หน้าแรก หลักสูตร สมาชิก วิดีโอ ครูผู้สอน ติดต่อ
Xi'an Wing Chun: Ip Man Style
กลับหน้าหลักสูตร

มวยหย่งชุน
ซีอาน

หลักสูตร มวยหย่งชุน ซีอาน (สายยิปมัน) ของ IMAC Dojo คือหลักสูตรการต่อสู้ระยะประชิดที่ออกแบบมาเพื่อ การป้องกันตัวและการใช้งานจริง โดยยึดแกนวิชาของหย่งชุนสายยิปมันที่ผู้สอนได้ไปศึกษาอย่างเป็นระบบจากครูผ...

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตร มวยหย่งชุน ซีอาน (สายยิปมัน) ของ IMAC Dojo คือหลักสูตรการต่อสู้ระยะประชิดที่ออกแบบมาเพื่อ การป้องกันตัวและการใช้งานจริง โดยยึดแกนวิชาของหย่งชุนสายยิปมันที่ผู้สอนได้ไปศึกษาอย่างเป็นระบบจากครูผู้สอนสายตรงในเมืองซีอาน ประเทศจีน จึงมีรากวิชาชัดเจนและตรวจสอบที่มาของสายการสอนได้ ผู้เรียนจะได้ฝึกบนหลักสำคัญของหย่งชุนอย่างแท้จริง ทั้งเรื่องโครงสร้างร่างกาย เส้นกลาง มุม จังหวะ การรับแรง และการตอบโต้ในระยะประชิด ขณะเดียวกันแนวทางการสอนของ IMAC Dojo ยังให้ความสำคัญกับ การนำวิชาไปใช้ได้จริงในสถานการณ์ป้องกันตัว จึงมีการเสริมมุมมองและเทคนิคการต่อสู้จาก มวยไทย ในส่วนที่ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจระยะ จังหวะ อาวุธของร่างกาย และการรับมือในการเผชิญหน้าจริงได้คมชัดยิ่งขึ้น โดยยังคงมี มวยหย่งชุนเป็นแกนหลักของหลักสูตร อย่างชัดเจน แนวทางนี้ทำให้ผู้เรียนไม่ได้เพียงรู้ท่า แต่เข้าใจวิธีใช้วิชาให้เหมาะกับสถานการณ์จริงมากขึ้น หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้หญิง ผู้ชาย และผู้เริ่มต้นทุกวัย เพราะไม่เน้นกำลังหรือท่ายากเกินจำเป็น แต่เน้นหลักที่ถูกต้อง ใช้ได้จริง และพัฒนาได้ต่อเนื่อง อีกทั้งผู้สอนยังสามารถ สื่อสารและสอนเป็นภาษาจีนได้จริง จึงรองรับทั้งผู้เรียนชาวไทยและชาวจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ทำให้การถ่ายทอดเนื้อหาวิชาเป็นไปอย่างแม่นยำ ลึก และตรงตามบริบทของสายวิชา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนวิชาต่อสู้ที่มีที่มา มีระบบ และให้ผลลัพธ์ที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

เนื้อหาบทเรียน

หลักสูตรมวยหย่งชุน ซีอาน (สายยิปมัน) 


หลักสูตร มวยหย่งชุน ซีอาน (สายยิปมัน) ของ IMAC Dojo ออกแบบสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนศิลปะการต่อสู้ที่มีระบบ มีรากวิชาชัดเจน และสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยวางโครงสร้างการเรียนจากพื้นฐานไปสู่การประยุกต์ใช้จริงอย่างเป็นลำดับ ผู้เรียนจะได้ฝึกบนแกนสำคัญของวิชาหย่งชุน ได้แก่ โครงสร้างร่างกาย เส้นกลาง มุม จังหวะ การรับแรง การควบคุมสะพานมือ และการตอบโต้ระยะประชิด ซึ่งเป็นหัวใจของการป้องกันตัวในระยะใกล้


