชัดที่สุดคือเรื่องของโจวจื่อเหอ หนังสือพิมพ์ฝูโจวรายงานว่าโจวจื่อเหอ (周子和, 1874–1926) ชาวหมู่บ้านจือเถียน ตำบลหนานอวี่ อำเภอหมิ่นโหว เรียนมวยเสือจากหลี่จาวเป่ย (李昭北) แห่งหย่งไท่ จนเป็นมวยรูปเสือฝูโจว มวยของเขาผสานกับวิชาญี่ปุ่นจนเกิดเป็นอุเอจิริว และในเดือนมีนาคม 1984 อุเอจิ คันเอ (上地完英) เจ้าสำนักอุเอจิริวรุ่นที่สอง เดินทางไปหมู่บ้านนี้เพื่อสืบหาราก และยืนยันว่าโจวจื่อเหอคือบรมครูของสาย
ความสัมพันธ์นี้ยังเดินต่อในยุคปัจจุบัน สำนักข่าวชาวจีนโพ้นทะเลของจีนรายงานว่าในปี 2017 คณะจากหน่วยงานส่งเสริมคาราเต้ของจังหวัดโอกินาวะเดินทางไปฝูชิงเพื่อสืบรากของคาราเต้
สายของเคียวคุชินย้อนไปถึงฝูโจวได้อย่างไร
คาราเต้ที่ IMAC Dojo สอนคือชินเคียวคุชิน ซึ่งสหพันธ์ชินเคียวคุชินไก (WKO) ระบุว่าสืบทอดจากคาราเต้เคียวคุชินที่มาสุทัตสึ โอยามะก่อตั้งในปี 1956 เมื่อไล่สายย้อนกลับไปตามเอกสาร หน้าประวัติขององค์กรเคียวคุชินไคคังบันทึกว่าโอยามะเป็นศิษย์ของกิชิน ฟุนาโคชิตั้งแต่อายุ 15 ปี ฟุนาโคชิอยู่ในสายของมัตสึมุระ โซคน และมัตสึมุระเคยไปฝึกมวยที่ฝูโจวสองครั้ง
เส้นทางนี้ไม่ได้แปลว่าคาราเต้ชินเคียวคุชินเป็นมวยจีน คาราเต้พัฒนาเป็นวิชาของตัวเองแล้ว แต่ทุกครั้งที่ผมเห็นลูกศิษย์ยืนท่าม้าต่ำหรือฝึกหายใจในคาตะ ผมนึกถึงมวยใต้ของฝูเจี้ยนทุกครั้ง ถ้าอยากรู้จักผู้ก่อตั้งเคียวคุชินมากขึ้น อ่านได้ที่ มาสุทัตสึ โอยามะ และ ประวัติชินเคียวคุชินไก ส่วนหลักสูตรที่โดโจเปิดสอนจริงดูได้ที่ คาราเต้ชินเคียวคุชิน
มวยฮากกา (客家拳) แปดสำนักใหญ่ของชาวจีนแคะ
มวยฮากกา คือมวยของชาวจีนแคะ (ฮากกา) หนังสือพิมพ์หยางเฉิงหว่านเป้าของกวางโจวรายงานว่ามวยฮากกามีแปดสำนักใหญ่ (客家八大派) มวยฮากกาหลายสำนักใช้คำว่า 教 (เจี้ยว) ซึ่งแปลว่าคำสอน แทนคำว่า 拳 (เฉวียน)
22. หลี่เจียเจี้ยว (李家教)
หลี่เจียเจี้ยว เป็นคนละสายกับหลี่เจียเฉวียนในห้าตระกูลใหญ่ ตามรายงานเดียวกัน หลี่เจียเจี้ยวของเหมยโจวขึ้นทะเบียนมรดกระดับมณฑลกวางตุ้งในปี 2022 ผู้สร้างคือหลี่เถี่ยหนิว (李铁牛) ชาวตำบลสุ่ยไจ้ อำเภออู่หัว และมวยนี้แพร่หลายไปถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทะเบียนมรดกของกวางตุ้งยังบันทึกว่าหลี่กวงเหริน (李光壬) ทายาทในสายนี้ นำมวยไปเผยแพร่ถึงซัวเถา
23. จูเจียเจี้ยว (朱家教)
จูเจียเจี้ยว เป็นมวยใต้สำนักที่ผมอยากให้คนไทยรู้จักที่สุด รัฐบาลเมืองเจียหยางบันทึกว่าจูเจียเจี้ยวแพร่หลายในเหมยโจว เหอหยวน เจียหยาง แต้จิ๋ว ซัวเถา ฝูเจี้ยน กวางสี ฮ่องกง ไปจนถึงประเทศไทยและหมู่เกาะทะเลใต้ อีกหน้าหนึ่งของรัฐบาลเมืองเจียหยางระบุว่าในประเทศไทยก็มีผู้ฝึกจูเจียเจี้ยว และมวยนี้ขึ้นทะเบียนมรดกระดับมณฑลกวางตุ้ง ชุดที่ 8 เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2022
