น้ำท่วมกรุงเทพฯ เกี่ยวอะไรกับมวยใต้? มวยกวางตุ้งยืนต่ำ ไม่เตะสูง
น้ำท่วมกรุงเทพฯ ช่วงฝนตกหนัก 25–27 กันยายน 2569 ชวนย้อนดูมวยกวางตุ้งที่เกิดริมแม่น้ำจูเจียง ทำไมมวยใต้อย่างหย่งชุนยืนต่ำและไม่เตะสูง เรื่องจริงกับตำนานของงิ้วเรือแดง หุ่นไม้ และพลองหกจุดครึ่ง พร้อมหลักทรงตัวและข้อควรระวังเมื่อต้องเดินลุยน้ำท่วม

โดย
ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ (Phoenix)ผู้ก่อตั้งและครูผู้สอน IMAC Dojoอัปเดต 25 ก.ย. 2569
- ผู้เขียน
- ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ (Phoenix)
- เผยแพร่
- ปรับปรุงล่าสุด
- แหล่งข้อมูล
- 6
- เวลาอ่าน
- 11 นาที
คำตอบสั้น ๆ
น้ำท่วมกรุงเทพฯ กับมวยใต้เกี่ยวกันตรงที่มวยกวางตุ้งเติบโตในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียง (แม่น้ำไข่มุก) ดินแดนของดินเลน ลำคลอง และเรือ ซึ่งฝอซานต้องสร้างคันกั้นน้ำซางหยวนเหวย (桑园围) รับมือน้ำหลากมากว่า 900 ปี บนพื้นลื่นและดาดฟ้าเรือ การยกขาเตะสูงเสี่ยงเสียหลัก มวยใต้จึงเน้นยืนต่ำ ก้าวสั้น และใช้ "สะพานมือ" (橋手 เฉียวโส่ว) คือแขนท่อนล่างเป็นอาวุธหลัก ตามสำนวน "หมัดใต้ เตะเหนือ" (南拳北腿) หลักเดียวกันนี้ใช้ได้เมื่อต้องเดินผ่านน้ำท่วม คือก้าวสั้นและแตะพื้นก่อนถ่ายน้ำหนัก แต่ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือหลีกเลี่ยงการลุยน้ำเมื่อไม่จำเป็น
สรุปประเด็นสำคัญ
- กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศฝนตกหนักถึงหนักมาก ฉบับที่ 8 ช่วง 25–27 กันยายน 2569 ครอบคลุมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และมีรายงานน้ำท่วมขังหลายเขต
- มวยใต้ เช่น หย่งชุน หงกวน และไช่หลี่ฝอ เติบโตในพื้นที่ชุ่มน้ำของมณฑลกวางตุ้ง ไม่ใช่ที่ราบแห้งแบบมวยเหนือ
- บนดินเลนและดาดฟ้าเรือ การเตะสูงเสี่ยงลื่นล้มมากกว่าประโยชน์ที่ได้ มวยใต้จึงยืนต่ำ ก้าวสั้น และใช้มือเป็นหลัก
- ปี 1854 นักแสดงงิ้วเรือแดงลุกฮือกับหลี่เหวินเม่า ทางการตอบโต้ด้วยการห้ามงิ้วท้องถิ่นราว 15 ปี นี่คือส่วนที่เป็นประวัติศาสตร์ ส่วนเรื่องฝึกมวยบนเรือยังเป็นเรื่องเล่า
- ที่มาของหุ่นไม้จากกว้านเรือ และพลองหกจุดครึ่งจากไม้ถ่อเรือ เป็นทฤษฎีและเรื่องเล่าที่ยังไม่มีเอกสารยืนยัน
- ถ้าจำเป็นต้องเดินลุยน้ำท่วม ให้ก้าวสั้นและแตะพื้นก่อนลงน้ำหนัก และทำตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค
ฝนที่ตกหนักจนน้ำท่วมกรุงเทพฯ ช่วงนี้ทำให้ผมนึกถึงเรื่องที่สนใจมานาน คือที่มาของมวยกวางตุ้ง มวยจีนภาคใต้ที่ขึ้นชื่อเรื่องยืนต่ำ มือหนัก และแทบไม่เตะสูง กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฝนตกหนักถึงหนักมาก ฉบับที่ 8 สำหรับช่วงวันที่ 25–27 กันยายน 2569 ครอบคลุมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และผมเชื่อว่าเรื่องของคนกับน้ำริมแม่น้ำจูเจียงในอดีต มีบทเรียนให้เราในวันที่ต้องรับมือกับน้ำท่วมเช่นกัน
สารบัญบทความ
น้ำท่วมกรุงเทพฯ ทำไมทำให้ผมนึกถึงมวยจีนภาคใต้
ผมชอบมองความเชื่อมโยงระหว่างสภาพแวดล้อมกับวิชาการต่อสู้มาตลอด วันที่ 25 กันยายน 2569 มีรายงานน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ หลายเขต เช่น สายไหม บางเขน จตุจักร ห้วยขวาง และลาดกระบัง เมื่อฝนตกจนถนนมีน้ำท่วม ความกังวลของผมไม่ใช่แค่รถติดหรือบ้านจะเปียก แต่เป็นนักเรียนและผู้ปกครองที่ต้องเดินทางมาโดโจทุกสัปดาห์ ความปลอดภัยของครอบครัวสำคัญกว่าการฝ่าฝนมาให้ถึงเสมอ
พอมานั่งนึกดี ๆ น้ำท่วมกับมวยจีนภาคใต้ไม่ได้ไกลกันเลย เมืองฝอซาน (佛山) ในมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งเป็นแหล่งสำคัญของมวยจีนสายใต้และมวยหย่งชุน ตั้งอยู่ในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียง หรือสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไข่มุก (珠江三角洲 จูเจียงซานเจี่ยวโจว) คือที่ราบดินดอนที่เกิดจากตะกอนของแม่น้ำจูเจียง (แม่น้ำไข่มุก) ทับถมกันก่อนไหลลงทะเลจีนใต้ ในมณฑลกวางตุ้งทางตอนใต้ของจีน พื้นที่นี้ต้องอยู่กับน้ำหลากมาตลอด ระบบคันกั้นน้ำซางหยวนเหวย (桑园围) ในเขตหนานไห่และซุ่นเต๋อของฝอซาน เริ่มสร้างตั้งแต่สมัยซ่งเหนือ มีอายุกว่า 900 ปี ใช้ทั้งทดน้ำ กันน้ำท่วม และระบายน้ำ และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้านชลประทาน (World Heritage Irrigation Structure) เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2020 เรื่องคนกับน้ำในแถบนี้จึงไม่ใช่ฉากหลังของหนังกำลังภายใน แต่เป็นเงื่อนไขชีวิตจริงที่คนปรับตัวกันมาหลายชั่วอายุคน
สิ่งที่ผมอยากชวนคิดคือ วิถีชีวิตริมน้ำอาจไม่ได้ "สร้าง" มวยใต้ขึ้นมาโดยตรงอย่างที่ชอบเล่ากัน เพราะมวยใต้เป็นชื่อเรียกรวมของหลายสำนักจากหลายพื้นที่ แต่ลักษณะของพื้นที่ ทั้งดินเลน คลองแคบ และเรือที่โคลงเคลง เป็นเงื่อนไขที่ผลักวิชาต่อสู้ไปในทิศทางเดียวกัน คือยืนต่ำ มือหนัก และไม่พึ่งการเตะสูงเป็นหลัก
หมัดใต้ เตะเหนือ ต่างกันอย่างไรในทางวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว
สำนวนจีนที่ว่า "หมัดใต้ เตะเหนือ" (南拳北腿) ไม่ได้เป็นแค่คำเปรียบเปรย มวยเหนืออย่างฉางเฉวียน (长拳 มวยหมัดยาว) เติบโตบนที่ราบกว้างและดินแห้งแข็ง จึงก้าวยาว กระโดด และเตะไกลได้เต็มที่ ส่วนมวยใต้ในกวางตุ้งและฝูเจี้ยนอยู่ในแดนแม่น้ำลำคลอง คนเดินทางด้วยเรือเป็นหลัก ตามคำโบราณว่า "ใต้แล่นเรือ เหนือขี่ม้า" (南船北马)
ในมุมของหลักฟิสิกส์พื้นฐาน แรงเสียดทานระหว่างฝ่าเท้ากับพื้นโคลนหรือไม้เปียกน้ำต่ำมาก การยกขาเตะสูงทำให้ร่างกายต้องทรงตัวบนขาเดียวนานขึ้น จุดศูนย์ถ่วงจึงหลุดจากฐานรองรับได้ง่าย และถ้าล้มในโคลนหรือตกน้ำ นั่นคือการเปิดช่องให้คู่ต่อสู้ หรือแย่กว่านั้นคือจมน้ำ ใครเคยลองยกขาบนพื้นกระเบื้องเปียกคงรู้ว่าความมั่นคงหายไปเร็วแค่ไหน นี่เป็นคำอธิบายเชิงหลักการ ไม่ใช่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่าเป็นเหตุผลเดียวของรูปแบบมวยใต้
| มิติเปรียบเทียบ | มวยสายเหนือ (北派) | มวยสายใต้ (南拳) |
|---|---|---|
| สภาพแวดล้อม | ที่ราบกว้าง ดินแห้งแข็ง | พื้นที่ชุ่มน้ำ ดินเลน ดาดฟ้าเรือ |
| โครงสร้างฐานยืน | กว้าง ยาว เคลื่อนที่สูง | แคบ ต่ำ ยึดเกาะพื้นแน่น |
| อาวุธหลัก | เท้าและหน้าแข้ง เตะไกล | สะพานมือ แขน กำปั้น ศอก |
| ยุทธวิธี | รักษาระยะ โจมตีวงนอก | บุกเส้นกลาง สู้ประชิด |
คณะงิ้วเรือแดงกับต้นกำเนิดมวยหย่งชุน
เรื่องที่ผมชอบเล่าให้นักเรียนฟังคือคณะงิ้วเรือแดง (紅船) ในศตวรรษที่ 18–19 คณะงิ้วกวางตุ้งทาสีเรือเป็นสีแดงแล้วล่องตามลำน้ำไปแสดงตามหมู่บ้านในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียง เรือเป็นทั้งพาหนะ ที่พัก และที่ซ้อม ศูนย์กลางของวงการคือสมาคมฉยงฮวา (琼花会馆) ที่ฝอซาน
ปี ค.ศ. 1854 (ปีเสียนเฟิงที่ 4) นักแสดงงิ้วหลี่เหวินเม่า (李文茂) นำศิษย์คณะเรือแดงลุกขึ้นสมทบการลุกฮือของสมาคมฟ้าดิน (天地会) ใกล้ฝอซาน ซึ่งเรียกกันว่ากบฏผ้าโพกแดง (红巾起义) หลังถูกปราบ สมาคมฉยงฮวาถูกปิดและทำลาย คณะงิ้วท้องถิ่นถูกห้ามแสดงราว 15 ปี นักแสดงจึงแตกกระจายไปตามหมู่บ้านริมน้ำ ส่วนเรื่องที่เล่าว่าเรือแดงเป็นที่หลบซ่อนของสมาคมลับเป็นประจำ ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน
ผมมองว่าตรงนี้คือหัวใจของเรื่อง ทางเดินบนดาดฟ้าเรือแคบและเปียกลื่น นักสู้บนเรือจึงวิ่ง กระโดด หรือเปิดวงกว้างไม่ได้ วิชาต้องถูกบีบให้เป็นระบบระยะประชิด ซึ่งผูกพันกับ 詠春拳 (หย่งชุนเฉวียน หรือมวยหย่งชุน) สายวิชาที่บันทึกชื่อจริงได้เริ่มจากหวงหัวเป่า (黃華寶) ส่งต่อถึงเหลียงเอ้อตี้ (梁二娣) ซึ่งเป็นคนของเรือแดงทั้งคู่ แต่รายละเอียดว่าฝึกกันบนเรืออย่างไรยังเป็นเรื่องเล่าที่ยืนยันไม่ได้ ผมเล่าเรื่องนี้ละเอียดไว้ใน มวยหย่งชุนเกิดจากเส้าหลินหรือเรือหัวแดง
หุ่นไม้และพลองหกจุดครึ่ง เรื่องเล่าที่ผูกกับอุปกรณ์เรือ