จุดเด่นของหลักสูตรนี้คือ ไม่ได้สอนให้ผู้เรียนเพียงจดจำท่า แต่สอนให้เข้าใจว่าแต่ละท่าทำงานอย่างไร ใช้อย่างไร และควรใช้เมื่อใดในสถานการณ์จริง ผู้เรียนจึงไม่ได้เพียง “รู้ท่า” แต่ได้เรียนรู้ วิธีใช้วิชา อย่างมีหลักการ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของมวยหย่งชุนสายยิปมันอย่างแท้จริง


อีกจุดหนึ่งที่ทำให้หลักสูตรนี้มีความสมบูรณ์มากขึ้นคือ ในบางช่วงของการเรียนมีการ สอดแทรกศิลปะการต่อสู้อื่นที่ช่วยเสริมความเข้าใจเรื่องการป้องกันตัว โดยเฉพาะแนวคิดจากมวยไทยในส่วนที่เกี่ยวกับระยะ อาวุธของร่างกาย การยืนคุมพื้นที่ และการรับมือสถานการณ์จริง เพื่อให้ผู้เรียนมองภาพการต่อสู้ได้กว้างและชัดขึ้น แต่ยังคงมี มวยหย่งชุนเป็นแกนหลักของหลักสูตรอย่างชัดเจน ไม่ใช่การเปลี่ยนวิชา แต่เป็นการเสริมมุมมองให้ผู้เรียนใช้หลักของหย่งชุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในบริบทของการป้องกันตัวจริง


โครงสร้างหลักสูตรมวยหย่งชุน

หลักสูตรมวยหย่งชุนของ IMAC Dojo วางลำดับการเรียนไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้เรียนค่อย ๆ พัฒนาไปจากพื้นฐานสู่การใช้งานจริง โดยแกนหลักของหลักสูตรประกอบด้วย 4 ส่วนสำคัญ ได้แก่

  • เสี่ยวเนี่ยนโถว (小念头)
  • ซวิ๋นเฉียว (寻桥)
  • เปียวจื่อ (標指)
  • มู้เหยินจวง (木人桩)

แต่ละส่วนมีหน้าที่แตกต่างกัน และเชื่อมต่อกันเป็นระบบ เพื่อให้ผู้เรียนสร้างพื้นฐานที่มั่นคง เข้าใจโครงสร้างของวิชา และพัฒนาทักษะการต่อสู้ระยะประชิดได้อย่างต่อเนื่อง


1) เสี่ยวเนี่ยนโถว (小念头)

Siu Nim Tau / เซียวนิ่มเถ่า

เสี่ยวเนี่ยนโถวคือกระบวนท่าพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของมวยหย่งชุน และถือเป็นรากฐานของทั้งระบบ เพราะเป็นช่วงที่ผู้เรียนเริ่มฝึกการยืน การทรงตัว การคุมเส้นกลาง การใช้แรงอย่างประหยัด และการออกอาวุธอย่างมีโครงสร้าง จุดเด่นของเสี่ยวเนี่ยนโถวคือ แม้จะเป็นท่าแรกของหลักสูตร แต่ผู้เรียนสามารถเริ่มเข้าใจหลักของการป้องกันตัวและการตอบโต้ระยะประชิดได้ตั้งแต่ต้น

การฝึกเสี่ยวเนี่ยนโถวช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจว่า พลังที่แท้จริงของหย่งชุนไม่ได้อยู่ที่การใช้แรงมาก แต่เกิดจากการจัดโครงสร้างร่างกายให้ถูกต้อง คุมศูนย์กลางลำตัวให้มั่นคง และใช้แรงอย่างแม่นยำในระยะที่เหมาะสม จึงเป็นช่วงที่สำคัญมากสำหรับการวางรากฐานของวิชาทั้งหมด


2) ซวิ๋นเฉียว (寻桥)

Cham Kiu / ช่ำคิ่ว

ซวิ๋นเฉียวเป็นกระบวนท่าที่สองของหย่งชุน และเป็นช่วงที่ผู้เรียนเริ่มเชื่อมการทำงานของ เอว ศอก ไหล่ ม้า และการก้าวเท้า เข้าด้วยกันอย่างชัดเจนมากขึ้น หากเสี่ยวเนี่ยนโถวคือการวางโครงสร้าง ซวิ๋นเฉียวก็คือการทำให้โครงสร้างนั้น “เคลื่อนที่ได้” และ “ใช้ได้จริง” มากขึ้น

