วูซู Wushu

Wushu วูซู ศิลปะการต่อสู้ของชาวจีน

The Best Art of Chinese Fighting : Wushu วูซู ศิลปะการต่อสู้ของชาวจีน

วูซู

Wushu วูซู หรือ อู่ซู่ แปลว่า วิทยายุทธ หรือ ศิลปะการต่อสู้จีน มาจากรากศัพท์ คำว่า 武 “Wu” แปลว่า การต่อสู้หรือการรบทางทหาร และ 術 “Shu” แปลว่าศิลปะ ดังนั้น วูซู วูซู จึงแปลว่า ศิลปะการต่อสู้จีน หรือ Chinese Martial Arts ซึ่งใช้ในการต่อสู้จริงมาตั้งแต่โบราณและใช้ในการฝึกฝนเพื่อสร้างเสริมสุขภาพพลานามัย สำหรับประเทศไทย คนส่วนใหญ่อาจไม่ค่อยคุ้นกับคำว่า วูซู แต่จะคุ้นคำว่า กังฟู มากกว่า เพราะว่าในสมัยก่อนที่ชาวจีนโพ้นทะเลเดินทางเข้ามาในเมืองไทยนิยมทำอาชีพขายยา ประเภทยาแก้ช้ำใน ยาครอบจักรวาล โดยมีการแสดงมวยจีนประกอบกับการขายยา จนคนไทยในสมัยอดีตคุ้นกับคำว่า หนังขายยา หรือ ปาหี่ขายยา ซึ่งมีความหมายนัยยะไม่ค่อยสู้ดี นอกจากนี้ในยุค 70 หนังจีนเข้ามาในประเทศไทยและได้รับความนิยมอย่างสูง คนยุคก่อนดูหนังจีนกำลังภายในที่มักจะบอกว่าใช้วิชากังฟูจนคนไทยคุ้นชินไปแล้วว่า กังฟู ก็คือมวยจีนนั่นเอง นอกจากนี้ กังฟู ก็ยังแพร่หลายในประเทศไทยในรูปแบบของการรำมวยจีนตามสวนสาธารณะที่เป็นที่นิยมของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะที่สวนลุมพินีจะมีสำนักสอนมวยจีนหลากหลายให้เลือกเรียนได้ทั้งแบบเสียเงินค่าสมาชิกและสอนฟรี แต่ในประเทศจีน ศิลปะการต่อสู้จีน จะเรียกว่า “วูซู” แต่เนื่องจากชาวโลกยังไม่ค่อยคุ้นจึงอนุโลมให้ช้คำว่า “กังฟู” ต่อท้ายคำว่า “วูซู” เพื่อให้ลดการสับสนของผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้จีน

ความหมายของวิชาวูซู Wushu Meaning

หลีเหลียนเจี๋ยหรือ Jet Lee ได้ให้ความหมายของวิชาวูซูในปี 2550 ว่า วิชาวูซู คือ กีฬาวูซูจีนที่เป็นรูปแบบของการแข่งขันซึ่งได้รับการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันให้สูงขึ้นตลอดเวลา กีฬาวูซูเป็นเพียงแขนงหนึ่งของกิ่งก้านวูซูที่มีมากมาย ถ้าจะลองถามคนต่างชาติว่า วูซู คืออะไร รับรองว่าส่วนมากจะไม่สามารถตอบได้และส่วนใหญ่ไม่รู้ความหมายแท้จริงของวูซู ความจริงวิชาวูซูไม่ได้เป็นเพียงศิลปะวัฒนธรรมของชนชาติจีนแต่เป็นศิลปะวัฒนธรรมแห่งเอเซีย เปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่ที่หยั่งรากลึกลงในดิน แผ่นกิ่งก้านสาขาสู่โลกกว้าง ที่เผยแพร่ในลักษณะกีฬาวูซูเป็นเพียงวูซูเพื่อการแข่งขันเท่านั้น ยังมีอีกหลายกิ่งก้านของวิชาวูซูที่ยังรอการเผยแพร่อยู่ ผู้เกี่ยวข้องในวงการวูซูควรต้องมีปณิธานในการหาวิธีเผยแพร่วิชาวูซูทุกแขนงออกไปให้กว้างขวางอย่างเป็นรูปธรรมให้จงได้

ประเภทของวิชาวูซู Wushu Classification

ในประเทศไทย วูซูสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทสำหรับการแข่งขัน คือ ประเภทยุทธลีลา ประเภทต่อสู้ และ วูซูราชสีห์สิงโต

