10 พยัคฆ์กวางตุ้ง ที่ 1: หวังอิ่นหลิน (王隐林) อดีตพระเขาติ่งหู ผู้ถ่ายทอดมวยจอมยุทธ์ 侠家拳
หวังอิ่นหลินคือชื่อแรกในรายชื่อ 10 พยัคฆ์กวางตุ้ง และเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่มีสายวิชาสืบมาถึงวันนี้ คือเสียเจียเฉวียน ซึ่งขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาของนครฝอซาน แต่ปีเกิดปีตาย ครอบครัว และเรื่องตั้งเวทีสู้ 150 คน ยังมาจากแหล่งเดียวหรือเรื่องเล่าของสำนัก บทความนี้แยกให้เห็นทีละเรื่อง

- ผู้เขียน
- ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ (Phoenix)
- เผยแพร่
- ปรับปรุงล่าสุด
- แหล่งข้อมูล
- 36
- เวลาอ่าน
- 28 นาที
ร่างบทความบางส่วนใช้เครื่องมือ AI ช่วยเรียบเรียง แต่ผู้เขียนที่ระบุชื่อเป็นผู้อ่าน แก้ และตัดสินว่าจะเผยแพร่อะไร นโยบายกองบรรณาธิการ
คำตอบสั้น ๆ
หวังอิ่นหลิน (王隐林 กวางตุ้ง Wong Yan-lam) เป็นครูมวยกวางตุ้งยุคปลายราชวงศ์ชิง และเป็นชื่อแรกในรายชื่อ 10 พยัคฆ์กวางตุ้ง เรื่องเล่าของสายวิชาว่าเขาเคยบวชที่วัดชิ่งหยุน เขาติ่งหู เมืองเจ้าชิ่ง เรียนมวยจากครูที่มาจากเสฉวน แล้วสึกออกมาเปิดสำนักที่ย่านหวงซา กวางโจว วิชาของเขาคือเสียเจียเฉวียน (侠家拳 Hop Gar) ซึ่งปัจจุบันอยู่ในทะเบียนมรดกภูมิปัญญาของนครฝอซานและเขตซุ่นเต๋อ ส่วนปีเกิดปีตาย 1840–1928 มาจากแหล่งเดียว และเรื่องตั้งเวทีประลองชนะ 150 คนเป็นเรื่องเล่าของสายวิชาฝั่งตะวันตกที่ไม่พบในแหล่งจีน
สรุปประเด็นสำคัญ
- หวังอิ่นหลินเป็นชื่อแรกในรายชื่อ 10 พยัคฆ์กวางตุ้ง ลำดับนี้เป็นลำดับในรายชื่อ ไม่ใช่อันดับฝีมือ
- เสียเจียเฉวียน วิชาที่สายวิชานับเขาเป็นครูต้นสาย อยู่ในทะเบียนมรดกภูมิปัญญาของนครฝอซาน (2020) และเขตซุ่นเต๋อ (2025)
- ปีเกิดปีตาย 1840–1928 บ้านเกิด และเรื่องครอบครัว ยังมาจากแหล่งเดียว
- ครูของเขามีสองฉบับ ฉบับจีนว่าเป็นภิกษุหรือจอมยุทธ์จากเสฉวน ฉบับตะวันตกว่าเป็นลามะทิเบต
- เรื่องตั้งเวทีประลองหน้าวัดไห่ฉวงและชนะ 150 คน มาจากสายวิชาในตะวันตก ไม่พบในแหล่งภาษาจีน
ในบรรดาสิบชื่อของ [10 พยัคฆ์กวางตุ้ง](/th/blog/ten-tigers-kungfu) หวังอิ่นหลิน (王隐林) เป็นชื่อที่คนไทยรู้จักน้อยที่สุดคนหนึ่ง เขาไม่มีหนังของตัวเอง ไม่มีฉายาติดหูแบบเถี่ยเฉียวซาน (铁桥三) หรือยาจกซู (苏乞儿) แต่เขาอยู่ลำดับแรกของรายชื่อ และเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่มีสายมวยสืบมาถึงทุกวันนี้
สิ่งที่ทำให้ผมสนใจคนนี้คือ ข้อมูลของเขาแบ่งเป็นชั้นชัดมาก ชั้นที่มีหลักฐานคือมวยเสียเจียเฉวียน (侠家拳) ที่ยังมีคนฝึกและขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาในฝอซาน ชั้นถัดมาคือเรื่องเล่าของสายวิชาว่าเขาเคยเป็นพระ เรียนกับครูจากเสฉวน แล้วมาเปิดสำนักในกวางโจว ส่วนชั้นนอกสุดคือปีเกิดปีตาย ครอบครัว และเรื่องตั้งเวทีสู้ 150 คน ซึ่งมาจากแหล่งเดียวหรือจากสายวิชาในต่างประเทศ
บทความนี้ผมแยกทั้งสามชั้นออกจากกัน และบอกว่าข้ออ้างแต่ละข้อมาจากไหน ชื่อจีนผมเขียนตามเสียงจีนกลาง และใส่ชื่อกวางตุ้งในวงเล็บเมื่อช่วยให้จำได้ง่ายขึ้น เพราะชื่อวิชาและชื่อคนในสายนี้ เป็นที่รู้จักในต่างประเทศผ่านเสียงกวางตุ้ง เช่น Hop Gar หรือ Lama Pai
สารบัญบทความ
ข้อมูลด่วนหวังอิ่นหลิน
| หัวข้อ | ข้อมูล |
|---|---|
| ชื่อ | 王隐林 จีนกลางอ่านว่า หวังอิ่นหลิน กวางตุ้งอ่านว่า Wong Yan-lam |
| ชื่ออื่น | 王飞龙 (หวังเฟยหลง) บางแหล่งว่าเป็นชื่อเดิม บางแหล่งว่าเป็นชื่อเรียกอีกชื่อ |
| ลำดับในสิบพยัคฆ์ | ที่ 1 ตามรายชื่อที่ใช้กันมากที่สุด เป็นลำดับในรายชื่อ ไม่ใช่อันดับฝีมือ |
| ปีเกิด–ปีตาย | วิกิพีเดียภาษาจีนให้ 1840–1928 โดยอ้างบทความออนไลน์ปี 2021 ข้อนี้มีแหล่งเดียว |
| ภูมิลำเนา | คนเจ้าชิ่ง (肇庆) ตามข้อความที่อ้างจาก《广东武术史》บางแหล่งว่าอำเภอซินซิง (新兴) |
| ครู | ครูจากเสฉวนที่เรียกกันว่าหลี่หูจื่อ (李胡子) หรือซิงหลง (星龙) ตามเรื่องเล่าของสายวิชา |
| ที่เรียน | วัดชิ่งหยุน (庆云寺) บนเขาติ่งหู (鼎湖山) เมืองเจ้าชิ่ง ตามเรื่องเล่าของสายวิชา |
| สำนัก | ย่านหวงซา (黄沙) ริมแม่น้ำจูเจียง กวางโจว |
| วิชา | เสียเจียเฉวียน (侠家拳 กวางตุ้ง Hop Gar) บางแหล่งว่าชื่อเก่าคือ 鹤阳拳 |
| สายที่นับเขาเป็นครู | เสียเจียเฉวียน · สำนักลามะ (喇嘛派 Lama Pai) · สำนักนกกระเรียนขาว (白鹤派 Bak Hok Pai) |
| มรดก | เสียเจียเฉวียนอยู่ในทะเบียนมรดกภูมิปัญญาของนครฝอซาน (佛山 2020) และเขตซุ่นเต๋อ (顺德 2025) |
| ภาพถ่าย | ไม่พบภาพถ่ายหรือภาพวาดร่วมสมัยของหวังอิ่นหลิน |
หวังอิ่นหลินคือใคร และทำไมอยู่ลำดับแรก
หวังอิ่นหลิน (王隐林) อ่านแบบกวางตุ้งว่า Wong Yan-lam เป็นครูมวยกวางตุ้งในยุคปลายราชวงศ์ชิง ในรายชื่อ 10 พยัคฆ์กวางตุ้งแทบทุกฉบับ ชื่อของเขาอยู่ลำดับแรก รวมถึงรายชื่อเก่าที่สุดที่ตามได้ ซึ่งอยู่ในคำนำนิยายของนักเขียนฮ่องกงนามปากกา 我是山人 และถูกยกมาในกระทู้ถามตอบภาษาจีนเมื่อปี 2007