หลายคนที่เห็น 木人樁 (มู่เหรินจวง หรือหุ่นไม้) คิดว่ามันถูกออกแบบมาเลียนแบบร่างกายคนตั้งแต่แรก มีผู้เสนอทฤษฎีว่าหุ่นไม้ของมวยใต้อาจดัดแปลงมาจาก "กว้านเรือ" (Ship's Windlass) แกนไม้ที่มีรูเสียบคานงัดสำหรับชักใบหรือถอนสมอ เมื่อเรือปลดระวาง แกนตั้งตรงที่มีแขนยื่นออกมาอาจกลายเป็นเครื่องฝึกมือ แต่ทฤษฎีนี้ยังไม่มีเอกสารร่วมสมัยยืนยัน ที่แน่นอนกว่าคือหุ่นไม้เป็นขั้นหนึ่งของหลักสูตรหย่งชุน ต่อจากเสี่ยวเนี่ยนเถา (小念頭) ฉวินเฉียว (尋橋) และเปียวจื่อ (標指) และท่าฝึกหุ่นไม้มีราว 108 ถึง 116 ท่าแล้วแต่สาย ผมเคยเล่าการฝึกหุ่นไม้ที่จีนไว้ใน บทเรียนที่ได้รับจากการฝึกมวยหย่งชุนในประเทศจีน
ในทำนองเดียวกัน เรื่องเล่าในสายหย่งชุนผูก 六點半棍 (ลิ่วเตี่ยนปั้นกุ้น หรือพลองหกจุดครึ่ง) ไว้กับไม้ถ่อที่ลูกเรือใช้ค้ำก้นแม่น้ำ พลองชนิดนี้ยาวเป็นพิเศษ โคนหนาปลายเรียว และเพลงพลองเน้นการแทงตรงกับการกระแทกสั้น ไม่ควงเป็นวงกว้างแบบพลองสายเหนือ ท่าถ่อเรือต้องหยั่งเท้าทั้งสองข้างให้มั่นเพื่อส่งแรงลงพื้น ซึ่งเข้ากับเพลงพลองแบบนี้พอดี แม้ที่มาจะยังเป็นเรื่องเล่า บทเรียนที่ผมชอบคือ อุปกรณ์ฝึกที่ดีมักเกิดจากสถานการณ์จริง ไม่ใช่จากการนั่งคิดในห้อง
การหยั่งรากและสะพานมือ ศาสตร์การทรงตัวบนพื้นที่ไม่มั่นคง
เมื่อพูดถึงการทรงตัวของมวยใต้ ผมมักอธิบายด้วยหลักง่าย ๆ ว่าความมั่นคงของร่างกายขึ้นกับขนาดฐานรองรับเทียบกับความสูงของจุดศูนย์ถ่วง ฐานยิ่งกว้างและจุดศูนย์ถ่วงยิ่งต่ำ ร่างกายยิ่งมั่นคง มวยใต้จึงออกแบบท่าม้า (馬步 หม่าปู้) ให้ต่ำเป็นพิเศษ เช่น ท่าม้าสี่ราบ (四平馬) ของหงกวน หรือท่าม้าเอ้อร์จื้อเฉียนหยางหม่า (二字拑羊馬) ของหย่งชุน การย่อเข่า พับสะโพก และเกร็งแกนกลางลำตัวช่วยล็อกเชิงกรานให้เป็นเสาค้ำ แรงปะทะที่เข้ามาจึงถูกส่งลงพื้นแทนที่จะทำให้เท้าลื่น
ส่วนการก้าว มวยใต้ตัดจังหวะยกเท้าสูงทิ้ง แล้วใช้การก้าวสั้นแบบลากเท้าขนานพื้น ช่วงที่ต้องยืนขาเดียวจึงสั้นที่สุด เท้าแทบแตะพื้นตลอด ตอบสนองต่อเรือที่เอียงหรือดินที่ลื่นได้ทันที เมื่อท่อนล่างมั่นคง ท่อนบนจึงรับหน้าที่ป้องกันและเข้าทำ นี่คือที่มาของ "สะพานมือ" (橋手 เฉียวโส่ว) ที่ใช้แขนท่อนล่างตั้งแต่ข้อมือถึงข้อศอกเป็นจุดสัมผัสคู่ต่อสู้ มวยใต้มีคำสอนว่า "มีสะพานข้ามสะพาน ไร้สะพานสร้างสะพาน" (有橋橋上過,無橋自造橋) คือเมื่อคู่ต่อสู้เข้ามา นักสู้ไม่ถอยหนี แต่ยื่นแขนเข้าสัมผัสเพื่ออ่านทิศทางแรง แล้วคุมโครงสร้างของอีกฝ่ายจากจุดนั้น
ผมมองว่าปรัชญานี้มีประโยชน์เกินเรื่องการต่อสู้ มันสอนให้ไม่หนีปัญหา แต่เข้าไปสัมผัสและจัดการอย่างมีสติ ในวันที่น้ำท่วมกรุงเทพฯ หลักคิดนี้ก็ยังใช้ได้ คือแทนที่จะฝืนเดินหน้าทั้งที่สถานการณ์ไม่พร้อม ให้ตั้งหลักและหาทางที่มั่นคงกว่าเดิมก่อน
