IMAC DOJO logoIMAC DOJO
เทควันโดและฮับกิโด

ฮับกิโด คืออะไร กีฬาต่อสู้จากประเทศเกาหลีสู่ประเทศไทย

ผู้ก่อตั้ง IMAC Dojo เล่าจากประสบการณ์ฝึกกระบองสองท่อนและการพาครอบครัวไปฝึกฮับกิโด อธิบายว่าฮับกิโดคืออะไร มาจากไหน สมาคมในไทย เทคนิคสี่ด้าน ระบบสาย และความต่างจากไอคิโด พร้อมคลิปครู Michelle

ภาพประกอบผู้ฝึกฮับกิโดในชุดโดบกสีดำตั้งท่าต่อสู้ ด้านหลังมีเด็กสองคนฝึกกระบองสองท่อนในสนามแข่งที่ประดับธงไทยและธงเกาหลีใต้
ผู้เขียน
ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ (Phoenix)
เผยแพร่
ปรับปรุงล่าสุด
แหล่งข้อมูล
9
เวลาอ่าน
12 นาที

คำตอบสั้น ๆ

ฮับกิโด (합기도, 合氣道 บางแห่งสะกดว่า ฮัปกิโด) คือศิลปะการต่อสู้ของเกาหลีใต้ที่รวมการล็อกข้อต่อ การทุ่ม การเตะและชก และการใช้อาวุธไว้ในวิชาเดียว รากของเทคนิคล็อกข้อมาจาก 大東流合気柔術 (ไดโตริวไอคิจูจุตสึ) ของญี่ปุ่น ซึ่งชเว ยง-ซุล นำกลับมาสอนที่เมืองแทกูหลังปี 1945 จุดเด่นคือการใช้แรงของคู่ต่อสู้เปลี่ยนเป็นการควบคุม แทนการปะทะแรงต่อแรง ในไทยมีหลายสมาคม เช่น Thailand Hapkido Association ที่เป็นสมาชิกสหพันธ์ฮับกิโดนานาชาติ (I.H.F.) และไทยเป็นเจ้าภาพฮับกิโดชิงแชมป์โลกของ I.H.F. เมื่อปี 2567

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ชื่อ 합기도 เขียนด้วยอักษร 合氣道 มักแปลว่าวิถีแห่งการประสานพลัง (ฮับ 合 ประสาน, กิ 氣 พลัง, โด 道 วิถี)
  • รากของการล็อกข้อและการทุ่มมาจากไดโตริวไอคิจูจุตสึ ที่ชเว ยง-ซุล นำมาสอนในเกาหลีหลังปี 1945 ส่วนชื่อฮับกิโดเริ่มใช้ในปี 1961
  • หลักสูตรมีสี่ด้าน คือ การโจมตี การล็อกและหักข้อต่อ การทุ่มกับการล้มตัว (낙법) และการใช้อาวุธ
  • ในไทยมีหลายสมาคม แต่ละแห่งผูกกับองค์กรเกาหลีคนละสายและกำหนดระบบสายของตัวเอง
  • การแข่งขันของ I.H.F. มีทั้งการต่อสู้ ท่ารำมือเปล่า ท่ารำอาวุธ และโฮซินซุล (การป้องกันตัว)
  • ฮับกิโดกับไอคิโดใช้อักษรชุดเดียวกันและมีรากร่วมกัน แต่ไอคิโดสายหลักไม่มีการแข่งขัน ส่วนฮับกิโดมีการเตะ การชก และอาวุธมากกว่า

หลายปีก่อนผมเห็นโฆษณาสอนกระบองสองท่อนในเฟซบุ๊กแถวปากเกร็ด แล้วพาลูกชายไปลองเรียน โดยไม่รู้เลยว่ากำลังแตะปลายเส้นด้ายของศาสตร์ที่ใหญ่กว่านั้นมาก ฮับกิโด คืออะไรกันแน่ ผมเพิ่งเข้าใจชัดตอนใกล้สอบสายดำ เมื่อพบว่าสิ่งที่เรียนมาหลายปีเป็นแค่เสี้ยวหนึ่งของศาสตร์ที่ครอบคลุมทั้งการทุ่ม การล็อกข้อต่อ และการใช้อาวุธ บทความนี้ผมเล่าจากมุมของคนที่ฝึกเองและพาครอบครัวไปฝึก พร้อมข้อมูลวงการฮับกิโดที่ผมตรวจกับแหล่งอ้างอิงท้ายบทความ