ประเภทที่ 1 : วูซูประเภทยุทธลีลา "เถ้าลู่" 套路

วูซูประเภทยุทธลีลาเป็นการแสดงศิลปะการต่อสู้จีนแบบคลาสสิกที่สุด ในการแข่งขันเชิงกีฬาเราจะรู้จักในชื่อการแข่ง “เถ้าลู่” 套路 เป็นการนำท่าต่อสู้รุกรับ ด้วยท่าชก ตี เตะ ถีบ คว้า จับ หัก ล็อก ทุ่ม เหวี่ยง จี้จุด แทง ในรูปแบบของมวยเส้นหรือท่ารำตามหลักวิชาการต่อสู้จีน เพลงยุทธที่ฝึกจะเป็นการถักทอรวบรวมท่าต่อสู้ให้เป็นมวยชุดหรือมวยเส้นที่ผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้จีนใช้ในการฝึกฝนให้เข้าถึงพื้นฐานและหลักวิชาอย่างแท้จริง 

1. วูซูประเภทยุทธลีลาแบบมือเปล่า

วูซูประเภทยุทธลีลามือเปล่า คือการใช้หมัดมวยชนิดต่าง ๆ ของวิชาวูซู ซึ่งแบ่งออกได้เป็นวิชาสายมวยเหนือ มวยใต้ และมวยภาคกลางหรือมวยนอกด่าน ซึ่งในการแข่งวูซูยุทธลีลายังแบ่งออกได้หลัก ๆ ประมาณ 9 ประเภท และยังมีวูซูยุทธลีลาแบบมือเปล่าอีกมากที่ไม่ได้กล่าวในที่นี้เพราะวิชามวยจีนมีการแตกแขนงการฝึกฝนและแข่งขันอย่างกว้างขวาง

1.1 มวยฉางฉวน

วิชามวยฉางฉวนเป็นเพลงยุทธ์ที่เรียบเรียงมาประมาณไม่กี่สิบปีที่ผ่านมาโดยรวบรวมวิชายุทธ 6 สกุลรวมกันหนึ่งในนั้นคือวิชาเส้าหลิน  มวยฉางฉวนมีจุดเด่นที่มีความเคลื่อนไหวอย่างชัดเจน ว่องไวรวดเร็ว  ในท่วงท่าวิชานอกจากความรวดเร็วแล้วยังมีควาเชื่องช้าที่เน้นความชัดเจนของจังหวะเพลวยุทธ ผู้ฝึกต้องสามารถผสมผสานความแข็งอ่อน เร็วช้า ของสายวิชาอย่างชัดเจน

1.4 มวยหนานฉวน

วิชามวยหนานฉวนหรือมวยใต้ เป็นวิชาที่แพร่หลายและฝึกฝนกันอย่างมากในแถบมณฑลกวางตุ้งและฝูเจี้ยน มวยใต้ที่เรารู้จักกันอย่างมากคือ มวยหย่งชุน มวยหงฉวน มวยอู๋จู่ฉวน เป็นต้น เอกลักษณ์ของมวยหนานฉวนคือวิชาเพลงยุทธ์ที่รุนแรง ดุดัน แข็งแกร่ง หนักแน่น วิชารัดกลุม มีการเกร็งกล้ามเนื้อ ใช้พลังภายนอกมาก มีการเปล่งเสียงเมื่อใช้เพลงยุทธ์ มวยหนานฉวนก็เป็นหนึ่งในต้นทางของวิชาคาราเต้ของประเทศญี่ปุ่นด้วย

1.3 มวยไท่จี๋ฉวน (มวยไทเก๊ก)

มวยไทเก๊กเป็นวิชามวยที่คิดค้นโดยปรมาจารย์จางซานฟงแห่งสำนักบู๊ตึ๊ง เพลงมวยมีความเชื่องช้า เน้นการเคลื่อนที่แบบไทจี๋ทรงกลม เคลื่อนไหวแผ่วเบาแต่แฝงพลังปราณอันแข็งแกร่งที่เวียนอยู่ในร่างกาย ใช้สมาธิจิตเป็นตัวชี้นำการฝึกฝน มวยไทเก๊กเป็นมวยที่ได้รับการยอมรับว่าช่วยสร้างเสริมสุขภาพของผู้ฝึกและยอมรับว่าเป็นหนึ่งในการออกกำลังกายที่ดีที่สุดในโลก โดยมวยไทเก๊กมีหลายตระกูล แต่มวยไทเก๊กตระกูลหยางและมวยไทเก๊กตระกูลเฉิน เป็นมวยที่นิยมฝึกในประเทศไทยมากกว่าสายตระกูลอื่นที่มีสอนอยู่เช่นกัน