บทเรียนจากมวยใต้สำหรับวันน้ำท่วม ตั้งหลักก่อนเดินหน้า
สิ่งที่ผมอยากส่งต่อไม่ใช่เทคนิคต่อสู้สำหรับวันน้ำท่วม แต่เป็นวิธีคิด บทเรียนแรกคือ "หยั่งราก" ก่อนเคลื่อนไหว นักมวยใต้ไม่ก้าวอย่างประมาทบนพื้นที่ไม่รู้จัก เขาแตะพื้นก่อนถ่ายน้ำหนักเสมอ เช่นเดียวกับตอนที่ต้องเดินผ่านน้ำท่วมหรือขับรถผ่านจุดที่น้ำขัง การประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจดีกว่าการฝืนไปโดยไม่ดูรอบตัว ความกล้าที่แท้จริงไม่ใช่การพุ่งเข้าใส่ปัญหาโดยไม่คิด
ถ้าจำเป็นต้องเดินลุยน้ำท่วมจริง ๆ หลักก้าวของมวยใต้ใช้ได้ตรงตัว คือก้าวสั้น ให้เท้าแตะพื้นก่อนแล้วค่อยถ่ายน้ำหนัก เพราะใต้น้ำขุ่นเรามองไม่เห็นหลุม ขอบทางเท้า หรือฝาท่อ แต่หลักทรงตัวลดได้แค่ความเสี่ยงลื่นล้ม ไม่ได้ทำให้การลุยน้ำปลอดภัย กรมควบคุมโรคแนะนำให้หลีกเลี่ยงการลุยน้ำหรือย่ำโคลนโดยไม่จำเป็น ถ้าจำเป็นให้สวมรองเท้าบูตและถุงมือยาง รีบอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังสัมผัสน้ำ และห้ามสัมผัสปลั๊กไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือสายไฟที่เปียกน้ำ
บทเรียนสุดท้ายคือการปรับตัวกับสิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้ คนริมแม่น้ำจูเจียงไม่ได้พยายามเปลี่ยนแม่น้ำ พวกเขาสร้างคันกั้นน้ำและเปลี่ยนวิธีเคลื่อนไหวของตัวเอง สำหรับคนกรุงเทพฯ ที่เจอน้ำท่วมซ้ำทุกปี เราอาจแก้น้ำท่วมทั้งหมดไม่ได้ แต่วางแผนเดินทางล่วงหน้าและดูแลกันได้เสมอ ในวันที่ฝนตกหนัก ถ้าเส้นทางมาโดโจมีน้ำท่วมขังหรือไม่ปลอดภัย ให้แจ้งครูผ่าน LINE ของโดโจแล้วอยู่ในที่ปลอดภัยก่อน
บทสรุป
มวยกวางตุ้งที่ไม่เตะสูงสอนให้ผมเห็นว่าศิลปะการต่อสู้เกิดจากการปรับตัวกับสภาพแวดล้อมจริง ทั้งการหยั่งรากให้มั่น การใช้สะพานมือแทนการเตะสูง และเรื่องเล่าของอุปกรณ์เรือที่กลายเป็นเครื่องฝึก ในวันที่น้ำท่วมกรุงเทพฯ ผมอยากชวนมองแบบคนริมแม่น้ำจูเจียง คือไม่ฝืนสิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้ แต่ตั้งหลักให้มั่นก่อนเดินหน้า ใครสนใจฝึกหลักยืนต่ำและสะพานมือแบบหย่งชุน ดูรายละเอียดได้ที่คอร์ส หย่งชุน แซมโบ้ (Wing Chun Sambo) และหน้าตารางเรียนและค่าเรียน แต่ในวันที่ฝนตกหนัก ความปลอดภัยของทุกครอบครัวต้องมาก่อนตารางฝึกเสมอ
แหล่งข้อมูลและอ่านเพิ่มเติม
- กรมอุตุฯ ประกาศฝนตกหนัก ฉบับที่ 8 (25 ก.ย. 2569) — Thairathแหล่งหลักเข้าถึง 25 ก.ย. 2569