สารบัญบทความ

ฮับกิโด คืออะไร ในทางรากศัพท์และปรัชญา

ตอนที่ผมเริ่มเรียนกระบองสองท่อนกับครูฮ็อปที่ห้างเซ็นทรัลรามอินทรา ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เรียนอยู่เป็นส่วนหนึ่งของวิชาฮับกิโด จนใกล้สอบสายดำถึงได้รู้ พอศึกษาย้อนหลังจึงพบว่าชื่อ 합기도 (ฮับกิโด) เขียนด้วยอักษรจีน 合氣道 ซึ่งมักแปลกันว่า 합 (合 ฮับ) คือการประสานหรือกลมกลืน 기 (氣 กิ) คือพลังหรือลมปราณ และ 도 (道 โด) คือวิถี รวมกันจึงสื่อถึงปรัชญาที่ไม่เน้นปะทะแรงต่อแรง แต่ใช้แรงของฝ่ายตรงข้ามให้กลายเป็นเครื่องมือควบคุมสถานการณ์

ในทางประวัติศาสตร์ สารานุกรมวัฒนธรรมชนชาติเกาหลี บันทึกว่าหลังเกาหลีได้รับเอกราชในปี 1945 ชเว ยง-ซุล (최용술) กลับจากญี่ปุ่นมาเปิดโรงฝึกที่เมืองแทกู ครูของเขาเป็นที่รู้กันว่าคือทาเกดะ โซกากุ (武田惣角) แห่งไดโตริวไอคิจูจุตสึ (大東流合気柔術) ช่วงแรกเขาเรียกวิชาที่สอนว่ายาวาระ (柔) หรือฮับกิยูซุล (合氣柔術) ส่วนชื่อฮับกิโดเริ่มใช้เมื่อลูกศิษย์เปิดโรงฝึกในปี 1961 ลูกเตะและการชกแบบเกาหลีที่เห็นในฮับกิโดทุกวันนี้ถูกเติมเข้ามาโดยลูกศิษย์รุ่นหลัง บางสายบอกว่าได้มาจากแทกย็อน (택견) บางสายบอกว่ามาจากสายอื่น เรื่องนี้ยังเห็นไม่ตรงกัน นี่คือเหตุผลที่ฮับกิโดมีทั้งการล็อกข้อแบบญี่ปุ่นและลูกเตะแบบเกาหลีอยู่ในวิชาเดียว

เส้นทางฮับกิโด จากเกาหลีสู่ประเทศไทย

ในเกาหลีเอง ฮับกิโดแตกเป็นหลายองค์กรตั้งแต่ทศวรรษ 1970 เช่น สมาคมฮับกิโดแห่งเกาหลี (대한합기도협회) ที่ตั้งในปี 1971 และสหพันธ์ฮับกิโดนานาชาติ (I.H.F.) ที่ปรมาจารย์มยอง แจ-นัม (명재남) ก่อตั้งในเดือนสิงหาคม 1974 ภายหลังเขาคิดวิชาฮันกิโด (Hankido) ขึ้นในปี 1984 และมีวิชาดาบฮันกอมโด (Hankumdo) อยู่ในองค์กรเดียวกัน ย้ายสำนักงานใหญ่ไปที่เมืองยงอินในปี 1993 และได้รับการยอมรับให้สายดำใช้เป็นคะแนนเพิ่มในการสอบเข้าตำรวจเกาหลีตั้งแต่ปี 2001 ปัจจุบันคุณมยอง ซอง-กวัง (명성광) เป็นประธานสหพันธ์ การมีหลายองค์กรแบบนี้ทำให้ชื่อท่า หลักสูตร และระบบสายของแต่ละสายไม่เหมือนกันทีเดียว