ผู้เรียนจะได้ฝึกการควบคุมสะพานมือของคู่ต่อสู้ การเปลี่ยนจากรับเป็นรุก และการใช้แรงจากทั้งร่างกายแทนการพึ่งแรงแขนเพียงอย่างเดียว นี่คือจุดสำคัญที่ทำให้มวยหย่งชุนไม่ใช่เพียงวิชาที่ดูเรียบง่าย แต่เป็นวิชาที่ใช้หลักเชิงโครงสร้างและกลไกร่างกายอย่างละเอียด ผู้ที่ฝึกซวิ๋นเฉียวได้ดีจะเริ่มเห็นภาพว่าหย่งชุนสามารถใช้ตอบโต้และควบคุมสถานการณ์ในระยะประชิดได้อย่างไร


3) เปียวจื่อ (標指)

Biu Jee / บิ่วจี๋

เปียวจื่อเป็นกระบวนท่าระดับสูงของหย่งชุน ที่เน้น ความเร็ว ความแม่นยำ การเปลี่ยนมุม และการตอบโต้ในสถานการณ์ที่กดดันมากขึ้น ผู้เรียนจะได้ฝึกการใช้มือสองข้างอย่างสัมพันธ์กัน การส่งแรงจากขา เอว และสะโพก รวมถึงการแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าในระยะประชิดอย่างมีประสิทธิภาพ

เปียวจื่อจึงแสดงด้านที่คมและเด็ดขาดของวิชาอย่างชัดเจน เพราะไม่ใช่แค่การป้องกันหรือคุมเกมเท่านั้น แต่เป็นการฝึกให้ผู้เรียนสามารถปรับตัวในสถานการณ์ที่ซับซ้อนและเปลี่ยนจังหวะกลับมาเป็นของตนเองได้ เป็นกระบวนท่าที่ช่วยให้เข้าใจมิติของการใช้งานจริงในระดับที่ลึกขึ้น


4) มู้เหยินจวง (木人桩)

Muk Yan Jong / มุกหยั่นจอง

มู้เหยินจวง หรือ หุ่นไม้ คือการนำหลักจากกระบวนท่าหลักของหย่งชุนมาฝึกให้แม่นยำและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ผู้เรียนจะได้พัฒนาความเข้าใจเรื่อง มุม ระยะ การเคลื่อนที่ การรับแรง การออกแรง และการควบคุมจังหวะปะทะ ซึ่งเป็นหัวใจของการใช้วิชาในสถานการณ์จริง

การฝึกหุ่นไม้ยังช่วยให้ผู้เรียนสามารถฝึกซ้ำได้อย่างมีระบบ และเข้าใจตำแหน่งของร่างกายตนเองชัดขึ้น มู้เหยินจวงจึงไม่ใช่เพียงอุปกรณ์ฝึก แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้เรียนเชื่อมโยงหลักของหย่งชุนทั้งหมดเข้าหากัน และเห็นภาพของการใช้งานจริงได้ลึกยิ่งขึ้น


การประยุกต์ใช้มวยไทยเพื่อการป้องกันตัว

นอกจากแกนหลักของมวยหย่งชุนแล้ว ภายในหลักสูตรยังมีการ สอดแทรกพื้นฐานมวยไทยเชิงป้องกันตัว เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเรื่องระยะ อาวุธของร่างกาย การยืนคุมพื้นที่ และการรับมือสถานการณ์จริงได้รอบด้านยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในบริบทที่ต้องเผชิญหน้ากับการปะทะจริงซึ่งอาจไม่ได้เกิดขึ้นในรูปแบบของวิชาหย่งชุนล้วน ๆ