ผมเล่าเรื่องรายชื่อหลายฉบับ และที่มาของคำว่าสิบพยัคฆ์ ไว้ในบทความหลัก 10 พยัคฆ์กวางตุ้งคือใคร สิ่งที่ควรรู้สำหรับตอนนี้คือ ทั้งสิบคนอายุห่างกันราวสองรุ่น และไม่มีหลักฐานว่าเคยรวมกลุ่มกัน ชื่อกลุ่มเป็นสิ่งที่คนรุ่นหลังตั้งให้
"ที่ 1" เป็นลำดับในรายชื่อ ไม่ใช่อันดับฝีมือ
หลายเว็บเขียนว่าหวังอิ่นหลินคือ "หัวหน้าสิบพยัคฆ์" หรือ "อันดับหนึ่ง" ผมยังไม่พบเอกสารใดที่จัดอันดับฝีมือของสิบคนนี้จริง ที่มาของคำนี้มีหลายทาง สำนักเสียเจียเฉวียนในอังกฤษเล่าว่า หลังเขาชนะบนเวทีประลอง เขาได้ "ที่นั่งหมายเลขหนึ่ง" ในกลุ่มสิบพยัคฆ์ แต่ครูมวยอีกสายหนึ่งกลับเขียนว่าคนที่โดดเด่นที่สุดในสิบพยัคฆ์คือเถี่ยเฉียวซาน ไม่ใช่หวังอิ่นหลิน
เมื่อแต่ละสายยกครูของตัวเองขึ้นเป็นที่หนึ่ง คำว่า "หัวหน้าสิบพยัคฆ์" จึงเป็นสำนวนยกย่อง ไม่ใช่ผลการจัดอันดับ ลำดับที่ 1 ในบทความชุดนี้หมายถึงลำดับในรายชื่อเท่านั้น
หนึ่งในไม่กี่คนที่ถูกนับเป็นบุคคลจริง
คอลัมนิสต์จีนบนเว็บ 163.com ยกข้อความจากหนังสือ《广东武术史》ซึ่งสมาชิกสมาคมวูซูกวางตุ้งเรียบเรียงในทศวรรษ 1980 ว่าเสียเจียเฉวียนเล่ากันว่าเป็นมวยที่จอมยุทธ์หลี่หูจื่อจากเสฉวนถ่ายทอดให้พระหวังอิ่นหลินแห่งวัดชิ่งหยุน เขาติ่งหู และวางชื่อหวังอิ่นหลิน (ชื่อเดิม 王飞龙) ไว้ในกลุ่มตัวแทนของมวยหงเจียร่วมกับเถี่ยเฉียวซาน หวงฉีอิง (黄麒英) และหวงเฟยหง (黄飞鸿) คอลัมนิสต์สรุปว่าหกในสิบคนไม่ปรากฏในประวัติวูซูกวางตุ้ง แต่หวังอิ่นหลินไม่อยู่ในหกคนนั้น
ข้อนี้ผมอ้างผ่านบทความรอง เพราะยังไม่ได้เห็นตัวเล่ม《广东武术史》 และต้องอ่านอย่างระวังว่าเป็นข้อสรุปของคอลัมนิสต์ ไม่ใช่ประโยคตัดสินที่หนังสือเขียนไว้เอง แต่อย่างน้อยก็บอกได้ว่า ชื่อหวังอิ่นหลินไม่ได้มีอยู่แค่ในนิยายกับละคร
ชื่อ ชื่ออื่น และถิ่นเดิม
王隐林 กับ 王飞龙
แหล่งจีนหลายแห่งเขียนว่าหวังอิ่นหลินมีอีกชื่อหนึ่งคือ 王飞龙 (หวังเฟยหลง) แต่เขียนต่างกันในรายละเอียด วิกิพีเดียภาษาจีนเขียนว่า "又名王飞龙" แปลว่าชื่อเรียกอีกชื่อ ส่วนข้อความที่คอลัมนิสต์ยกมาจาก《广东武术史》เขียนว่า "原名王飞龙" แปลว่าชื่อเดิม ผมจึงยังบอกไม่ได้ว่าชื่อไหนเป็นชื่อตัวจริง
คนเจ้าชิ่ง หรือคนซินซิง
ข้อความที่อ้างจาก《广东武术史》บอกว่าหวังอิ่นหลินเป็น "คนเจ้าชิ่ง" (肇庆人) ส่วนวิกิพีเดียภาษาจีนกับเว็บรวมประวัติแซ่ 族谱网 ระบุละเอียดกว่าว่าเป็นชาวหมู่บ้านเสี่ยวเหวิน (小稳村) อำเภอซินซิง (新兴县) โดยเว็บหลังใช้คำว่า "据说" แปลว่าว่ากันว่า ข้อมูลชื่อหมู่บ้านนี้มีแหล่งเดียว และผมยังไม่พบในเอกสารราชการ
สองข้อมูลนี้อาจไม่ขัดกัน อำเภอซินซิงเคยอยู่ใต้การปกครองของเจ้าชิ่ง ประวัติเขตปกครองของนครเจ้าชิ่งบันทึกว่าซินซิงอยู่ในเขตของเจ้าชิ่งมาจนถึงปี 1994 ที่หยุนฝู (云浮) แยกออกเป็นนครใหม่ ปัจจุบันซินซิงจึงอยู่ในนครหยุนฝู คำว่า "คนเจ้าชิ่ง" ในหนังสือเก่าจึงอาจหมายถึงคนในเขตเจ้าชิ่งแบบกว้าง ส่วนเขาติ่งหู ที่ตั้งวัดซึ่งเรื่องเล่าบอกว่าเขาบวช ยังอยู่ในนครเจ้าชิ่งจนถึงวันนี้
ปี 1840–1928 มาจากไหน
วิกิพีเดียภาษาจีนให้ปีเกิด 1840 และปีตาย 1928 อายุ 88 ปีตามการนับแบบจีน โดยอ้างบทความบนเว็บชื่อ 探探生活史 ปี 2021 หน้าวิกิพีเดียเองติดป้ายว่าต้องการแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือเพิ่ม ผมยังไม่พบปีนี้ในเอกสารที่เก่ากว่านั้น จึงเขียนได้แค่ว่าบางแหล่งว่า 1840–1928
ปีนี้ยังมีจุดที่ต้องระวังอีกข้อ หน้าเดียวกันเขียนว่าปี 1928 หวังอิ่นหลินตั้งชื่อวิชาว่า "เสียเจีย" และเสียชีวิตในปีเดียวกัน ซึ่งไปไม่ตรงกับฉบับอื่นของที่มาชื่อวิชา ผมเล่าไว้ในหัวข้อชื่อ "เสียเจีย" ด้านล่าง
Wong ตัวเดียว แต่เป็นได้สองแซ่
ภาษากวางตุ้งอ่านแซ่ 王 และแซ่ 黄 ว่า Wong เหมือนกัน เวลาแหล่งภาษาอังกฤษแปลชื่อกลับเป็นอักษรจีน จึงมีโอกาสสลับแซ่ ตัวอย่างชัดที่สุดคือศิษย์ชื่อ Wong Lam-hoi ซึ่งแหล่งจีนเขียนว่า 王林开 แต่แหล่งภาษาอังกฤษเขียนเป็น 黄林开 และแม้แต่หน้าวิกิพีเดียภาษาจีนของหวังอิ่นหลินเองก็มีทั้ง "王汉荣" และ "黄汉荣" อยู่ในหน้าเดียวกัน ในบทความนี้ผมยึดแซ่ตามแหล่งภาษาจีน และไม่เดาว่าคนแซ่หวงในสายนี้เป็นญาติกัน
บวชที่วัดชิ่งหยุน เขาติ่งหู และครูจากเสฉวน
เรื่องเล่าที่แหล่งจีนใช้ตรงกันคือ ครูมวยจากเสฉวนเดินทางมาพักที่วัดชิ่งหยุน (庆云寺) บนเขาติ่งหู (鼎湖山) แล้วถ่ายทอดวิชาให้ พระหวังอิ่นหลิน ข่าวของเมืองฝอซานปี 2025 เล่าเรื่องนี้ไว้ด้วยคำว่า "相传" แปลว่าเล่าสืบกันมา คือครูที่ได้รับวิชาสายเส้าหลินเดินทางจากเสฉวนมาพักที่วัดชิ่งหยุน แล้วถ่ายทอดเสียเจียเฉวียนให้หวังอิ่นหลิน ข่าวนี้มาจากสำนักงานของเมืองเฉินชุน (陈村) และพิพิธภัณฑ์ซุ่นเต๋อ แต่ก็ยังใช้คำว่าเล่าสืบกันมา ผมจึงจัดเรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าของสายวิชา ไม่ใช่ประวัติที่มีเอกสาร