จูเจียเจี้ยวยังเกี่ยวกับมวยที่คนทั่วโลกรู้จักในชื่อมวยตั๊กแตนใต้ (南螳螂) ทะเบียนฮ่องกงบันทึกว่ามวยตั๊กแตนของชาวฮากกาเรียกอีกชื่อว่าหนานถังหลาง (南螳螂) และมวยตั๊กแตนตระกูลจูแห่งตงเจียง (东江朱家螳螂拳) มีต้นทางคือจูเจียเจี้ยว ซึ่งเริ่มจากจูย่าหนาน (朱亚南) ชาวอู่หัว ในรัชสมัยเฉียนหลง ทะเบียนระดับมณฑลกวางตุ้งก็บันทึกจูเจียเจี้ยวของเจียซีว่าเป็นมวยฮากกา ผมจึงไม่นับมวยตั๊กแตนใต้แยกเป็นอีกสำนัก
มวยฮากกาอีก 6 สำนัก
อีกหกสำนักในแปดสำนักใหญ่ของมวยฮากกา ตามรายงานของหยางเฉิงหว่านเป้า มีดังนี้
- 24. จงเจียเจี้ยว (钟家教)
- 25. เยว่เจียเจี้ยว (岳家教)
- 26. เตียวเจียเจี้ยว (刁家教)
- 27. หลิวเฟิ่งซานพ่าย (刘凤山派)
- 28. หลิวหมินเฉวียน (流民拳)
- 29. คุนหลุนเฉวียน (昆仑拳)
หกสำนักนี้ผมยังไม่พบเอกสารทางการที่เล่าประวัติละเอียดพอ จึงบันทึกเพียงชื่อไว้ก่อน
มวยแต้จิ๋ว และมวยใต้จีนที่เดินทางมาถึงเมืองไทย
เขตแต้จิ๋ว-ซัวเถา (潮汕 เฉาซ่าน) ทางตะวันออกของกวางตุ้งเป็นเขตที่ผมอยากให้คนไทยรู้จักเป็นพิเศษ เพราะมีเอกสารทางการระบุชื่อประเทศไทยไว้ตรง ๆ และมีการแสดงพื้นบ้านของชาวแต้จิ๋วที่มีท่ามวยใต้อยู่ข้างใน ซึ่งคนไทยหลายคนเคยเห็นมาแล้วโดยไม่รู้ตัว
30. หนานจือเฉวียน (南枝拳)
หนานจือเฉวียน เป็นมวยของเขตแต้จิ๋ว สำนักงานจดหมายเหตุท้องถิ่นของกวางตุ้งบันทึกว่าผู้ก่อตั้งคือเฉินหนานจือ (陈南枝, 1847–1925) หรือเฉินเจี้ยนซาน (陈鉴山) เกิดที่อำเภอไห่เฟิง และตั้งรกรากที่เจียหยางราวปี 1870
มหาวิทยาลัยเซินเจิ้นอธิบายว่าหนานจือเฉวียนเน้นออกท่าแม่นยำ ใช้หมัดตาหงส์ (凤眼拳 เฟิ่งเหยี่ยนเฉวียน) ตีจุด ใช้มือกรงเล็บเหยี่ยวปัดและคว้า และจับล็อกในระยะประชิด เอกลักษณ์ที่สำคัญคือท่าที่เรียกว่า 响马 (เสี่ยงหม่า) คือการกระทืบเท้าเพื่อส่งแรง ใช้กระแทกและปิดทางท่อนล่างของคู่ต่อสู้ ทะเบียนระดับมณฑลกวางตุ้งยังบันทึกว่าศิษย์ของหนานจือเฉวียนต้องถือหลัก "三慎五戒" คือระวังสามเรื่อง ได้แก่ คำพูด การฝึก และการประลอง พร้อมข้อห้ามอีกห้าข้อ
มวยนี้มีบทบาทในประวัติศาสตร์ด้วย มหาวิทยาลัยเซินเจิ้นบันทึกว่าเมื่อสงครามต่อต้านญี่ปุ่นปะทุในปี 1937 ผู้ฝึกหนานจือเฉวียนในอำเภอเจียหยางตั้งทีมนำโดยหวงกั๋วหรง (黄国荣) และหลินอวิ้นเคอ (林运科) ไปแสดงที่ซัวเถาเพื่อหาทุนต่อต้านญี่ปุ่น
หนานจือเฉวียนขึ้นทะเบียนมรดกระดับมณฑลกวางตุ้งในปี 2009 และอยู่ในทะเบียนมรดกระดับเมืองซัวเถาด้วย ส่วนเรื่องการเผยแพร่ไปต่างประเทศ เอกสารสองแหล่งเล่าไม่เหมือนกัน มหาวิทยาลัยเซินเจิ้นระบุว่าแพร่หลายไปถึงไทยและสิงคโปร์ ส่วนทะเบียนระดับมณฑลระบุฮ่องกง ไต้หวัน มาเลเซีย อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา โดยไม่ได้เอ่ยถึงไทย ผมจึงบอกได้ว่ามีเอกสารทางการหนึ่งแหล่งที่ระบุว่าหนานจือเฉวียนมาถึงไทย
หลี่เจียเจี้ยวในแต้จิ๋วและซัวเถา