อย่างไรก็ตาม การเสริมส่วนนี้ไม่ได้ทำให้แกนของหลักสูตรเปลี่ยนไป เพราะ มวยหย่งชุนยังคงเป็นหัวใจหลักของการเรียนอย่างชัดเจน การสอดแทรกศิลปะการต่อสู้อื่นมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจสถานการณ์จริงได้ชัดขึ้น และนำหลักของหย่งชุนไปใช้ได้อย่างเหมาะสมมากขึ้นในชีวิตประจำวัน


แนวทางการเรียนที่ IMAC Dojo

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้หญิง ผู้ชาย และผู้เริ่มต้นทุกวัย เพราะไม่เน้นกำลังหรือท่ายากเกินจำเป็น แต่เน้น หลักที่ถูกต้อง ใช้ได้จริง และพัฒนาได้ต่อเนื่อง ผู้เรียนจึงค่อย ๆ สร้างความเข้าใจจากรากฐานของวิชาไปสู่การใช้งานจริง โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานศิลปะการต่อสู้มาก่อนก็สามารถเริ่มเรียนได้

แนวทางของ IMAC Dojo ให้ความสำคัญกับการสอนแบบเป็นระบบ ผู้เรียนจะได้ทั้งรากวิชาของหย่งชุน ความเข้าใจเรื่องโครงสร้างและเส้นกลาง ทักษะการตอบโต้ในระยะประชิด และมุมมองด้านการป้องกันตัวที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนศิลปะการต่อสู้ที่มีที่มา มีระบบ และไม่ใช่เพียงการฝึกเพื่อความสวยงาม แต่เป็นการฝึกเพื่อเข้าใจวิชาอย่างแท้จริง


จุดเด่นของหลักสูตรมวยหย่งชุน IMAC Dojo

สิ่งที่ทำให้หลักสูตรนี้แตกต่าง คือการวางโครงสร้างการเรียนอย่างชัดเจนจากพื้นฐานสู่ระดับที่ลึกขึ้น ผ่านกระบวนท่าหลักของหย่งชุนอย่างเป็นลำดับ พร้อมทั้งเสริมมุมมองด้านการป้องกันตัวจากศิลปะการต่อสู้อื่นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานจริง โดยยังรักษาแกนของ มวยหย่งชุน ซีอาน (สายยิปมัน) ไว้อย่างชัดเจน



ตารางเรียนคลาสกลุ่ม

วัน เวลาเรียน ค่าเรียน
คลาสกลุ่มวันพุธ 19:00-20:30 1500 บาท/เดือน

กรณีหยุดเรียนในคลาสกลุ่ม ไม่มีนโยบายชดเชย และนักเรียนต้องสั่งซื้อชุดกับทางโรงเรียนล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันทำการ

ตารางเรียนคลาส Private

วัน เวลาเรียน ค่าเรียน
จันทร์ - พฤหัสบดี 14:00-21:00 1,000 บาท/ชั่วโมง/คน

ค่าชุด

ค่าชุดเริ่มต้นของหลักสูตรคือ เสื้อยืดของสำนัก ราคา 400 บาท โดยนักเรียนสามารถสวมใส่ร่วมกับ กางเกงวอร์มสีดำ ซึ่งผู้เรียนจัดเตรียมเอง และควรเป็นกางเกงที่มีความยืดหยุ่น เหมาะกับการเคลื่อนไหวและการฝึกซ้อม เพื่อให้สามารถฝึกได้อย่างคล่องตัวและปลอดภัย เมื่อมีการสอบวัดระดับในแต่ละขั้น ทางสำนักจะมีการ เปลี่ยนสีเสื้อยืดตาม Level ที่สอบผ่าน เพื่อแสดงระดับและพัฒนาการของผู้เรียนอย่างชัดเจนภายในระบบการเรียนของสำนัก

ครูผู้สอน

Ryu

Ryu

Aeronautical Engineer and Instructor

Ken

Ken

Fengshui Architect, Lecturer and Instructor

สนใจสมัครเรียน?

ปรึกษาหลักสูตรที่เหมาะสมกับคุณ

ทุกวัน 10:00 - 20:00 น.