วัดชิ่งหยุน วัดดังของกวางตุ้งตั้งแต่ปลายราชวงศ์หมิง
วัดชิ่งหยุนมีอยู่จริงและมีประวัติชัด วิกิพีเดียภาษาจีนบันทึกว่าวัดเริ่มจากอาศรมหญ้าชื่อเหลียนฮวาอาน (莲花庵) ในปี 1633 ต่อมาพระชีเฮ่อ (栖壑) ขยายวัด ตัดลาดเขาเป็นเจ็ดชั้น ในรัชศกกวางสวี่ปีที่ 19 ซูสีไทเฮาพระราชทานป้าย "敕赐万寿庆云寺" วัดนี้นับเป็นหนึ่งในสี่วัดดังของกวางตุ้ง และอยู่ในรายชื่อวัดพุทธสำคัญระดับชาติ

สิ่งที่ต้องบอกไว้คือ ประวัติของวัดที่ผมหาได้ไม่มีเรื่องมวยเลย และวัดเองก็ไม่ได้ประกาศตัวว่าเป็นต้นกำเนิดเสียเจียเฉวียน บันทึกประวัติวัดฉบับเก่า《鼎湖山庆云寺志》ที่พิมพ์ในสมัยจักรพรรดิคังซี ยังมีฉบับสแกนให้อ่านได้ แต่เป็นเอกสารที่เก่ากว่ายุคของหวังอิ่นหลินกว่าร้อยปี จึงใช้ได้แค่บอกว่าวัดนี้สำคัญมาก่อนเขาเกิดนานแล้ว

หลี่หูจื่อ หลี่ซุ่ยเฉิง ซิงหลง จินโกวฉานซือ: ครูหนึ่งคน หลายชื่อ
ครูของหวังอิ่นหลินมีชื่อเรียกหลายแบบ ข่าวของเมืองฝอซานเรียกว่า จินโกวฉานซือ (金钩禅师) ภิกษุนิกายหลินจี้ที่ได้รับวิชาสายเส้าหลิน และบอกว่าคนเรียกท่านอีกชื่อว่า จอมยุทธ์หลี่หูจื่อ (大侠李胡子) แปลตรงตัวว่าจอมยุทธ์หลี่หนวด ส่วนวิกิพีเดียภาษาจีนรวบชื่อไว้ในวงเล็บเดียวว่า หลี่ซุ่ยเฉิง (李遂成) หรือจอมยุทธ์หลี่หูจื่อ ซิงหลงจ่างหล่าว (星龙长老) และจินโกวฉานซือ
ข้อความจากสารานุกรมที่เว็บจีนหลายแห่งคัดมา ยังเล่าว่าเสียเจียเฉวียนเล่ากันว่าจอมยุทธ์หลี่หูจื่อนำมาจากเขาเอ๋อเหมยในเสฉวน และเดิมเคยเรียกว่ามวยนกกระเรียนขาว ทุกฉบับในภาษาจีนจึงเห็นตรงกันแค่ว่าครูมาจากเสฉวน ส่วนชื่อจริงของครูยังสรุปไม่ได้
น่าสังเกตว่าชื่อหลี่ซุ่ยเฉิงและชื่อหลี่หูจื่อ ไปปรากฏเป็นครูของเหลียงคุน (梁坤) หรือเถี่ยเฉียวซาน ในอีกสายเรื่องเล่าด้วย วิกิพีเดียภาษาจีนเขียนว่าเหลียงคุนวัยหนุ่มฝากตัวเป็นศิษย์ของหลี่ซุ่ยเฉิง ผมยังไม่พบหลักฐานว่าเป็นคนเดียวกัน หรือเป็นชื่อที่เรื่องเล่ายืมไปใช้ซ้ำ
ภิกษุจีน หรือลามะทิเบต: สองฉบับของเรื่องเดียวกัน
เรื่องเล่าที่ไปถึงฮ่องกงและตะวันตกเล่าต่างออกไปมาก วิกิพีเดียภาษาอังกฤษซึ่งอ้างหนังสือของสายมวยลามะเล่าว่าปี 1865 ปรมาจารย์รุ่นที่ 11 ของวิชาสิงโตคำราม (狮子吼) ชื่อซิงหลง เป็นลามะทิเบตที่เดินทางผ่านเสฉวนมาถึงกวางตุ้ง พักอยู่ที่วัดชื่อ 清云寺 หรือ 庆云寺 ช่วงแรกสอนเฉพาะพระ และศิษย์สองคนสุดท้ายเป็นฆราวาส คือหวังอิ่นหลินกับหวังหลินไค (王林开)
สำนักเสียเจียเฉวียนในอังกฤษเล่าคล้ายกันว่าซิงหลงเป็นพระทิเบตที่มาอยู่วัด "Heng Wan" ในกวางตุ้งราวปี 1860 แลกวิชาลามะกับวิชาเส้าหลินใต้กับพระในวัด และหวังอิ่นหลินเรียนกับซิงหลงสิบปีจนครูเสียชีวิต ส่วนครูมวยอีกสายเขียนว่าวิชาของหวังอิ่นหลินมีรากจากมวยลามะทิเบต และครูของเขาเป็นพระเส้าหลินชื่อซิงหลง
สรุปได้ว่า ฉบับจีนให้ครูเป็นภิกษุหรือจอมยุทธ์จีนจากเสฉวน ฉบับตะวันตกให้ครูเป็นลามะทิเบต และฉบับหลังนี้เองคือที่มาของชื่อ "สำนักลามะ" ผมยังบอกไม่ได้ว่าเป็นคนเดียวที่ถูกเล่าสองแบบ หรือเป็นคนละคน ปี 1865 และ 1860 ก็เป็นตัวเลขของสายวิชา ไม่ใช่ปีที่มีเอกสาร
พระที่สึก หรือศิษย์ฆราวาส
อีกจุดที่สองฉบับไม่ตรงกันคือสถานะของหวังอิ่นหลินเอง แหล่งจีนเรียกเขาว่า "僧人王隐林" แปลว่าพระหวังอิ่นหลิน และเขียนว่าเมื่อมาถึงกวางโจวเขาก็สึก แล้วเปิดสำนัก ส่วนสำนักในอังกฤษเรียกเขาว่าศิษย์ฆราวาส (lay disciple) ของซิงหลง ผมใช้ฉบับจีนในหัวเรื่อง เพราะเป็นฉบับที่แหล่งในจีน รวมถึงข่าวของท้องถิ่น ใช้ตรงกัน แต่ทั้งสองฉบับยังเป็นเรื่องเล่า เรื่องที่ว่าเขาเรียนอยู่ในวัดราวสิบปี ก็มาจากเรื่องเล่าของสายวิชาเช่นกัน
สำนักมวยริมน้ำหวงซา กวางโจว
หลังสึก หวังอิ่นหลินมาเปิดสำนักในกวางโจว ข้อนี้แหล่งจีนตรงกันในระดับย่าน คือ หวงซา (黄沙) ส่วนชื่อถนนนั้น วิกิพีเดียภาษาจีนและเว็บรวมประวัติแซ่เขียนว่าเปิดสำนักที่ถนนเจียนซ่าน (兼善街) ย่านหวงซา ผมยังหาถนนชื่อนี้ในแผนที่เก่าไม่พบ จึงยืนยันได้แค่ระดับย่าน

หวงซาในศตวรรษที่ 19
หวงซาอยู่ริมฝั่งเหนือของแม่น้ำจูเจียง ทางตะวันตกของตัวเมืองกวางโจว ติดกับเกาะซาเมี่ยน (沙面) วิกิพีเดียภาษาจีนเล่าว่าที่นี่เดิมเป็นสันดอนทรายที่ตะกอนแม่น้ำพัดมาสะสมตั้งแต่ปลายราชวงศ์หมิง ในทศวรรษ 1850 จึงเริ่มถมแม่น้ำ สร้างท่าเรือและถนน ต่อมาในปี 1901 มีสถานีปลายทางรถไฟสายกวางโจว–ฮั่นโข่ว ย่านนี้จึงเป็นย่านท่าเรือและตลาดขายส่ง ปัจจุบันหวงซาอยู่ในเขตลี่วาน (荔湾) ของกวางโจว
สิ่งที่ผมยังไม่พบคือปีที่เขาเปิดสำนัก และบันทึกว่าศิษย์ในยุคนั้นเป็นคนกลุ่มใด เรื่องเล่าบอกเพียงชื่อย่านและชื่อศิษย์คนสำคัญ

มวยสี่ชุดกับอาวุธ
สิ่งที่แหล่งจีนบันทึกตรงกันมากที่สุด คือวิชาที่หวังอิ่นหลินสอน ข่าวของเมืองฝอซานปี 2025 ระบุว่าเขาสอนชุดมวยสิบสองสะพาน (十二支桥) อรหันต์น้อย (小罗汉) เสือกระเรียนประลอง (虎鹤相斗) อรหันต์ใหญ่ (大罗汉) ดาบเสียเจีย และทวนกับกระบอง ข่าวเดียวกันแบ่งระดับไว้ว่า ชุดต้นคืออรหันต์น้อย ชุดกลางคือเสือกระเรียนคู่ (虎鹤双斗) และชุดสูงคืออรหันต์ใหญ่