หลี่เจียเจี้ยว (ลำดับที่ 22 ในหมวดมวยฮากกา) เป็นมวยฮากกาที่หยั่งรากลึกในแต้จิ๋ว ทะเบียนระดับมณฑลของซัวเถาเล่าตามตำนานว่ามวยนี้เดิมเป็นวิชาของวัดเส้าหลินที่ผู่เถียน และหลังวัดถูกเผา พระรูปหนึ่งเดินทางมาสอนหลี่เถี่ยหนิวที่อู่หัว มีชุดมวยหลักห้าชุด คือ ทุนทู่ (吞吐) เอ๋อเจี่ยน (鹅剪) ฉือปู้ (驰步) เจียโส่ว (接手) และฉาเจี้ยน (插箭) มีคำกล่าวว่า "สามปีทุนทู่ สี่ปีเอ๋อเจี่ยน" และมีหลักการต่อสู้แปดคำว่า 后发制人 寓守于攻 คือให้อีกฝ่ายลงมือก่อน และซ่อนการรับไว้ในการรุก
ทะเบียนของผู่หนิงระบุว่าหลี่เจียเจี้ยวถูกนำไปผสมในการเชิดสิงโตและการแสดงอิงเกอ (英歌) ของชาวแต้จิ๋ว และทะเบียนระดับมณฑลก็บันทึกการเชิดสิงโตทองของหมู่บ้านหลิวชั่วไจ้ ในอำเภอเจียซี ว่าเกิดขึ้นบนพื้นฐานของหลี่เจียเจี้ยว
เอ็งกอ (英歌) การแสดงของชาวแต้จิ๋วที่มีท่ามวยใต้อยู่ข้างใน
อิงเกอ (英歌) หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อ เอ็งกอ เป็นการแสดงพื้นบ้านของชาวแต้จิ๋วที่ขึ้นทะเบียนมรดกระดับชาติของจีนในปี 2006 ทะเบียนระดับมณฑลกวางตุ้งของอิงเกอสายเฉาหนานระบุว่าการแสดงนี้นำท่าหนานเฉวียนแบบตีเดี่ยว ตีสามด้าน และตีสี่ด้าน มาผสมอยู่ในขบวน พูดง่าย ๆ คือในขบวนเอ็งกอมีท่ามวยใต้ซ่อนอยู่
เอ็งกอก็อยู่ในเมืองไทยมานานแล้ว หนังสือพิมพ์เดลินิวส์เรียกเอ็งกอว่าเป็นการแสดงพื้นบ้านของชาวไทยเชื้อสายจีน และนำเสนอคณะเอ็งกอของชุมชนพนัสนิคม ส่วนงานวิจัยในวารสารของมหาวิทยาลัยขอนแก่นระบุว่าเอ็งกอเริ่มแสดงในประเทศไทยราวปี 1937 ถึง 1942 โดยคณะกรรมการศาลเจ้าที่นครสวรรค์
เมื่อรวมกับจูเจียเจี้ยวในหัวข้อมวยฮากกา ซึ่งรัฐบาลเมืองเจียหยางระบุว่ามีผู้ฝึกในประเทศไทย เท่ากับว่ามวยใต้จีนเข้ามาถึงเมืองไทยอย่างน้อยสามทาง คือ หนานจือเฉวียน จูเจียเจี้ยว และท่ามวยในขบวนเอ็งกอ ผมมองว่ามวยใต้จีนจึงไม่ใช่ของไกลตัวคนไทยเลย มันเดินทางมากับชุมชนจีนโพ้นทะเล เช่นเดียวกับธรรมเนียมไป้ซือ หรือการกราบอาจารย์ ที่ยังมีให้เห็นในสำนักมวยจีนทุกวันนี้
มวยใต้มณฑลอื่น หูหนานและเจ้อเจียง
31. อูเจียเฉวียน (巫家拳)
อูเจียเฉวียนของเซียงถาน มณฑลหูหนาน อยู่ในทะเบียนมรดกระดับชาติของจีน ชุดที่ 5 ปี 2021 ทะเบียนระบุว่าเป็นอันดับหนึ่งของสี่มวยดังแห่งหูหนาน และกรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมณฑลหูหนานระบุว่าอูเจียเฉวียนเป็นมวยสายหนึ่งของหนานเฉวียน
32. หนานเฉวียนเวินโจว (温州南拳)
วิทยาลัยอาชีวะเวินโจวบันทึกว่าหนานเฉวียนเวินโจวขึ้นทะเบียนมรดกระดับมณฑลเจ้อเจียง ชุดที่ 4 ในปี 2012
ทำไมผมไม่นับง้อไบ๊เป็นมวยใต้
เว็บไซต์ทั่วไปหลายแห่งใส่มวยง้อไบ๊ของเสฉวนไว้ในรายชื่อมวยใต้ แต่ทะเบียนมรดกระดับชาติของจีนบันทึกว่าอู่ซู่ง้อไบ๊ (峨眉武术) เป็นหนึ่งในสามสายใหญ่ของมวยจีน ผมจึงไม่นับง้อไบ๊เป็นสำนักหนึ่งของมวยใต้ในบทความนี้
ตารางรายชื่อมวยใต้จีน 32 สำนัก
ตารางนี้รวมทุกสำนักในบทความไว้ที่เดียว เรียงตามลำดับเดียวกับหัวข้อด้านบน ชื่ออักษรโรมันในวงเล็บคือชื่อสำเนียงกวางตุ้งที่ใช้กันในระดับสากล ผมจะเพิ่มลิงก์ไปยังบทความของแต่ละสำนักเมื่อเขียนเสร็จ