1.4 มวยสิงอี้ฉวน

มวยสิงอี้ฉวนเป็นมวยที่กำเนิดแถบ เหอหนาน ซานซี และเหอเป่ย เคล็ดลับของมวยสิงอี้ฉวนคือการประสานใจเป็นหนึ่งและได้กำเนิดมาจากมวย 5 สายพันธุ์และรูปลักษณ์ของสัตว์ 12 ชนิด ลักษณะเด่นของมวยสิงอี้คือการโจมตีเป็นเส้นตรงอย่างรุนแรงและทรงพลังในระยะสั้น มวยสไตล์นี้ได้ใช้ในการต่อสู้จริงและฝึกอย่างจริงจังโดยอาศัยจิตเพื่อสัมพันธ์กับการต่อสู้ หลายท่านจึงเรียกวิชามวยสิงอี้ฉวนว่าเป็นมวยจิตยุทธ์

1.5 มวยปากว้า

มวยปากว้า หรือ ปาคว่าจ่าง หรือที่คนไทยเรียกว่า “ฝ่ามือแปดทิศ” เป็นวิชาที่ใช้หลักการเคลื่อนไหวเป็นวงกลม เท้าหนึ่งสืบหงายไปด้านหน้าในลักษณะเปิดและอีกเท้าหนึ่งสืบตามในลักษณะปิดและบิดเข้า จุดเด่นของวิชาปากว้าคือการพลิกแพลงกระบวนฝ่ามือ การเคลื่อนไหวประสานเพลงยุทธ์ที่ต่อเนื่องกลมกลืนคล่องแคล่ว เชื่อว่าฝ่ามือแปดทิศนี้ได้รับอิทธิพลมาจากวิชา “อี้จิง” ของศาสนาเต๋า ซึ่งมีการพลิกแพลงอาศัยหลักการ 4 รูปลักษณ์และ 8 ทิศทาง

1.6 หมัดปาจี๋ฉวน

หมัดปาจี๋ฉวน เป็นวิชาเพลงยุทธ์ที่ใช้จริงในราชสำนัก เป็นวิชาที่องค์รักษ์ในวังใช้ในการต่อสู้จริง มีลักษณะการใช้พลังสำแดงในระยะประชิดตัววงในของคู่ต่อสู้ โดยมีการป้องประคองและพุ่งประชิดกระแทกพลังอย่างรุนแรง โดยการส่งพลังกระแทกเท้าบุกพรุ่งเพื่อทำลาย เป็นแนวมวยที่เน้นการระเบิดพลัง ในการฝึกฝนวิชามวยสไตล์นี้จะมีความหนักแน่น ประสานภายนอกและภายใน เป็นมวยที่กำเนิดจากทางเหนือของประเทศจีน

1.7 ทงเป้ยฉวน

ทงเป้ยฉวน แปลตรงตัวคือ การกระจายพลังจากการชกมวยหลัง คำว่า “ทง” แปลว่า ผ่าน คำว่า “เป้ย” แปลว่า “หลัง” คำว่า “ฉวน” แปลว่าหมัด ดังนั้นทงเป้ยฉวนจึงเป็นมวยจีนที่อาศัยหลักการขว้างข้อมือหรือการสลัดข้อ ด้วยการตบ การสอด อาศัยหมัดและนิ้วจู่โจมชายโครงคู่ต่อสู้ มีการผสมผสานการใช้หมัดและฝ่ามือ ฝึกการส่งแรงจากเอว มีประสิทธิภาพในการจู่โจมในระยะไกล เป็นมวยที่มีการฝึกฝนและกำเนิดจากทางภาคเหนือของประเทศจีนโดยมีอิทธิพลมาจากวิชาในศาสนาเต๋า

1.8 มวยเส้าหลิน

มวยเส้าหลินเป็นวิชาที่เชื่อว่าสร้างขึ้นโดยปรมาจารย์ตั๊กม้อหรือพระโพธิธรรมโดยมีหลักฐานการสืบทอดเพลงยุทธ์ที่ผนังวัดเส้าหลินแห่งซงซาน แนวทางของมวยเส้าหลินคือมวยที่ตรงไปตรงมา มีทิศทางในการฝึกแนวตรงทั้งไปและกลับ ท่ามวยมุมแครัดกุม เป็นเพลงยุทธที่แข็งแกร่งมีการออกเสียงเมื่อใช้ท่วงท่าที่โจมตี เป็นวิชาที่มีการถ่ายทอดทั้งเมืองจีนและต่างประเทศ ปัจจุบันมวยเส้าหลินได้พัฒนาถึงการทำหลักสูตรที่สามารถเรียนได้ถึงระดับปริญญาเอกด้านมวยเส้าหลินโดยตรงที่เหอหนานประเทศจีน