| ประเภท | ชื่อชุด | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| มวย | สิบสองสะพาน (十二支桥) | อยู่ในรายชื่อสี่ชุดของวิกิพีเดียภาษาจีนและเว็บรวมประวัติ |
| มวย ชุดต้น | อรหันต์น้อย (小罗汉) | ข่าวเมืองฝอซานจัดเป็นชุดระดับต้น |
| มวย ชุดกลาง | เสือกระเรียนประลอง (虎鹤相斗 หรือ 虎鹤双斗) | ชื่อเขียนได้สองแบบ |
| มวย ชุดสูง | อรหันต์ใหญ่ (大罗汉) | ข่าวเมืองฝอซานจัดเป็นชุดระดับสูง |
| อาวุธ | ดาบเดี่ยว (单刀) ทวนจับซ้าย (左把枪) และกระบอง | วิกิพีเดียภาษาจีนเรียกชุดกระบองว่า 九点十二枪响棍 |
ชื่อชุดเหล่านี้ยังสอนอยู่ในสายเสียเจียเฉวียนทุกวันนี้ จึงเป็นส่วนที่มีหลักฐานแข็งแรงที่สุดของเรื่องหวังอิ่นหลิน แม้จะไม่ได้พิสูจน์ว่าเขาเป็นคนคิดทุกชุดขึ้นเอง
เจ็ดศิษย์เอก และชื่อที่เขียนไม่ตรงกัน
วิกิพีเดียภาษาจีนเขียนว่าหวังอิ่นหลินมีศิษย์สำคัญเจ็ดคน แต่ข้อความที่อ้างจาก《广东武术史》ให้ชื่อเพียงห้าคน และเขียนบางชื่อต่างกัน ตารางนี้รวมไว้ให้เทียบ
| ศิษย์ | สิ่งที่แหล่งเล่า | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| หวังฮั่นหรง (王汉荣) | สายอังกฤษว่าเป็นผู้ตั้งชื่อเสียเจียเฉวียน | บางแห่งเขียนเป็น 黄汉荣 |
| หวังหลุน (王伦) หรือหวังจิ้งชู (王敬初) | สายที่สืบต่อเป็นเสียเจียเฉวียนในจีน ผ่านตระกูลเติ้ง | สำนักในอังกฤษว่าเขาเรียนหงเฉวียน (洪拳) มาก่อน |
| ไช่อี้กง (蔡懿恭) | สายที่ไปต่างประเทศ และกลายเป็นสำนักลามะ | บางแห่งเขียนเป็น 蔡以公 |
| หวังหลินไค (王林开) | สายที่ส่งต่อให้อู๋เจ้าจง (吴肇钟) จนเป็นสำนักนกกระเรียนขาว | สายอังกฤษว่าเป็นศิษย์ร่วมสำนัก ไม่ใช่ศิษย์ |
| พานเจี้ยน (潘鉴) | มีแค่ชื่อ | ไม่พบข้อมูลอื่น |
| จูอี้ฉวน (朱亦传) | อยู่ในรายชื่อเจ็ดคนของวิกิพีเดียภาษาจีน สายอังกฤษว่าเป็นต้นสายลามะอีกสาย | ไม่อยู่ในรายชื่อห้าคน |
| อู๋เจ้าจง (吴肇钟) | อยู่ในรายชื่อเจ็ดคนของวิกิพีเดียภาษาจีน | หน้าเดียวกันก็เขียนว่าเป็นศิษย์ของหวังหลินไค |
จุดที่ขัดกันชัดที่สุดคือหวังหลินไค แหล่งจีนนับเขาเป็นศิษย์ของหวังอิ่นหลิน แต่วิกิพีเดียภาษาอังกฤษนับหวังหลินไคเป็นศิษย์ฆราวาสของซิงหลงโดยตรง เป็นศิษย์ร่วมสำนักของหวังอิ่นหลิน ผมจึงเขียนในบทความว่า "สายของหวังหลินไค" แทนการตัดสินว่าใครเป็นศิษย์ใคร
ตระกูลเติ้ง: ครูหงเจียที่ส่งลูกมาเรียนเสียเจีย
เส้นสายที่มีหลักฐานต่อเนื่องที่สุดมาถึงปัจจุบัน คือสายที่ผ่านหวังหลุน วิกิพีเดียภาษาจีนเล่าว่าครูมวยหงเจียในกวางโจวชื่อเติ้งหลง (邓龙) ชอบเสียเจียเฉวียน จึงให้ลูกชายเติ้งจิ่นเทา (邓锦涛) ฝากตัวเป็นศิษย์หวังหลุน แล้วเติ้งจิ่นเทาสอนต่อให้ลูกชายเติ้งเจิ้นเจียง (邓镇江) วิกิพีเดียภาษาอังกฤษให้ปีว่าเติ้งจิ่นเทามีชีวิตระหว่างปี 1902–1987 และเติ้งเจิ้นเจียงเกิดปี 1945
สำนักในอังกฤษที่สืบสายจากตระกูลนี้เล่าเพิ่มว่าหวังหลุนเรียนหงเฉวียนจากพ่อห้าปี แล้วเรียนกับศิษย์ของเถี่ยเฉียวซานอีกหกปี ก่อนมาเป็นศิษย์หวังอิ่นหลิน และเล่าว่าเติ้งจิ่นเทาเคยเป็นครูของทีมวูซูมณฑลกวางตุ้ง ส่วนเติ้งเจิ้นเจียงเปิดโรงเรียนสอนมวยในกวางโจวระหว่างปี 1979–2006 รายละเอียดเหล่านี้มาจากสำนักเอง แต่ตรงกับแหล่งจีนในส่วนลำดับคน
หลักฐานสิ่งพิมพ์ที่ดีที่สุดของสายนี้ที่ผมพบ คือหนังสือ《侠拳》ในชุดมวยหนานเฉวียนของครูดังแห่งกวางตุ้ง ซึ่งเติ้งจิ่นเทาและเติ้งเจิ้นเจียงเป็นผู้สาธิต ร้านหนังสือเก่าระบุว่าพิมพ์ปี 1985 ผมยังไม่ได้อ่านตัวเล่ม จึงยังไม่รู้ว่าหน้าประวัติในหนังสือเล่าเรื่องหวังอิ่นหลินไว้อย่างไร
เสียเจียเฉวียนคือมวยแบบไหน
เสียเจียเฉวียน (侠家拳) อ่านแบบกวางตุ้งว่า Hop Gar หรือ Hap Gar คำว่า 侠 แปลว่าจอมยุทธ์ผู้มีคุณธรรม 家 แปลว่าตระกูลหรือสำนัก ชื่อจึงแปลได้ว่ามวยของสำนักจอมยุทธ์ ข่าวของเมืองฝอซานสรุปลักษณะไว้ด้วยวลีว่า"ปล่อยหมัดดั่งเสือร้าย แทงทวนดั่งมังกรน้ำ" (放拳如猛虎,出枪如蛟龙)
แขนยาว ม้ากว้าง
หลักที่แหล่งจีนพูดถึงตรงกันคือ "长桥大马" แปลว่าแขนยาว ม้ากว้าง การเคลื่อนไหวเปิดกว้างและปิดกว้าง หมัดหลักคือ หมัดเหวี่ยงขึ้น (抛拳) หมัดตรง (冲拳) และหมัดเหวี่ยงพุ่งชน (冲锋抛拳) แรงที่ใช้เป็นแรงยาวและแรงเหวี่ยง ส่วนทวนเน้นการดีด การเหวี่ยง การวง และการยก ผู้สืบทอดในเขตซานสุ่ย (三水) อธิบายลักษณะเดียวกันนี้ไว้ตอนให้สัมภาษณ์นักศึกษาที่ไปศึกษาวิชานี้ในปี 2022 และเสริมว่าการป้องกันในวิชานี้ก็เป็นการรุกไปพร้อมกัน
ข้อความจากสารานุกรมที่เว็บจีนคัดมาเล่าละเอียดกว่านั้นว่าเสียเจียเฉวียนใช้มือกระพือปีก (扑翼手) มือยอดกระเรียน (鹤顶手) มีมือพื้นฐานอย่างแส้ตี (鞭槌) กรงเล็บเสือ (虎爪) และสะพานขาเดียว (独脚穿桥) ส่วนท่ายืนมีม้าสามเหลี่ยม (三角马) ก้าวส่าย และม้าไถ ซึ่งตรงกับที่สายภาษาอังกฤษเล่าว่าวิชานี้เน้นมือ ใช้เตะต่ำเป็นส่วนใหญ่ และให้น้ำหนักกับท่าวานรและท่ากระเรียน