| ลำดับ | ชื่อมวย | อักษรจีน | พื้นที่ |
|---|---|---|---|
| 1 | หงเฉวียน (Hung Kuen) | 洪拳 | กวางตุ้ง |
| 2 | หลิวเจียเฉวียน (Lau Gar) | 刘家拳 | กวางตุ้ง |
| 3 | ไช่เจียเฉวียน (Choy Gar) | 蔡家拳 | กวางตุ้ง |
| 4 | หลี่เจียเฉวียน (Lee Gar) | 李家拳 | กวางตุ้ง |
| 5 | โม่เจียเฉวียน (Mok Gar) | 莫家拳 | กวางตุ้ง |
| 6 | หย่งชุน (Wing Chun) | 咏春拳 | กวางตุ้ง และฝูเจี้ยน |
| 7 | หย่งชุนเฉวียน (Weng Chun) | 永春拳 | กวางตุ้ง และฮ่องกง |
| 8 | ไช่หลี่ฝอ (Choy Li Fut) | 蔡李佛拳 | กวางตุ้ง |
| 9 | ไป๋เหมยเฉวียน (Bak Mei) | 白眉拳 | กวางตุ้ง |
| 10 | หลงสิงเฉวียน (Lung Ying) | 龙形拳 | กวางตุ้ง |
| 11 | โจวเจียเฉวียน (Chow Gar) | 周家拳 | กวางตุ้ง |
| 12 | ฝอเจียเฉวียน (Fut Gar) | 佛家拳 | กวางตุ้ง |
| 13 | หวังเจียเฉวียน | 王家拳 | กวางตุ้ง |
| 14 | อู่จู่เฉวียน | 五祖拳 | ฝูเจี้ยน |
| 15 | ไป๋เฮ่อเฉวียน (มวยกระเรียนขาวหย่งชุน) | 白鹤拳 | ฝูเจี้ยน |
| 16 | ฝูโจวเฮ่อเฉวียน (มวยกระเรียนฝูโจว) | 福州鹤拳 | ฝูเจี้ยน |
| 17 | ไท่จู่เฉวียน | 太祖拳 | ฝูเจี้ยน |
| 18 | ตี้ซู่เฉวี่ยนฝ่า (มวยสุนัข) | 地术犬法 | ฝูเจี้ยน |
| 19 | เหลียนเฉิงเฉวียน | 连城拳 | ฝูเจี้ยน |
| 20 | หลงจุนเฉวียน | 龙尊拳 | ฝูเจี้ยน |
| 21 | หู่จุนเฉวียน | 虎尊拳 | ฝูเจี้ยน |
| 22 | หลี่เจียเจี้ยว | 李家教 | ฮากกา |
| 23 | จูเจียเจี้ยว | 朱家教 | ฮากกา |
| 24 | จงเจียเจี้ยว | 钟家教 | ฮากกา |
| 25 | เยว่เจียเจี้ยว | 岳家教 | ฮากกา |
| 26 | เตียวเจียเจี้ยว | 刁家教 | ฮากกา |
| 27 | หลิวเฟิ่งซานพ่าย | 刘凤山派 | ฮากกา |
| 28 | หลิวหมินเฉวียน | 流民拳 | ฮากกา |
| 29 | คุนหลุนเฉวียน | 昆仑拳 | ฮากกา |
| 30 | หนานจือเฉวียน | 南枝拳 | แต้จิ๋ว-ซัวเถา |
| 31 | อูเจียเฉวียน | 巫家拳 | หูหนาน |
| 32 | หนานเฉวียนเวินโจว | 温州南拳 | เจ้อเจียง |
อยากเริ่มเรียนมวยใต้จีนในกรุงเทพฯ ควรเริ่มอย่างไร
หลังอ่านรายชื่อยาวขนาดนี้ หลายคนอาจถามว่าควรเริ่มจากสำนักไหน คำแนะนำของผมคือเริ่มจากเป้าหมายของตัวเองก่อน ถ้าอยากรักษาวัฒนธรรมและท่ารำ ให้หาครูที่สืบสายของสำนักนั้นจริง ถ้าอยากได้วิชาป้องกันตัวที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ให้เลือกมวยที่มีการฝึกกับคู่ซ้อม ไม่ใช่ฝึกท่ารำอย่างเดียว
ที่ IMAC Dojo มวยใต้ที่เราเปิดสอนเป็นหลักสูตรคือหย่งชุน ซึ่งอยู่ในหลักสูตรหย่งชุน แซมโบ้ หลักสูตรนี้ครูริวกับผมออกแบบร่วมกัน และสอนโดยครูริวกับครูเคน ครูริว เป็นศิษย์สายตรงในสายวิชาของอาจารย์ยิปมัน ผ่านอาจารย์ของเขาที่เมืองซีอาน หลักสูตรนี้ใช้หลักการของหย่งชุนเป็นแกน แล้วเติมหลักการจากแซมโบ้ ผมอธิบายเหตุผลไว้ใน ทำไมต้องฝึกหย่งชุน + แซมโบ้
ดูหลักสูตรหย่งชุน แซมโบ้รอบเรียนและค่าเรียนของทุกหลักสูตรดูได้ที่หน้า ตารางเรียนและค่าเรียน ถ้ามีคำถามก่อนตัดสินใจ ติดต่อโดโจได้ตามช่องทางด้านล่าง