ในบ้านผมเอง ฮับกิโดเดินคู่กับเทควันโดมาตลอด ภรรยาผมและ Ken ถือสายดำทั้งสองวิชา เทควันโดให้ลูกเตะที่เร็วและแรง ส่วนฮับกิโดเติมสิ่งที่เทควันโดแบบแข่งขันไม่ได้เน้น คือการแก้การถูกจับ การล็อกข้อ การล้มตัว และการรับมืออาวุธในระยะประชิด ทุกวันนี้ฮับกิโดในไทยเป็นกีฬาแข่งขันเต็มตัวแล้ว ไทยเป็นเจ้าภาพฮับกิโดชิงแชมป์โลก WORLD I.H.F. HAPKIDO CHAMPIONSHIPS 2024 ที่สนามกีฬาขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี วันที่ 3-4 สิงหาคม 2567 มีนักกีฬาจาก 12 ประเทศ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และอธิบดีกรมพลศึกษาเป็นประธานพิธีเปิด ในปฏิทินของสมาคมยังมีรายการระดับจังหวัด ระดับภาค และกีฬาระหว่างโรงเรียน ฮับกิโดจึงไม่ได้เป็นแค่วิชาเสริมแบบที่ผมรู้จักในอดีตอีกต่อไป

องค์กรกำกับดูแลและสมาคมหลักในไทย

ในไทยไม่มีสมาคมฮับกิโดเพียงแห่งเดียว และแต่ละแห่งผูกกับองค์กรเกาหลีคนละสาย ที่ผมตรวจได้จากเอกสารของสมาคมเองมีดังนี้ Thailand Hapkido Association (THA) ระบุตัวเองว่าเป็นสมาชิกของสหพันธ์ฮับกิโดนานาชาติ (I.H.F.) เป็นผู้รับสมัครและออกคู่มือการแข่งขันฮับกิโดชิงแชมป์โลกปี 2567 และมีทั้งหลักสูตรสอบเลื่อนสายสีกับค่ายเตรียมสอบสายดำ สมาคมศิลปการต่อสู้ฮับคิโด (สะกดตามชื่อสมาคม) จัดการแข่งขันฮับกิโดระดับเยาวชน ส่วนสายมูมูกวัน (무무관) มีสมาคมแม่อยู่ที่เกาหลี และมีกลุ่มมู มู กวัน ฮับกิโด (ประเทศไทย) ที่เผยแพร่หลักสูตรและระบบสายของตัวเอง

จากที่ผมสังเกตวงการนี้มา การมีหลายสมาคมพร้อมกันมีข้อดีคือกระจายโอกาสฝึกไปหลายพื้นที่ แต่ก็ทำให้ชื่อสายและข้อสอบต่างกันไปตามสังกัด ถ้าจะเลือกที่เรียน คำถามแรกที่ควรถามคือครูสังกัดสมาคมไหน และสายดำที่ได้จะออกโดยองค์กรใด

สี่เสาหลักของเทคนิคฮับกิโด

หลักสูตรฮับกิโดครอบคลุมการต่อสู้หลายระยะจริง ๆ หน้าเว็บของ Thailand Hapkido Association แบ่งไว้เป็นการโจมตีจุดสำคัญ การหักข้อต่อและควบคุมคู่ต่อสู้ด้วยมือเปล่า และการใช้อาวุธ ส่วนหลักสูตรของหลายสายแยกการทุ่มและการล้มตัวออกมาอีกหมวด รวมเป็นสี่ด้าน ได้แก่ การโจมตีด้วยหมัด ศอก เข่า และเท้า การล็อกและหักข้อต่อ การทุ่มกับการล้มตัว (낙법 นักบ็อบ) ซึ่งพจนานุกรมมาตรฐานเกาหลีอธิบายว่าเป็นเทคนิคป้องกันร่างกายให้ปลอดภัยเวลาล้ม และการใช้อาวุธ ทั้งไม้สั้น ไม้เท้า พลอง ดาบ และกระบองสองท่อนที่ผมฝึกมาโดยตรง หลักการล้มตัวนี้เป็นเรื่องเดียวกับอุเคมิ (受身) ในยูโด