LINE Official

LINE QR Code

@imacdojo

Gallery

แกลเลอรี

Gallery 1
Gallery 2
Gallery 3
Gallery 4
Gallery 5
Gallery 6
Gallery 7
Gallery 8
Gallery 9
Gallery 10
Gallery 11
Gallery 12
Gallery 13
Gallery 14
Gallery 15
Gallery 16
Gallery 17
Gallery 18
Gallery 19
Gallery 20
Gallery 21
Gallery 22
Gallery 23
Gallery 24
Gallery 25
Gallery 26
Gallery 27
Gallery 28
Gallery 29
Gallery 30
มวยหย่งชุน ซีอาน (สายยิปมัน)
1 ชั่วโมงเรียน

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

รวมคำถามที่ผู้เรียนมักถามเกี่ยวกับหลักสูตรนี้

มวยหย่งชุน ซีอาน (สายยิปมัน) คืออะไร?
มวยหย่งชุน ซีอาน (สายยิปมัน) คือศิลปะการต่อสู้ระยะประชิดที่เน้นการป้องกันตัวและการใช้งานจริง โดยฝึกจากหลักสำคัญของหย่งชุน เช่น โครงสร้างร่างกาย เส้นกลาง มุม จังหวะ การรับแรง และการตอบโต้ระยะประชิด ผู้เรียนจึงไม่ได้เรียนเพียงท่าทาง แต่ได้เข้าใจวิธีใช้วิชาอย่างเป็นระบบในสถานการณ์จริง
ในหลักสูตรมวยหย่งชุนของ IMAC Dojo เรียนอะไรบ้าง?
หลักสูตรนี้แบ่งการเรียนตามโครงสร้างสำคัญของหย่งชุน ได้แก่ เสี่ยวเนี่ยนโถว, ซวิ๋นเฉียว, เปียวจื่อ และมู้เหยินจวง เพื่อให้ผู้เรียนค่อย ๆ พัฒนาจากพื้นฐานไปสู่การใช้งานจริง นอกจากนี้ ในบางช่วงของการเรียนยังมีการสอดแทรก พื้นฐานมวยไทยเชิงป้องกันตัว เพื่อช่วยให้เข้าใจเรื่องระยะ อาวุธของร่างกาย และการรับมือสถานการณ์จริงได้ชัดขึ้น โดยยังคงมีมวยหย่งชุนเป็นแกนหลักของหลักสูตรอย่างชัดเจน
ผู้เริ่มต้นที่ไม่เคยเรียนศิลปะการต่อสู้มาก่อน สามารถเรียนมวยหย่งชุนได้หรือไม่?
ได้ หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้หญิง ผู้ชาย และผู้เริ่มต้นทุกวัย เพราะไม่เน้นกำลังหรือท่ายากเกินจำเป็น แต่เน้นหลักที่ถูกต้อง ใช้ได้จริง และพัฒนาได้ต่อเนื่อง ผู้เรียนจึงสามารถเริ่มจากพื้นฐานและค่อย ๆ สร้างความเข้าใจเรื่องการยืน การทรงตัว เส้นกลาง จังหวะ และการตอบโต้ได้อย่างมั่นคง
เรียนมวยหย่งชุนที่ IMAC Dojo ดียังไง?
จุดเด่นของการเรียนมวยหย่งชุนที่ IMAC Dojo คือผู้เรียนจะได้ฝึกกับอาจารย์ผู้สอนที่เป็น ศิษย์สายตรงจากอาจารย์ยิปมัน ทำให้การถ่ายทอดวิชามีรากสายชัดเจน และยึดหลักของหย่งชุนอย่างเป็นระบบ ผู้เรียนจะได้เรียนทั้งโครงสร้างร่างกาย เส้นกลาง มุม จังหวะ การรับแรง และการตอบโต้ระยะประชิดอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงการจำท่า แต่เป็นการเข้าใจวิธีใช้วิชาให้เหมาะกับสถานการณ์จริง จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนมวยหย่งชุนที่มีที่มา มีหลักการ และนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