- โทรศัพท์
- 091-485-5445
- LINE
- @imacdojo
- ที่อยู่
- 19, 21 ซอยโพธิ์แก้ว 3 แยก 9 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240
บทสรุป
มวยใต้จีนมีกี่สำนัก คำตอบที่ผมยืนยันได้คือยังไม่มีตัวเลขทางการ และบทความนี้รวบรวมได้ 32 สำนักที่มีเอกสารทางการรองรับ ตั้งแต่ห้าตระกูลใหญ่แห่งกวางตุ้ง หย่งชุน ไช่หลี่ฝอ มวยฝูเจี้ยนที่เป็นรากหนึ่งของคาราเต้ มวยฮากกา ไปจนถึงหนานจือเฉวียนและจูเจียเจี้ยวที่มีผู้ฝึกในประเทศไทย ทุกสำนักมีตำนานของตัวเอง และตำนานก็มีคุณค่าในแบบของมัน แต่ผมอยากให้ผู้อ่านแยกได้ว่าตรงไหนคือเรื่องเล่า ตรงไหนคือสิ่งที่มีหลักฐาน
ผมจะทยอยเขียนบทความของแต่ละสำนัก และจะเพิ่มชื่อมวยใต้ในหน้านี้เมื่อพบหลักฐานใหม่ ระหว่างนี้อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องได้ก่อน
แหล่งข้อมูลและอ่านเพิ่มเติม
- Taolu — International Wushu Federation (IWUF)ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 南派武术与南拳北腿 — 广东省地方志办公室ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 中国武术拳种统计 — 科普中国แหล่งหลักเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 周伟良:天地会与福建南少林 — 中国人民大学清史研究所งานวิจัยเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 福清少林院遗址 — 海峡网(福州晚报)แหล่งหลักเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 洪拳(黄飞鸿派) — 广东省文化馆 广东省非物质文化遗产名录ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 洪拳 — 香港非物质文化遗产资料库ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 工字伏虎拳 — 香港非物质文化遗产资料库ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 虎鹤双形拳 — 香港非物质文化遗产资料库ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 铁线拳 — 香港非物质文化遗产资料库ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 大涌刘家拳 — 中山市非物质文化遗产保护中心ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 蔡家拳 — 韶关市浈江区人民政府ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 罗国旺:蔡家拳源流考 — 河北体育学院学报งานวิจัยเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 冈南李家拳 — 中山市非物质文化遗产保护中心ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 李家拳(惠州李家拳) — 广东省文化馆 广东省非物质文化遗产名录ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 莫家拳 — 中国非物质文化遗产网ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 莫家拳 — 广东省文化馆 广东省非物质文化遗产名录ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 咏春拳(福州) — 中国非物质文化遗产网ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 咏春拳(佛山) — 中国非物质文化遗产网ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- Lee's legend inspires a new generation — news.gov.hkทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 蔡李佛拳 — 中国非物质文化遗产网ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 