ผมต้องยอมรับตรง ๆ ว่าการล็อกข้อและการทุ่มในระยะประชิดไม่ใช่สิ่งที่ผมถนัดหรือชอบเป็นการส่วนตัว โดยนิสัยผมชอบการต่อสู้ตรงไปตรงมาอย่างคาราเต้หรือมวยจีนมากกว่า แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคนิคเหล่านี้มีประโยชน์มากสำหรับการป้องกันตัวจริง โดยเฉพาะเมื่อคู่ต่อสู้ตัวใหญ่กว่าเข้ามาจับตัวในระยะที่หมัดและเตะใช้ได้ไม่เต็มที่ ผมจึงส่งภรรยาและลูก ๆ ไปฝึกฮับกิโดอย่างจริงจัง วันนี้ในครอบครัวเรามีครูที่ถือสายดำฮับกิโดสามคน คือ Patty ดั้ง 2 Ken ดั้ง 2 และ Michelle ดั้ง 1 ซึ่งถือสายดำกระบองสองท่อนดั้ง 1 ด้วย และมีลูกศิษย์ของผมบางคนนำกระบองสองท่อนไปแข่งจนได้เหรียญทอง สิ่งที่ผมเห็นชัดคือการล้มตัวเป็นพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ ถ้าล้มไม่เป็น การฝึกท่าทุ่มขั้นสูงจะกลายเป็นความเสี่ยงทันที ไม่ใช่การพัฒนาฝีมือ

ด้านอาวุธ ดูตัวอย่างได้จากคลิปท้ายบทความ Michelle แข่งท่ารำกระบองสองท่อนผสมกับกระบองยาวเส้าหลินในรายการฮับกิโดชิงแชมป์ประเทศไทย 2563 กติกาของ I.H.F. อนุญาตให้ใช้ทั้งพลองและกระบองสองท่อนในประเภทท่ารำอาวุธ

ระบบสายเข็มขัดและการทดสอบสายดำในไทย

ฮับกิโดแบ่งระดับเป็นสองกลุ่ม คือ กึบ (급) หรือสายสีสำหรับผู้ฝึกระดับพื้นฐาน และดั้ง (단) หรือสายดำสำหรับระดับสูง ผู้เริ่มต้นใส่สายขาว และฝึกระเบียบร่างกาย มารยาท และการล้มตัวก่อนเสมอ แต่จำนวนขั้นและสีของสายไม่ได้เป็นมาตรฐานเดียว แต่ละสมาคมกำหนดเอง ตัวอย่างที่เผยแพร่ไว้ชัดเจนคือระบบสายของมู มู กวัน ฮับกิโด (ประเทศไทย) ตามตารางนี้

ระดับสาย
ผู้เริ่มต้นขาว
กึบ 8เหลือง
กึบ 7เขียว
กึบ 6ฟ้า
กึบ 5น้ำตาล
กึบ 4ม่วง
กึบ 3ส้ม
กึบ 2แดง
กึบ 1แดง-ดำ
ดั้ง 1-9ดำ

สิ่งที่ผมอยากย้ำคือ สายดำฮับกิโดไม่ใช่สิ่งที่โรงฝึกออกให้เองได้ลอย ๆ ต้องสอบผ่านสมาคมที่สังกัด สายมูมูกวันระบุว่าสายดำของตนรับรองโดยสำนักใหญ่มูมูกวันและ I.H.F. และผู้ถือสายดำจึงจะสอบใบอนุญาตผู้ฝึกสอนได้ ส่วน Thailand Hapkido Association จัดค่ายเตรียมสอบสายดำก่อนวันสอบ ความเข้มงวดตรงนี้คือสิ่งที่ผู้ปกครองใช้ตรวจสอบโรงฝึกได้