ใครอยากเห็นภาพรวมว่ามวยจีนใต้แต่ละสายต่างกันอย่างไร และเสียเจียเฉวียนอยู่ตรงไหนในภาพนั้น อ่านได้ในมวยใต้จีนมีกี่สำนัก
ชื่อเก่า 鹤阳拳 กับฉายาที่สลับกับพยัคฆ์ตัวที่ 7
วิกิพีเดียภาษาจีนเขียนว่าวิชาของหวังอิ่นหลินช่วงแรกเรียกว่า 鹤阳拳 คือมวยนกกระเรียนขาวแห่งฮุ่ยหยาง ข้อนี้มีแหล่งเดียว แต่ช่วยอธิบายเรื่องที่ทำให้คนสับสนกันมาก คือฉายาในรายชื่อสิบพยัคฆ์บนเว็บ
รายชื่อบนเว็บถามตอบปี 2010 ให้หวังอิ่นหลินมีฉายาว่า 鹤阳拳 และให้ถานจี้หยวิน (谭济筠) มีฉายาว่า 侠家拳 ส่วนรายชื่ออื่นอย่างในเว็บรวมข้อมูลสำหรับนักเขียน ให้ฉายากลับกัน คือหวังอิ่นหลินเป็นเสียเจียเฉวียน ฉบับหลังตรงกับสายวิชาที่มีอยู่จริง ผมจึงใช้เสียเจียเฉวียนเป็นวิชาหลักของหวังอิ่นหลิน เรื่องฉายาของถานจี้หยวิน ผมเล่าไว้ในตอนของเขา
ชื่อ "เสียเจีย" ตั้งเมื่อไร และใครตั้ง
เรื่องที่มาของชื่อวิชามีอย่างน้อยสี่ฉบับ และยังไม่ลงรอยกัน
- วิกิพีเดียภาษาจีนว่าหวังอิ่นหลินตั้งชื่อเสียเจียเองในปี 1928 และเสียชีวิตในปีเดียวกัน
- วิกิพีเดียภาษาอังกฤษว่าหวังฮั่นหรง ศิษย์ของเขา ตั้งชื่อนี้เพื่อให้เกียรติครู และว่ากันว่าซุนยัดเซ็นเป็นผู้แนะนำ
- ข่าวของเมืองฝอซานว่าเพราะคนเรียกครูของเขาว่าจอมยุทธ์หลี่หูจื่อ มวยที่ครูนำมาจึงได้ชื่อว่าเสียเจียเฉวียน
- สำนักในอังกฤษว่าหวังอิ่นหลินได้ฉายา "ต้าเสีย" (大侠 กวางตุ้ง Dai Hap) จากการทำความดี ศิษย์จึงตั้งชื่อวิชาตามฉายาครู
ทั้งสี่ฉบับเห็นตรงกันแค่ว่าคำว่า "เสีย" มาจากภาพของจอมยุทธ์ผู้มีคุณธรรม ส่วนผู้ตั้งชื่อและปีที่ตั้ง ยังเป็นคำถามที่เปิดอยู่ ผมไม่เลือกฉบับใดเป็นข้อยุติ
เวทีประลองหน้าวัดไห่ฉวง: ตำนาน 150 ไฟต์
เรื่องที่ดังที่สุดของหวังอิ่นหลินในภาษาอังกฤษ คือเรื่องเวทีประลอง (擂台) วิกิพีเดียภาษาอังกฤษในหน้ารายชื่อนักสู้บนเวทีเล่าว่าหวังอิ่นหลินตั้งเวทีประลองหน้าวัดไห่ฉวง (海幢寺) สู้อยู่ 18 วัน ชนะนักมวย 150 คนโดยไม่แพ้เลย แล้วได้รับเลือกเป็นหัวหน้าสิบพยัคฆ์ เรื่องนี้อ้างคำบอกเล่าของครูเสียเจียเฉวียนในสหรัฐฯ ส่วนสำนักในอังกฤษเล่าสั้นกว่าว่าเขาตั้งเวทีและชนะการสู้แบบไม่มีกติกา 150 ครั้ง ก่อนเปิดสำนักในกวางโจว

ทำไมผมจัดเรื่องนี้เป็นตำนาน
วัดไห่ฉวงมีอยู่จริง วิกิพีเดียภาษาจีนบันทึกว่าวัดตั้งอยู่ในเขตไห่จู ฝั่งใต้แม่น้ำของกวางโจว และนับเป็นหนึ่งในห้าวัดใหญ่ของกวางโจว ฝรั่งสมัยชิงเรียกวัดนี้ว่าวัดเหอหนาน (Honam) ตามชื่อย่าน แต่ประวัติวัดที่ผมหาได้ไม่มีเรื่องเวทีมวยเลย
ที่สำคัญกว่านั้น การค้นด้วยคำภาษาจีนเรื่องหวังอิ่นหลินกับวัดไห่ฉวงและเวทีประลอง ไม่พบผลในแหล่งภาษาจีนเลย เรื่องนี้จึงมาจากสายวิชาในสหรัฐฯ และอังกฤษเท่านั้น ตัวเลข 18 วันกับ 150 คนเป็นตัวเลขของเรื่องเล่า และเป็นเรื่องที่ไม่มีใครบันทึกไว้ในยุคนั้น ผมจึงเล่าได้ในฐานะตำนานของสายวิชา ไม่ใช่ประวัติ
ในหน้าเดียวกันยังมีคำพูดของครูในสหรัฐฯ ที่บรรยายว่าหวังอิ่นหลินโหดกับผู้ท้าชิงมาก ผมไม่ยกมาเล่าแบบเชิดชู เพราะเป็นภาพที่สายวิชาสร้างขึ้นทีหลังเช่นกัน และไม่มีหลักฐานทั้งด้านโหดหรือด้านใจดี
เรื่องอื่นที่ยังไม่มีหลักฐาน
- คุ้มกันกองคาราวานทั่วจีน สายภาษาอังกฤษเล่าว่าหลังครูเสียชีวิตเขาทำงานคุ้มกันกองคาราวานไปทั่วจีน และแลกวิชากับครูมวยหงเจีย เป็นเรื่องเล่าของสายวิชา
- ผู้นำกลุ่มกบฏต่อต้านราชวงศ์ชิง หน้าเดียวกันเรียกเขาว่าผู้นำกลุ่มกบฏที่ชื่อสิบพยัคฆ์กวางตุ้ง ซึ่งขัดกับหลักฐานว่าสิบคนนี้อายุห่างกันราวสองรุ่น
- พ่อชื่อหวังผิง ฉายา "มนุษย์ทองแดงขาเดียว" วิกิพีเดียภาษาจีนเขียนว่าพ่อของเขาชื่อหวังผิง (王平) ฉายา "独脚铜人" และลูกชายชื่อหวังหวย (王怀) ถูกจับเพราะทำงานต่อต้านราชวงศ์ชิง จนหวังอิ่นหลินตรอมใจป่วยตาย ข้อนี้มีแหล่งเดียว ฉายาของพ่อฟังเหมือนนิยาย
- ลูกชายช่วยงานปฏิวัติของซุนยัดเซ็น เป็นชื่อบทความออนไลน์ปี 2021 ที่วิกิพีเดียภาษาจีนใช้อ้างอิง ไม่มีเอกสารอื่น
ผมไม่ใช้เรื่องเหล่านี้เป็นประวัติ และแยกไว้ให้เห็นว่ามาจากไหน ถ้าในอนาคตมีคนพบเอกสารที่ยืนยันได้ ผมจะย้ายข้อนั้นขึ้นมาเป็นประวัติ

สามสายที่นับเขาเป็นบรรพบุรุษ
สิ่งที่ทำให้หวังอิ่นหลินต่างจากพยัคฆ์ตัวอื่น คือมีสำนักมวยถึงสามสายที่นับเขาเป็นครูต้นสายหรือเป็นส่วนหนึ่งของสายสืบทอด วิกิพีเดียภาษาจีนสรุปว่าสายหวังหลุนส่งต่อถึงเติ้งจิ่นเทา สายหวังหลินไคส่งต่อถึงอู๋เจ้าจงซึ่งแยกเป็นสำนักนกกระเรียนขาว และสายไช่อี้กงไปเติบโตในต่างประเทศ เรียกครูใหญ่ว่าลามะ จึงเป็นสำนักลามะ
| สาย | ผ่านศิษย์ | อยู่ที่ไหนวันนี้ |
|---|---|---|
| เสียเจียเฉวียน (侠家拳 Hop Gar) | หวังหลุน → เติ้งจิ่นเทา → เติ้งเจิ้นเจียง และสายของหวังฮั่นหรง | มณฑลกวางตุ้งรวมถึงฝอซาน ฮ่องกง และต่างประเทศ |
| สำนักลามะ (喇嘛派 Lama Pai) | ไช่อี้กง และจูอี้ฉวน | มณฑลกวางตุ้ง ฮ่องกง และต่างประเทศ |