蔡李佛拳 — 深圳大学 体育非物质文化遗产งานวิจัยเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 陈享 — 江门市新会区人民政府ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 江门市第六批市级非物质文化遗产代表性项目名录 — 江门市人民政府ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 龙形拳 — 广东省文化馆 广东省非物质文化遗产名录ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 龙形拳 — 中华人民共和国文化和旅游部ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 龙形拳 — 香港非物质文化遗产资料库ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 周家拳 — 蓬江发布(网易转载)แหล่งหลักเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 五祖拳 — 中国非物质文化遗产网ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 永春白鹤拳 — 永春县人民政府ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 永春白鹤拳 — 澎湃新闻แหล่งหลักเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 漳州太祖拳 — 福建省人民政府ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 地术犬法 — 国际在线แหล่งหลักเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 连城拳 — 连城县人民政府ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 连城武术 — 龙岩市体育局ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 沖縄偉人伝 東恩納寛量 — 内閣府ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 客家八大派与李家教拳 — 羊城晚报แหล่งหลักเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 李家教拳 — 广东省文化馆 广东省非物质文化遗产名录ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 朱家教 — 揭阳市人民政府ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 朱家教 — 揭阳市人民政府ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 南枝拳 — 深圳大学 体育非物质文化遗产งานวิจัยเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 南枝拳 — 广东省地方志办公室ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 巫家拳 — 中国非物质文化遗产网ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 巫家拳 — 湖南省文化和旅游厅ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 温州南拳 — 温州职业技术学院งานวิจัยเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 峨眉武术 — 中国非物质文化遗产网ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 少林永春拳 — 香港非物质文化遗产资料库ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 螳螂拳 — 香港非物质文化遗产资料库ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 东江朱家螳螂拳 — 香港非物质文化遗产资料库ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 叶问咏春 — 香港非物质文化遗产资料库ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 王家拳(化州) — 广东省文化馆 广东省非物质文化遗产名录ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 蔡李佛拳 — 广东省文化馆 广东省非物质文化遗产名录ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 咏春拳(叶问宗支) — 广东省文化馆 广东省非物质文化遗产名录ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 