ฮับกิโด ต่างจากไอคิโดอย่างไร คำถามที่คนสับสนบ่อยที่สุด

คำถามนี้ผมเองก็เคยสับสน เพราะฮับกิโดเขียนด้วยอักษร 合氣道 ชุดเดียวกับไอคิโด (ภาษาญี่ปุ่นปัจจุบันเขียนตัว 氣 แบบย่อเป็น 気 จึงเห็นเป็น 合気道) อ่านแบบญี่ปุ่นได้ไอคิโด อ่านแบบเกาหลีได้ฮับกิโด ทั้งสองมีรากร่วมกันที่ไดโตริวไอคิจูจุตสึ เพราะอุเอชิบะ โมริเฮ ผู้ก่อตั้งไอคิโด ก็เคยขอเรียนกับทาเกดะ โซกากุ แต่พอผมได้ลองเรียนไอคิโดอยู่ช่วงหนึ่ง ก็พบว่าสัดส่วนเทคนิคต่างกันมาก ไอคิโดเน้นการทุ่มและการล็อกข้อที่ไหลตามแรงของคู่ต่อสู้ ส่วนฮับกิโดเพิ่มการเตะ การชก และอาวุธเข้าไปมากกว่าชัดเจน

ตารางด้านล่างสรุปความต่างที่ผมเห็นจากประสบการณ์และจากเอกสารของทั้งสองฝ่าย

ประเด็นฮับกิโดไอคิโด
ต้นกำเนิดเกาหลีใต้ หลังปี 1945 จากไดโตริวไอคิจูจุตสึ แล้วเติมการเตะและชกแบบเกาหลีญี่ปุ่น อุเอชิบะ โมริเฮ พัฒนาต่อจากไดโตริวไอคิจูจุตสึ
การเตะมาก เป็นส่วนสำคัญของหลักสูตรน้อยมาก
อาวุธไม้สั้น ไม้เท้า พลอง ดาบ และกระบองสองท่อนหลายสำนักฝึกดาบไม้ (โบกเก็น) ไม้พลอง (โจ) และมีดไม้ (ทันโตะ)
การแข่งขันมีทั้งการต่อสู้ ท่ารำมือเปล่า ท่ารำอาวุธ และโฮซินซุลไอคิไก ไม่มีการแข่งขันแพ้ชนะ แต่สายโทมิกิมีการแข่งขันรันโดริ

ผมไปเรียนไอคิโดเพิ่มอยู่ช่วงหนึ่งเพราะอยากรู้ว่าต้นตอเป็นอย่างไร และพบว่าสองวิชาเสริมกันได้ดีมาก ถ้าใครถามผมว่าฮับกิโดกับไอคิโดต่างกันอย่างไร ผมตอบสั้น ๆ ว่าโครงกระดูกเดียวกัน แต่กล้ามเนื้อที่ห่อหุ้มไม่เหมือนกันเลย ใครอยากเห็นภาพรวมของบูโดญี่ปุ่นทั้งหมด อ่านต่อได้ที่ศิลปะการต่อสู้ญี่ปุ่นมีอะไรบ้าง

เด็กเรียนฮับกิโดดีไหม มุมมองจากคนเป็นพ่อ

ในฐานะที่ผมส่งลูกไปเรียนฮับกิโดจริง ผมมองว่าเป็นศาสตร์ที่เหมาะกับเด็กในแง่การสร้างวินัยและทักษะป้องกันตัวเชิงตั้งรับ ไม่ใช่เชิงรุก หลักการใช้แรงของคู่ต่อสู้ช่วยให้เด็กตัวเล็กรับมือกับคนตัวใหญ่กว่าได้โดยไม่ต้องพึ่งพละกำลังอย่างเดียว และทักษะการล้มตัวที่ถูกวิธีก็ติดตัวไปใช้ได้เวลาลื่นล้มในชีวิตประจำวัน

อย่างไรก็ตาม ผมอยากเตือนผู้ปกครองที่กำลังหาที่เรียนฮับกิโดให้ลูกว่า ควรเลือกโรงฝึกที่ครูสังกัดสมาคมชัดเจน และมีระบบสายที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่แค่คำโฆษณาสวยหรู เด็กที่เริ่มฝึกตั้งแต่ยังเล็กจะได้ทั้งวินัยในการรอคิว การเคารพครูและเพื่อนร่วมฝึก และทักษะการล้มตัวที่ติดตัวไปตลอดชีวิต สิ่งที่ผมสังเกตจากลูก ๆ คือ พวกเขาไม่ได้ก้าวร้าวขึ้นจากการฝึกฮับกิโดเลย ตรงกันข้าม กลับอดทนขึ้นและรู้จักประเมินสถานการณ์ก่อนตอบโต้ ซึ่งผมมองว่าเป็นผลจากปรัชญาที่สอนให้คิดก่อนใช้กำลังเสมอ