| สำนักนกกระเรียนขาว (白鹤派 Bak Hok Pai) | สายหวังหลินไค → อู๋เจ้าจง | มณฑลกวางตุ้ง ฮ่องกง มาเก๊า และต่างประเทศ |
นกกระเรียนขาวสายนี้ ไม่ใช่นกกระเรียนฝูเจี้ยน
ต้องระวังชื่อ "นกกระเรียนขาว" เพราะมีมวยนกกระเรียนหลายสาย สำนักนกกระเรียนขาว (白鹤派) ในฮ่องกงสายนี้ วิกิพีเดียภาษาอังกฤษเรียกว่านกกระเรียนขาวทิเบต และนับอู๋เจ้าจงเป็นหนึ่งในครูคนสำคัญ หน้าเดียวกันเล่าว่าอู๋เจ้าจงย้ายไปมาเก๊าและเป็นปรมาจารย์ของสายนี้ทั้งที่มาเก๊าและฮ่องกง สายนี้เป็นคนละสายกับมวยนกกระเรียนขาวของมณฑลฝูเจี้ยน ถ้าเห็นบทความที่เอาสองสายนี้มาเล่าปนกัน ให้รู้ว่ากำลังพูดถึงคนละเรื่อง
ไปถึงฮ่องกงและต่างประเทศ
วิกิพีเดียภาษาอังกฤษเล่าว่าคนแรกที่นำเสียเจียเฉวียนออกนอกจีนแผ่นดินใหญ่คืออู่หร่านหมิง (伍冉明, 1908–1972) ซึ่งเปิดศูนย์ฝึกในฮ่องกงช่วงทศวรรษ 1960 แล้วย้ายไปสหรัฐฯ ในปี 1970 หน้าเดียวกันเล่าว่าสายลามะสืบผ่านเฉินไท่ซาน (陈泰山) ศิษย์ของจูอี้ฉวน และสายเสียเจียของตระกูลเติ้งมีศิษย์ไปเปิดสอนในเนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ ฝรั่งเศส และอังกฤษ
เรื่องเวทีประลอง 150 คนที่เล่าไว้ข้างบน ก็เดินทางไปกับสายเหล่านี้ด้วย นี่คือเหตุผลที่เรื่องนี้พบในภาษาอังกฤษ แต่ไม่พบในภาษาจีน
มรดกวันนี้: ขึ้นทะเบียนที่ฝอซาน ไม่ใช่กวางโจว
หวังอิ่นหลินเปิดสำนักในกวางโจว แต่ทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ผมตรวจได้ อยู่ที่นครฝอซาน ไม่ใช่กวางโจว ผมยังไม่พบเสียเจียเฉวียนในทะเบียนของกวางโจว แม้จะยังค้นไม่ครบทุกเขต
| ระดับ | ปี | รายละเอียด |
|---|---|---|
| ระดับนคร นครฝอซาน | 2020 | สายที่สอนอยู่ในเขตซานสุ่ย (三水) |
| ระดับเขต เขตซุ่นเต๋อ นครฝอซาน | 2025 | ทะเบียนชุดที่ 10 ของเขตซุ่นเต๋อ เสนอโดยเมืองเฉินชุน (陈村) |
หลักฐานของแถวแรกคือรายงานของนักศึกษาที่ไปศึกษาวิชานี้ในเขตซานสุ่ย ซึ่งระบุว่าปี 2020 เสียเจียเฉวียนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของนครฝอซาน ส่วนแถวที่สองมาจากข่าวของเมืองเฉินชุน ซึ่งรายงานว่าวันที่ 18 สิงหาคม 2025 รัฐบาลเขตซุ่นเต๋อประกาศทะเบียนมรดกภูมิปัญญาชุดที่ 10 และเสียเจียเฉวียนอยู่ในรายการ
เสียเจียเฉวียนที่เฉินชุน: เส้นทางเกือบร้อยปี
ข่าวเดียวกันเล่าว่าในทศวรรษ 1920 เติ้งจิ่นเทาไปเปิดสำนักที่หมู่บ้านถานชุน (潭村) เมืองเฉินชุน และชาวบ้านชื่อเหอเยว่เจิน (何悦珍) ได้เป็นศิษย์ เธอสอนเสียเจียเฉวียนฟรีให้คนในหมู่บ้านตั้งแต่ทศวรรษ 1930 จนในช่วงทศวรรษ 1960–1970 มีคนเรียนหลายร้อยคน เรื่องนี้ตรงกับข่าวเก่าปี 2007 ที่รายงานว่าในปีที่ฝอซานเปิดรับขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาเป็นครั้งแรก เมืองเฉินชุนเสนอเสียเจียเฉวียนเป็นหนึ่งในสามรายการ และเหอเยว่เจินเป็นศิษย์ของเติ้งจิ่นเทา ซึ่งข่าวนั้นนับเติ้งจิ่นเทาเป็นผู้สืบทอดรุ่นที่สี่
วิชาเก่าในโรงเรียนวันนี้
ทั้งสองที่สอนเด็กเหมือนกัน ข่าวของเมืองเฉินชุนเล่าว่าตั้งแต่ปี 2017 หมู่บ้านถานโจว (潭洲) เปิดชั้นเรียนเสียเจียเฉวียนให้เด็กอายุหกถึงสิบสี่ปี และนำวิชานี้เข้าไปแสดงในโรงเรียน ส่วนผู้สืบทอดในเขตซานสุ่ยเล่าว่าเขาสอนเสียเจียเฉวียนในโรงเรียนหลายระดับ ตั้งแต่อนุบาลถึงมัธยม มวยที่เรื่องเล่าบอกว่าเริ่มจากพระในวัดบนภูเขา วันนี้จึงอยู่ในลานโรงเรียนของฝอซาน
แล้วฮ่องกงล่ะ
สายลามะและนกกระเรียนขาวเติบโตในฮ่องกง ส่วนฮ่องกงเองประกาศรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมชุดแรก 480 รายการในปี 2014 ซึ่งมีวิชามวยหลายสาย แต่ผมยังไม่ได้ตรวจว่าในรายการนั้นมีสายของหวังอิ่นหลินหรือไม่ จึงไม่เขียนว่ามีหรือไม่มี
หวังอิ่นหลินบนจอ
หวังอิ่นหลินไม่มีหนังที่เป็นเรื่องของเขาเอง เขาปรากฏเป็นตัวละครหนึ่งในสิบคน ในงานที่เล่าเรื่องสิบพยัคฆ์ทั้งกลุ่ม
| ปี | เรื่อง | ใครเล่นเป็นหวังอิ่นหลิน | สิ่งที่ควรรู้ |
|---|---|---|---|
| 1979 (บางแหล่งว่าฉายปลายปี 1980) | หนังชอว์บราเดอร์ส《广东十虎与后五虎》ของจางเช่อ (张彻) | ซุนเจี้ยน (孙建 Sun Chien) | มีตัวละครลูกชายและศิษย์ที่แต่งขึ้น |
| 1999 | ละคร ATV《英雄之广东十虎》40 ตอน | เฉินเป่าหยวน (陈宝辕) | ละครให้เขาเป็นนักปฏิรูปที่แฝงตัวอยู่ข้างตัวร้าย |
| 2004 | หนังฮอลลีวูด Around the World in 80 Days | ไม่ระบุ | มีสิบพยัคฆ์ฉบับแต่ง |
หนังของชอว์บราเดอร์ส วิกิพีเดียภาษาจีนให้ปีฉาย 1979 และรายชื่อนักแสดงที่มีซุนเจี้ยนเล่นเป็นหวังอิ่นหลิน รวมถึงตัวละครหวังเชาหมิง (王超明) ลูกชาย และหลินปิ่ง (林炳) ศิษย์ ส่วนวิกิพีเดียภาษาอังกฤษให้วันฉาย 25 ธันวาคม 1980 และให้ตัวละครของซุนเจี้ยนเป็นอดีตศิษย์เส้าหลินคนหนึ่งในเมือง ลูกชายและศิษย์ในหนังเป็นตัวละครแต่ง อย่าปนกับชื่อลูกชายในวิกิพีเดียภาษาจีน