洪拳(湛江) — 广东省文化馆 广东省非物质文化遗产名录ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 朱家教拳(揭西鸿江) — 广东省文化馆 广东省非物质文化遗产名录ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 班中永春拳 — 香港非物质文化遗产资料库ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 咏春拳 — 香港非物质文化遗产资料库ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 咏春拳(鹤山) — 广东省文化馆 广东省非物质文化遗产名录ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 沖縄空手 偉人伝 — 内閣府ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 沖縄空手の紹介 — 内閣府ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 沖縄偉人伝 松村宗棍 — 内閣府ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 沖縄偉人伝 佐久川寛賀 — 内閣府ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 空手の日に関する決議 — 沖縄県ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 沖縄空手の歴史 — 沖縄県ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- Okinawa Karate and Kobudo — 沖縄空手案内センター(沖縄県空手振興課委託)ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 周子和与上地流空手道 — 福州新闻网แหล่งหลักเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 虎尊拳 — 福州新闻网แหล่งหลักเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 龙桩拳(龙尊拳) — 东南网แหล่งหลักเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 冲绳县空手振兴课赴福清寻根 — 中国侨网แหล่งหลักเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 極真会館について(Wayback Machine 保存版) — 国際空手道連盟極真会館แหล่งหลักเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 新極真会について — 全世界空手道連盟新極真会แหล่งหลักเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 南枝拳 — 广东省文化馆 广东省非物质文化遗产名录ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 汕头市市级非物质文化遗产代表性项目名录 — 汕头市人民政府ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 李家教拳(普宁) — 广东省文化馆 广东省非物质文化遗产名录ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 狮舞(刘厝寨金狮) — 广东省文化馆 广东省非物质文化遗产名录ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 英歌(普宁英歌) — 中国非物质文化遗产网ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- 英歌(潮南英歌) — 广东省文化馆 广东省非物质文化遗产名录ทางการเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- เอ็งกอ ชุมชนพนัสนิคม — เดลินิวส์แหล่งหลักเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
- Eng Kor in Thailand — วารสารศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นงานวิจัยเข้าถึง 13 ต.ค. 2569
คำถามที่พบบ่อย
มวยใต้จีนกับมวยเหนือจีนต่างกันอย่างไร
ตามคำอธิบายของ IWUF และเอกสารของมณฑลกวางตุ้ง มวยใต้จีนยืนม้าต่ำ ใช้สะพานแขนสั้น หมัดสั้นและแรง ใช้มือหลากหลาย และมักใช้เสียงประกอบ ส่วนมวยเหนือเปิดกว้าง กระโดด และเด่นเรื่องขา สำนวนจีนสรุปไว้ว่า 南拳北腿 หมัดใต้ ขาเหนือ แต่ไม่ได้แปลว่ามวยใต้ไม่มีเตะ เช่น โม่เจียเฉวียนที่ขึ้นชื่อเรื่องลูกเตะ