สำหรับพ่อแม่ที่ยังลังเลว่าลูกควรเริ่มศิลปะการต่อสู้แบบไหน ผมอยากบอกตรง ๆ ว่าไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกสำหรับทุกคน บางคนเหมาะกับการเตะต่อยตรงไปตรงมาอย่างคาราเต้ บางคนถนัดการควบคุมคู่ต่อสู้แบบฮับกิโดมากกว่า สิ่งสำคัญคือให้ลูกได้พื้นฐานที่ถูกต้องก่อน ไม่ว่าจะเป็นศาสตร์ใด เพราะพื้นฐานที่มั่นคงช่วยให้ต่อยอดไปเรียนศาสตร์อื่นได้ง่ายขึ้น ถ้ากำลังเทียบวิชาสำหรับลูก อ่านต่อได้ที่คาราเต้กับเทควันโด เด็กควรเรียนอะไร

บทสรุป

เมื่อย้อนมองเส้นทางของผมเอง ตั้งแต่วันแรกที่พาลูกชายไปลองเรียนกระบองสองท่อนแถวปากเกร็ด จนถึงวันที่เข้าใจภาพรวมของฮับกิโด ผมมองว่าศาสตร์นี้มีเสน่ห์ตรงที่ไม่ได้บังคับให้ทุกคนต้องเป็นนักสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในห้อง แต่สอนให้ใช้แรงของสถานการณ์ให้เป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นเด็กตัวเล็กที่ต้องรับมือกับเพื่อนตัวใหญ่กว่า หรือผู้ใหญ่วัยทำงานที่อยากมีทักษะป้องกันตัวติดตัว ฮับกิโดในไทยวันนี้มีสมาคมรองรับ มีระบบสายชัดเจน และไทยเคยเป็นเจ้าภาพชิงแชมป์โลกมาแล้ว หากใครกำลังมองหาศาสตร์การต่อสู้ที่เน้นการควบคุมมากกว่าการปะทะ ผมคิดว่าฮับกิโดคุ้มค่าแก่การศึกษาอย่างจริงจัง

ครู Michelle แข่งท่ารำกระบองสองท่อนผสมกระบองยาวเส้าหลิน ฮับกิโดชิงแชมป์ประเทศไทย 2563

ครู Michelle (พิมนภัทร์ ศุภพิทักษ์พงษ์) แข่งท่ารำอาวุธ ใช้กระบองสองท่อนผสมกับกระบองยาวเส้าหลิน ในรายการฮับกิโดชิงแชมป์ประเทศไทย 2563 ที่ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ วันที่ 6 ธันวาคม 2563

วิดีโอเผยแพร่

แหล่งข้อมูลและอ่านเพิ่มเติม

  1. 합기도 (ฮับกิโด) - สารานุกรมวัฒนธรรมชนชาติเกาหลี — Academy of Korean Studiesแหล่งอ้างอิงเข้าถึง 27 ก.ย. 2569
  2. ประวัติสหพันธ์ฮับกิโดนานาชาติ (I.H.F.) - 재남무술원 — International H.K.D. Federation / Jaenam Musulwonแหล่งอ้างอิงเข้าถึง 27 ก.ย. 2569
  3. Thailand Hapkido Association - สมาชิก I.H.F. — Thailand Hapkido Associationแหล่งอ้างอิงเข้าถึง 27 ก.ย. 2569
  4. ข่าวสด: WORLD I.H.F. HAPKIDO CHAMPIONSHIPS 2024 ที่นนทบุรี — Khaosodแหล่งอ้างอิงเข้าถึง 27 ก.ย. 2569
  5. มู มู กวัน ฮับกิโด (ประเทศไทย): หลักสูตรและระบบสาย — Thailand Moo Moo Kwan Hapkidoแหล่งอ้างอิงเข้าถึง 27 ก.ย. 2569
  6. 낙법 (นักบ็อบ) - พจนานุกรมมาตรฐานภาษาเกาหลี — National Institute of Korean Languageแหล่งอ้างอิงเข้าถึง 27 ก.ย. 2569
  7. 合気道の歴史 - 公益財団法人合気会 — Aikikai Foundationแหล่งอ้างอิงเข้าถึง 27 ก.ย. 2569
  8. About Aikido - Aikikai Foundation — Aikikai Foundationแหล่งอ้างอิงเข้าถึง 27 ก.ย. 2569
  9. 競技規程 - 公益社団法人日本合気道協会 — Japan Aikido Associationแหล่งอ้างอิงเข้าถึง 27 ก.ย. 2569