ละคร ATV ปี 1999 มีเฉินเป่าหยวนเล่นเป็นหวังอิ่นหลิน และวิกิพีเดียภาษาจีนสรุปบทว่าหวังอิ่นหลินในละครถนัดเสียเจียเฉวียน และเป็นนักปฏิรูปที่แฝงตัวอยู่ข้างตัวร้าย ก่อนมาร่วมรบกับพยัคฆ์ตัวอื่น ละครวางเรื่องไว้ในยุคปฏิรูปปลายราชวงศ์ชิง และให้สิบคนอยู่ร่วมยุคกัน ซึ่งเป็นการแต่ง ส่วนหนังฮอลลีวูดปี 2004 วิกิพีเดียภาษาอังกฤษเรียกว่าสิบพยัคฆ์ฉบับแต่ง
ผมยังหาชื่อภาษาไทยของหนังชอว์บราเดอร์สเรื่องนี้และละคร ATV ที่ยืนยันได้ไม่พบ ถ้าผู้อ่านเคยเห็นปกวิดีโอหรือใบปิดภาษาไทย บอกผมได้
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในโพสต์ภาษาไทยและภาษาจีน
- "หวังอิ่นหลินเก่งที่สุดในสิบพยัคฆ์" ลำดับที่ 1 เป็นแค่ลำดับในรายชื่อ ไม่มีการจัดอันดับฝีมือจริง
- "หวังอิ่นหลินเกิดปี 1840 ตายปี 1928" แบบข้อยุติ ปีนี้มีแหล่งเดียว
- ฉายา 鹤阳拳 กับ 侠家拳 สลับกับถานจี้หยวิน วิชาที่สืบมาถึงวันนี้ในชื่อหวังอิ่นหลินคือเสียเจียเฉวียน
- ปนนกกระเรียนขาวฮ่องกงกับนกกระเรียนขาวฝูเจี้ยน เป็นคนละสาย
- เขียน 王汉荣 เป็น 黄汉荣 หรือ 王林开 เป็น 黄林开 เกิดจากการแปลคำว่า Wong กลับเป็นอักษรจีน
- เล่าเรื่องเวทีประลอง 150 คนหน้าวัดไห่ฉวงเป็นประวัติ มาจากสายวิชาในตะวันตก ไม่พบในแหล่งจีน
- "เสียเจียเฉวียนเป็นมรดกของกวางโจว" ทะเบียนที่ตรวจได้อยู่ที่นครฝอซานและเขตซุ่นเต๋อ
- วาดภาพหวังอิ่นหลินเป็นพระตลอดชีวิต แหล่งจีนว่าเขาสึกเมื่อมาเปิดสำนักที่กวางโจว
- เอาตัวละครลูกชายในหนังชอว์บราเดอร์สมาเล่าเป็นประวัติ เป็นตัวละครแต่ง
- "วัดชิ่งหยุนประกาศว่าเป็นต้นกำเนิดเสียเจียเฉวียน" ประวัติวัดที่พบไม่มีเรื่องมวย
คำถามที่ยังไม่มีคำตอบ
- ปีเกิดปีตาย 1840–1928 มีอยู่ในหนังสือเก่าเล่มใดก่อนบทความออนไลน์ปี 2021 หรือไม่
- ครูของหวังอิ่นหลินเป็นภิกษุจีนจากเสฉวน หรือลามะทิเบต หรือเป็นคนเดียวที่ถูกเล่าสองแบบ
- ชื่อ "เสียเจีย" ตั้งเมื่อไร และใครตั้ง
- หวังหลินไคเป็นศิษย์ของหวังอิ่นหลิน หรือเป็นศิษย์ร่วมสำนัก
- ถนนเจียนซ่าน (兼善街) ในย่านหวงซามีอยู่จริงหรือไม่
- หนังสือ《侠拳》ปี 1985 ของตระกูลเติ้ง เล่าประวัติหวังอิ่นหลินไว้อย่างไร
ถ้าผู้อ่านมีหนังสือเก่าหรือข้อมูลที่ตอบคำถามเหล่านี้ได้ บอกผมได้ ผมจะเพิ่มลงในบทความ
เสียเจียเฉวียน หย่งชุน และกังฟูจีนใต้ที่ IMAC Dojo
วิชาของหวังอิ่นหลินคือเสียเจียเฉวียน มวยจีนใต้ที่ยืนม้ากว้างและเหวี่ยงแขนยาว IMAC Dojo ไม่ได้สอนเสียเจียเฉวียน แต่มีหลักสูตรหย่งชุน แซมโบ้ (Wing Chun Sambo) ซึ่งมีรากจากหย่งชุน มวยจีนใต้อีกสายหนึ่งที่เกิดในเมืองฝอซานเช่นกัน ถ้าอยากรู้ว่ามวยจีนใต้แต่ละสายต่างกันอย่างไร อ่านได้ในมวยใต้จีนมีกี่สำนัก หรือมวยกวางตุ้งยืนต่ำ ไม่เตะสูง และถ้าอยากรู้ว่าตำนานเส้าหลินใต้ต่างจากประวัติอย่างไร อ่านได้ในหมัดใต้ เตะเหนือ เส้าหลินแบ่งสองสาย
ตอนต่อไปของชุดนี้คือตอนที่ 2 หวงเฉิงเข่อ (黄澄可) และอ่านรายชื่อครบทั้งสิบคนได้ที่ 10 พยัคฆ์กวางตุ้งคือใคร
ดูหลักสูตรหย่งชุน แซมโบ้แหล่งข้อมูลและอ่านเพิ่มเติม
- 喜报!侠家拳成功入选顺德区第十批非物质文化遗产代表性项目名录 — 佛山在线 / 陈村镇 (2025)งานวิจัยเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- 社会实践||走近非遗,"武"动岭南 — 广东轻工职业技术学院 机电技术学院 (2022)งานวิจัยเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- 陈村三宝申报佛山"非遗" — 新浪网 / 广州日报 (2007)งานวิจัยเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- 侠拳(广东南拳名家套路)邓锦涛 邓镇江 演述 — 孔夫子旧书网ชุมชนเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- "广东十虎"的提法最先出自小说家 — 网易订阅 (2021)ชุมชนเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- 有谁知道广东十虎的啊(引《武坛二虎》自序) — 搜狗问问 (2007)ชุมชนเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- 广东十虎有谁了? — 搜狗问问 (2010)ชุมชนเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- 盘点清末武术界着名的"广东十虎" — 墨星写作网ชุมชนเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- 王隐林 — 维基百科 (中文)ชุมชนเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- 廣東十虎 — 维基百科 (中文)ชุมชนเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- 梁坤 — 维基百科 (中文)ชุมชนเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- 王隐林 — 族谱网ชุมชนเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- 王隐林_鼎湖区清代人物 — 奇客网ชุมชนเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- Lama Pai — Wikipediaชุมชนเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- Tibetan White Crane — Wikipediaชุมชนเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- Ten Tigers of Canton — Wikipediaชุมชนเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- List of lei tai fighters — Wikipediaชุมชนเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- About the Hap Gar