หย่งชุน (咏春拳) นับเป็นมวยใต้จีนหรือไม่
นับเป็นมวยใต้จีน หย่งชุนอยู่ในทะเบียนมรดกระดับชาติของจีนสองรายการ คือสายฝูโจว มณฑลฝูเจี้ยน (2014) และสายฝอซาน มณฑลกวางตุ้ง (2021) ทั้งสองมณฑลอยู่ทางใต้ของแม่น้ำแยงซี ในบทความนี้หย่งชุนอยู่ลำดับที่ 6
หย่งชุน (咏春拳) กับหย่งชุนเฉวียน (永春拳) ต่างกันอย่างไร
เป็นคนละมวย ชื่ออ่านตามเสียงจีนกลางเหมือนกัน แต่อักษรตัวแรกต่างกัน หย่งชุน (咏春拳 กวางตุ้ง Wing Chun) มีเรื่องเล่าว่าชื่อมาจากหญิงชื่อเหยียนหย่งชุน และมีชุดมวยเสี่ยวเนี่ยนโถว สวินเฉียว และเปียวจื่อ ส่วนหย่งชุนเฉวียน (永春拳 กวางตุ้ง Weng Chun) มีเรื่องเล่าว่าชื่อมาจากหอหย่งชุนในวัดเส้าหลินใต้ และมีชุดมวยผิงเฉวียน ฝอเฉวียน และเหมยฮวาปากว้า ทะเบียนมรดกของฮ่องกงแยกสองมวยนี้เป็นคนละรายการ และทั้งสองเป็นคนละมวยกับมวยกระเรียนขาวของอำเภอหย่งชุนในฝูเจี้ยน
มวยใต้จีนสำนักไหนอยู่ในทะเบียนมรดกระดับชาติของจีน
ในบทความนี้มี 6 สำนัก ได้แก่ อู่จู่เฉวียน (2008) ไช่หลี่ฝอ (2008) ตี้ซู่เฉวี่ยนฝ่า (2011) หย่งชุน (2014 และ 2021) และโม่เจียเฉวียนกับอูเจียเฉวียน (2021) ส่วนมวยกระเรียนขาวสายหย่งชุนอยู่ในทะเบียนระดับชาติในฐานะส่วนหนึ่งของอู่จู่เฉวียน
มวยใต้จีนสำนักไหนมีผู้ฝึกในประเทศไทย
เอกสารทางการของจีนระบุชื่อประเทศไทยไว้อย่างน้อยสองสำนัก คือ หนานจือเฉวียนของแต้จิ๋ว ซึ่งมหาวิทยาลัยเซินเจิ้นบันทึกว่าแพร่หลายถึงไทยและสิงคโปร์ และจูเจียเจี้ยวของชาวฮากกา ซึ่งรัฐบาลเมืองเจียหยางระบุว่ามีผู้ฝึกในประเทศไทย นอกจากนี้ทะเบียนมรดกของจีนยังระบุว่าการแสดงอิงเกอหรือเอ็งกอของชาวแต้จิ๋วมีท่าหนานเฉวียนอยู่ในขบวน และงานวิจัยไทยระบุว่าเอ็งกอเริ่มแสดงในไทยราวปี 1937 ถึง 1942 ส่วนหย่งชุนมีสอนในประเทศไทยในปัจจุบัน รวมถึงในหลักสูตรหย่งชุน แซมโบ้ของ IMAC Dojo
ทำไมบทความนี้ไม่บอกว่ามวยใต้มีมากกว่า 100 สำนักเหมือนเว็บอื่น
เพราะผมหาเอกสารทางการที่ยืนยันตัวเลขนั้นไม่พบ ตัวเลขทางการที่มีคือการสำรวจทั่วประเทศจีนในทศวรรษ 1980 ซึ่งนับมวยจีนทุกภาครวมกันได้ราว 129 ชนิด ไม่ได้แยกมวยใต้ บทความนี้จึงรวมเฉพาะ 32 สำนักที่มีทะเบียนมรดกภูมิปัญญา หน่วยงานรัฐ มหาวิทยาลัย หรือสื่อหลักบันทึกไว้
หงเฉวียนเกี่ยวข้องกับหวงเฟยหงอย่างไร
ทะเบียนมรดกระดับมณฑลกวางตุ้งบันทึกหงเฉวียนในชื่อหงเฉวียนสายหวงเฟยหง และระบุหวงเฟยหง (黄飞鸿) เป็นหนึ่งในปรมาจารย์ของหงเฉวียน ส่วนทะเบียนมรดกของฮ่องกงบันทึกว่าหงเฉวียนในฮ่องกงสืบมาจากหวงเฟยหง โดยภรรยาและหลินซื่อหรง ศิษย์ของท่าน ย้ายมาสอนที่ฮ่องกงราวทศวรรษ 1930
อยากเริ่มเรียนศิลปะการต่อสู้?
ส่งข้อความหา IMAC Dojo เพื่อปรึกษาว่าหลักสูตรไหนเหมาะกับอายุ เป้าหมาย และพื้นฐานของผู้เรียน
สอบถามผ่าน LINE Official