คำถามที่พบบ่อย

ฮับกิโด คืออะไร ต่างจากคาราเต้อย่างไร

ฮับกิโดเน้นการใช้แรงของคู่ต่อสู้เปลี่ยนเป็นการล็อกข้อต่อและการทุ่ม ควบคู่กับการเตะและอาวุธ ส่วนคาราเต้เน้นการปะทะตรงด้วยหมัดและเท้าเป็นหลัก ทั้งสองศาสตร์จึงเหมาะกับคนที่มีนิสัยการต่อสู้ต่างกัน

เด็กอายุเท่าไหร่ถึงเริ่มเรียนฮับกิโดได้

ไม่มีเกณฑ์อายุกลางที่ทุกสมาคมใช้ร่วมกัน แต่ละโรงฝึกกำหนดเอง สิ่งที่ควรดูมากกว่าอายุคือโรงฝึกสอนการล้มตัวและระเบียบวินัยก่อนเข้าสู่ท่าทุ่มหรือไม่

ฮับกิโดกับไอคิโดใช้อักษรจีนตัวเดียวกันจริงไหม

จริง ฮับกิโดเขียนด้วยอักษร 合氣道 ชุดเดียวกับไอคิโด ซึ่งภาษาญี่ปุ่นปัจจุบันเขียนเป็น 合気道 อ่านแบบเกาหลีได้ฮับกิโด แบบญี่ปุ่นได้ไอคิโด ทั้งสองมีรากร่วมกันที่ไดโตริวไอคิจูจุตสึ แต่เป็นคนละวิชาและสัดส่วนเทคนิคต่างกันมาก

สอบสายดำฮับกิโดในไทยต้องผ่านองค์กรไหน

ต้องสอบผ่านสมาคมที่ครูสังกัด เช่น Thailand Hapkido Association ที่เป็นสมาชิก I.H.F. หรือสายมูมูกวันที่สายดำรับรองโดยสำนักใหญ่ที่เกาหลี แต่ละแห่งมีระบบสายและข้อสอบของตัวเอง ควรถามก่อนสมัครว่าสายดำจะออกโดยองค์กรใด

ฮับกิโดเหมาะกับผู้ใหญ่ที่ไม่เคยฝึกศิลปะการต่อสู้มาก่อนไหม

เหมาะได้ในระดับหนึ่ง เพราะหลักการใช้แรงของคู่ต่อสู้ไม่ได้พึ่งพละกำลังอย่างเดียว แต่ผู้เริ่มต้นควรเลือกโรงฝึกที่เน้นพื้นฐานการล้มตัวและความปลอดภัยก่อนเข้าสู่ท่าทุ่มขั้นสูง

ไทยเคยมีบทบาทอะไรในเวทีฮับกิโดระดับโลก

ไทยเป็นเจ้าภาพ WORLD I.H.F. HAPKIDO CHAMPIONSHIPS 2024 ที่สนามกีฬาขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี วันที่ 3-4 สิงหาคม 2567 มีนักกีฬาจาก 12 ประเทศ และนักกีฬาเยาวชนไทยได้เหรียญทั้งทอง เงิน และทองแดงในรายการนี้

อยากเริ่มเรียนศิลปะการต่อสู้?

ส่งข้อความหา IMAC Dojo เพื่อปรึกษาว่าหลักสูตรไหนเหมาะกับอายุ เป้าหมาย และพื้นฐานของผู้เรียน

สอบถามผ่าน LINE Official

บทความที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อและหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง

เทควันโดและฮับกิโดป้องกันตัวกังฟูมวยจีน
บทความ
สอบถามผ่าน LINE Official