Tradition — Rising Crane (UK, 2019)แหล่งหลักเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- Selection of Questions and Answers, November 1999 (Ten Tigers) — Shaolin Wahnam / Wong Kiew Kitแหล่งหลักเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- 肇庆庆云寺 — 维基百科 (中文)ชุมชนเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- 肇庆市 — 维基百科 (中文)ชุมชนเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- 黄沙 (广州) — 维基百科 (中文)ชุมชนเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- 海幢寺 — 维基百科 (中文)ชุมชนเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- Hoi Tong Monastery — Wikipediaชุมชนเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- 廣東十虎與後五虎 — 维基百科 (中文)ชุมชนเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- Ten Tigers from Kwangtung — Wikipediaชุมชนเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- 英雄之廣東十虎 — 维基百科 (中文)ชุมชนเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- 英雄广东十虎 演员表 (1999) — 电视猫งานวิจัยเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- 香港公布首份非物质文化遗产清单 — 中国新闻网 (2014)งานวิจัยเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- Qingyun Temple, Dinghu Mountain (空雨, public domain) — Wikimedia Commonsชุมชนเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- 肇庆鼎湖山飞水潭 2020 (星星, CC BY-SA 4.0) — Wikimedia Commonsชุมชนเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- 鼎湖山庆云寺志 v.1 (Harvard-Yenching Library scan) — Wikimedia Commonsชุมชนเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- Mercantile Junks at Canton (John Thomson, CC0) — Wikimedia Commonsชุมชนเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- Sheung-mun-tai street in Canton (A Chan, 1870) — Wikimedia Commonsชุมชนเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- West Gate, Canton (John Thomson, CC0) — Wikimedia Commonsชุมชนเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
- Entrance to Hoi Tong Monastery, 1903 (Dick Wood) — Wikimedia Commonsชุมชนเข้าถึง 25 ต.ค. 2569
คำถามที่พบบ่อย
หวังอิ่นหลินเป็นใคร?
หวังอิ่นหลิน (王隐林) เป็นครูมวยกวางตุ้งยุคปลายราชวงศ์ชิง และเป็นชื่อแรกในรายชื่อ 10 พยัคฆ์กวางตุ้ง สายวิชาเล่าว่าเขาเคยเป็นพระที่วัดชิ่งหยุน เขาติ่งหู แล้วสึกมาเปิดสำนักที่ย่านหวงซา กวางโจว และสอนเสียเจียเฉวียน
หวังอิ่นหลินมีตัวจริงไหม?
มีแนวโน้มว่ามีตัวจริง เพราะสายเสียเจียเฉวียนที่ยังสอนอยู่และขึ้นทะเบียนมรดกในฝอซานนับเขาเป็นครูต้นสาย และคอลัมนิสต์ที่ยกข้อความจากหนังสือประวัติศาสตร์มวยกวางตุ้งไม่ได้นับเขาเป็นตัวละครแต่ง แต่รายละเอียดชีวิตส่วนใหญ่ยังไม่มีเอกสารร่วมสมัย
ทำไมหวังอิ่นหลินอยู่ลำดับที่ 1 ของสิบพยัคฆ์?
เป็นลำดับแรกในรายชื่อที่สืบมาจากนิยาย ไม่ใช่อันดับฝีมือ สายเสียเจียเฉวียนในอังกฤษเล่าว่าเขาได้ที่นั่งหมายเลขหนึ่ง แต่ครูมวยอีกสายกลับยกให้เถี่ยเฉียวซานเป็นคนที่โดดเด่นที่สุด
เสียเจียเฉวียนคือมวยอะไร?
เสียเจียเฉวียน (侠家拳 กวางตุ้ง Hop Gar) เป็นมวยจีนใต้ที่ยืนม้ากว้าง เหวี่ยงแขนยาว หมัดหลักคือหมัดเหวี่ยงขึ้น หมัดตรง และหมัดเหวี่ยงพุ่งชน มีมวยชุดอรหันต์น้อย เสือกระเรียนคู่ และอรหันต์ใหญ่ และมีอาวุธดาบ ทวน และกระบอง
หวังอิ่นหลินเป็นพระหรือฆราวาส?
แหล่งจีนว่าเขาเคยเป็นพระที่วัดชิ่งหยุน แล้วสึกเมื่อมาเปิดสำนักที่กวางโจว ส่วนสายวิชาในอังกฤษเรียกเขาว่าศิษย์ฆราวาสของครูชื่อซิงหลง ทั้งสองฉบับเป็นเรื่องเล่าของสายวิชา
ครูของหวังอิ่นหลินคือใคร?
แหล่งจีนเรียกครูว่าจอมยุทธ์หลี่หูจื่อจากเสฉวน หรือหลี่ซุ่ยเฉิง หรือจินโกวฉานซือ ส่วนสายวิชาที่ไปถึงตะวันตกเล่าว่าครูเป็นลามะทิเบตชื่อซิงหลง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อสำนักลามะ ยังสรุปไม่ได้ว่าเป็นคนเดียวกันหรือไม่
เรื่องตั้งเวทีประลองชนะ 150 คนหน้าวัดไห่ฉวงจริงไหม?
เป็นเรื่องเล่าของสายเสียเจียเฉวียนในสหรัฐฯ และอังกฤษ ไม่พบในแหล่งภาษาจีน และไม่มีบันทึกร่วมสมัย จึงจัดเป็นตำนานของสายวิชา
ทุกวันนี้ยังมีที่ไหนสอนเสียเจียเฉวียน?
ในจีนยังมีการสอนที่นครฝอซาน ทั้งเขตซานสุ่ยและเมืองเฉินชุนในเขตซุ่นเต๋อ ซึ่งขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาในปี 2020 และ 2025 ส่วนสำนักลามะ สำนักนกกระเรียนขาว และเสียเจียเฉวียน ยังมีสายที่สอนอยู่ในฮ่องกงและต่างประเทศ
อยากเริ่มเรียนศิลปะการต่อสู้?
ส่งข้อความหา IMAC Dojo เพื่อปรึกษาว่าหลักสูตรไหนเหมาะกับอายุ เป้าหมาย และพื้นฐานของผู้เรียน
สอบถามผ่าน LINE Official