- อัปเดตน้ำท่วมกรุงเทพทุกจุด 25 ก.ย. 69 — Bangkok Biz Newsแหล่งหลักเข้าถึง 25 ก.ย. 2569
- ฝนตกหนัก น้ำเพิ่มสูง กรมควบคุมโรคแนะป้องกันไข้ฉี่หนู — กรมควบคุมโรคทางการเข้าถึง 25 ก.ย. 2569
- 世界灌溉工程遗产:佛山桑园围 — 广东省情网แหล่งหลักเข้าถึง 25 ก.ย. 2569
- 佛山粤剧:琼花芬芳载红船 — 南方网แหล่งหลักเข้าถึง 25 ก.ย. 2569
- Cantonese Popular Culture and the Creation of Wing Chun's Opera Rebels — Kung Fu Tea / Chinese Martial Studiesแหล่งหลักเข้าถึง 25 ก.ย. 2569
คำถามที่พบบ่อย
มวยสายกวางตุ้งกับมวยใต้เป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่
มวยกวางตุ้งเป็นส่วนหนึ่งของมวยใต้ (南拳) ซึ่งเป็นชื่อเรียกรวมของหลายสำนักทางตอนใต้ของจีน รวมถึงกวางตุ้งและฝูเจี้ยน ไม่ใช่ชื่อสำนักเดียว
ทำไมหย่งชุนถึงไม่มีท่าเตะสูงเหมือนมวยจีนสายเหนือ
หย่งชุนเป็นระบบระยะประชิดที่เน้นการยืนต่ำ ก้าวสั้น และสะพานมือ คำอธิบายที่เล่ากันมากคือวิชานี้ผูกพันกับคณะงิ้วเรือแดงที่ต้องสู้บนดาดฟ้าแคบและเปียกลื่น ซึ่งการเตะสูงเสียหลักง่าย แต่รายละเอียดเรื่องการฝึกบนเรือยังเป็นเรื่องเล่า
หุ่นไม้ในกังฟูจีนเกี่ยวข้องกับเรืออย่างไร
มีผู้เสนอทฤษฎีว่าหุ่นไม้อาจดัดแปลงมาจากกว้านเรือที่มีแกนไม้และรูเสียบคานงัด แต่ยังไม่มีเอกสารร่วมสมัยยืนยัน ที่แน่นอนคือหุ่นไม้เป็นขั้นหนึ่งของหลักสูตรหย่งชุน
เรื่องคณะงิ้วเรือแดงเป็นประวัติศาสตร์จริงหรือตำนาน
มีทั้งสองส่วน สมาคมฉยงฮวาที่ฝอซาน การลุกฮือของหลี่เหวินเม่าในปี 1854 และการห้ามงิ้วท้องถิ่นราว 15 ปีมีบันทึก แต่รายละเอียดว่าใครถ่ายทอดวิชาให้ใครบนเรือเป็นเรื่องเล่าสืบต่อกันมา
IMAC Dojo สอนหย่งชุนหรือไม่
สอน ผ่านคอร์สหย่งชุน แซมโบ้ (Wing Chun Sambo) ที่ใช้มวยหย่งชุนสายยิปมันเป็นแกนระยะประชิด หลักสูตรเน้นอายุ 25-60 ปี ดูวันเวลาและค่าเรียนได้ที่หน้าตารางเรียนและค่าเรียน
ในวันที่ฝนตกหนักควรเดินทางมาฝึกที่โดโจหรือไม่
ความปลอดภัยมาก่อนเสมอ ถ้ามีประกาศเตือนฝนตกหนักหรือเส้นทางมีน้ำท่วมขัง ให้แจ้งครูผ่าน LINE ของโดโจและอยู่ในที่ปลอดภัยก่อน
ถ้าต้องเดินลุยน้ำท่วมควรระวังอะไร
กรมควบคุมโรคแนะนำให้หลีกเลี่ยงการลุยน้ำโดยไม่จำเป็น ถ้าจำเป็นให้สวมรองเท้าบูตและถุงมือยาง อาบน้ำทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังสัมผัสน้ำ และห้ามสัมผัสปลั๊กไฟหรือสายไฟที่เปียกน้ำ ระหว่างเดินให้ก้าวสั้นและแตะพื้นก่อนลงน้ำหนัก เพราะมองไม่เห็นหลุมหรือฝาท่อใต้น้ำ
อยากเริ่มเรียนศิลปะการต่อสู้?
ส่งข้อความหา IMAC Dojo เพื่อปรึกษาว่าหลักสูตรไหนเหมาะกับอายุ เป้าหมาย และพื้นฐานของผู้เรียน
สอบถามผ่าน LINE Official