ยิปมัน (Ip Man) คือใคร?
ยิปมัน (Yip Man) คือปรมาจารย์มวยหย่งชุน (Wing Chun) ระดับโลก เกิดปี 1893 ที่เมืองฝอซาน ประเทศจีน เป็นผู้ปฏิวัติการสอนมวยหย่งชุนจากระบบปิดให้เข้าใจง่ายและแพร่หลายสู่สากล โดยมีลูกศิษย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ บรูซ ลี (Bruce Lee) ยิปมันได้รับการยกย่องว่าเป็น "Grandmaster" ผู้ทำให้หย่งชุนกลายเป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีผู้เรียนกว่า 2 ล้านคนทั่วโลกในปัจจุบัน
ยิปมัน เรียนมวยหย่งชุนมาจากใคร?
ยิปมันเริ่มเรียนมวยหย่งชุนตั้งแต่อายุ 7 ขวบ โดยเป็นศิษย์คนสุดท้ายของ เฉิน หว๋าซุ่น (Chan Wah-shun) ต่อมาในช่วงที่ไปเรียนต่อที่ฮ่องกง เขาได้มีโอกาสศึกษาวิชาเพิ่มเติมกับ เหลียง ปิ๋ก (Leung Bik) ซึ่งเป็นบุตรชายของเหลียงจ้าน (อาจารย์ของเฉินหว๋าซุ่น) ทำให้ยิปมันได้รับความรู้สายตรงและนำมาพัฒนาวิชาหย่งชุนให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
บรูซ ลี (Bruce Lee) เป็นศิษย์ของยิปมันจริงหรือไม่?
จริง บรูซ ลี เข้าฝากตัวเป็นศิษย์ของยิปมันในช่วงปี 1950 ที่ฮ่องกง โดยยิปมันเป็นผู้ถ่ายทอดพื้นฐานมวยหย่งชุน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่บรูซ ลี นำไปต่อยอดพัฒนาเป็นวิชา "จีทคุนโด้" (Jeet Kune Do) ในเวลาต่อมา
ยิปมันเสียชีวิตเมื่อไหร่ และทิ้งมรดกอะไรไว้?
ยิปมันเสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 1972 ที่ฮ่องกง ในวัย 79 ปี มรดกที่สำคัญที่สุดคือการตั้งสมาคม Ving Tsun Athletic Association และการฝึกสอนศิษย์สายตรงมากมาย (เช่น เลียงถิ่ง, หวง สุนเหลียง) ที่ช่วยกันกระจายมวยหย่งชุนไปกว่า 65 ประเทศทั่วโลก ทำให้ชื่อของ "ยิปมัน" กลายเป็นสัญลักษณ์ของศิลปะการต่อสู้จีนจนถึงปัจจุบัน
ใครคือผู้ก่อตั้งมวยหย่งชุน?
ต้นกำเนิดของหย่งชุนมีหลายตำนาน แต่ที่แพร่หลายที่สุดคือเชื่อว่าริเริ่มโดย แม่ชีอู่เม่ย (Ng Mui) ที่ถ่ายทอดวิชาให้แก่หญิงสาวชื่อ เหยียน หย่งชุน (Yim Wing-chun) อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่สืบทอดชัดเจนจะเริ่มจาก เหลียงจ้าน (Leung Jan) ปรมาจารย์แห่งเมืองฝอซานในสมัยราชวงศ์ชิง
หลักการสำคัญของมวยหย่งชุนคืออะไร?
หลักการหัวใจสำคัญคือ "ทฤษฎีเส้นกลางตัว" (Centerline Theory) ซึ่งเน้นการโจมตีและป้องกันผ่านแนวแกนกลางของร่างกายที่เป็นระยะทางสั้นที่สุด รวมถึงการใช้ "แรงสะท้อน" (Inch Power/Cun Jin) และการโจมตีพร้อมป้องกันในเวลาเดียวกัน (Economy of Movement)

ยังมีคำถามอื่น?

ติดต่อทีมงานได้โดยตรงผ่าน LINE

LINE: @imacdojo