1.9 เซี่ยงสิงฉวน

เซี่ยงสิงฉวน คือเพลงยุทธเลียนแบบ ซึ่งเป็นวิชายุทธ์ที่ใช้ต่อสู้ป้องกันตัวโดยการเลียนแบบท่าทางพฤติกรรมของสัตว์ต่าง ๆ ผสานกับการใช้เทคนิคการต่อสู้ที่ใช้ได้จริง เช่น มวยลิง มวยงู หมักเสือ หมัดเมา หมัดกระเรียน มวยตั๊กแตน มวยแมงป่อง กรงเล็บอินทรีย์ เป็นต้น การเลียนแบบคือการลอกพฤติกรรมของสัตว์บางส่วนมาเพื่อให้เกิดจุดเด่นในการฝึกมวยสไตล์นี้

2. วูซูประเภทยุทธลีลาแบบอาวุธ

วูซูประเภทยุทธลีลาแบบอาวุธ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ อาวุธสั้น (ดาบ กระบี่ มีดสั้น เป็นต้น), อาวุธยาว (ไม้พลอง, ทวน, ดาบ, ดาบใหญ่ เป็นต้น), อาวุธคู่ (ดาบคู่, กระบี่คู่, ตะขอคู่, ทวนคู่, ค้อนคู่ เป็นต้น) และ อาวุธอ่อน (แส้หนัง, แส้เก้าท่อน, กระบอง 3 ท่อน, ไม้พลองแม่ลูก, ลูกตุ้มดาวตก เป็นต้น)

3. วูซูประเภทการประกบเข้าคู่

วูซูประเภทการประกบเข้าคู่ หรือ ตุ้ยเลี่ยน เป็นการแสดงการต่อสู้ของผู้ฝึกวูซู 2 คน หรือมากกว่านั้น โดยมีการต่อสู้ 3 แบบ คือ ต่อสู้แบบมือเปล่ากับมือเปล่า, ต่อสู้อาวุธกับอาวุธ และ มือเปล่าสู้กับอาวุธ

4. วูซูประเภทหมู่คณะหรือแบบทีม

วูซูประเภทหมู่คณะคือการแสดงมวยโดยต้องมี 6 คนขึ้นไป แสดงชุดมวยพร้อมมโหรี เป็นการสาธิตวิชามวยให้เป็นที่สนใจ เน้นการแสดงที่พร้อมเพรียงและใช้แรง ลีลา ที่ชัดเจน มีการแต่งกายที่แสดงอัตลักษณ์ของมวยหรือวิชาที่ต้องการแสดงได้อย่างเหมาะสม

ประเภทที่ 2 : วูซูประเภทการต่อสู้ป้องกันตัว

วูซูประเภทการต่อสู้ป้องกันตัว เป็นการใช้ศิลปะการต่อสู้ของจีนหรือวิชาวูซูเข้าปะทะต่อสู้กัน ซึ่งแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ประเภทคือการต่อสู้แบบประลองยุทธ์บนเวทีและการฝึกวิชาเพื่อการต่อสู้ป้องกันตัว

2.1 ประเภทประลองยุทธ์ "สานโส่ว" หรือ "สานต่า"

การต่อสู้แบบประลองยุทธ์บนเวทีโดยมีกติกา ข้อบังคับ อย่างชัดเจนโดยอาศัยข้อกำหนดของสมาคมกีฬาวูซู การต่อสู้แบบนี้คล้ายกับการต่อสู้แบบมวยไทย Kickboxing หรือคาราเต้ แต่มีสไตล์และลักษณะการแข่งขันเฉพาะตัวซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นการฝึกต่อสู้ที่ใช้ต่อสู้ได้จริง

2.2 ประเภทประลองยุทธ์ แบบต่อสู้ป้องกันตัว "ฝางเซินซู่"

การต่อสู้แบบฝางเซินซู่คือการต่อสู้โดยใช้รากฐานของศิลปะการต่อสู้จีนในแต่ละแขนงซึ่งมีความแตกต่างกันตามสายวิชา เช่นถ้าเป็นการต่อสู้ในสายกำลังภายนอกจะเน้นการหยุดคู่ต่อสู้เป็นตัวชี้วัดการแพ้ชนะ ถ้าเป็นวิชากำลังภายในจะเน้นการต่อสู้แบบผสมผสานกำลังภายในภายนอกการเคลื่อนไหวที่เป็นตัววัดชัยชนะ ฯลฯ

ประเภทที่ 3 : วูซูประเภทราชสีห์หรือเชิดสิงโต

วูซูประเภทเชิดสิงโตหรือวูซูราชสีห์ คือการแข่งการใช้ทักษะวูซูกับการแสดงเชิดสิงโตเพื่อถ่ายทอดวัฒนธรรมของจีน ลักษณะการเดิน ท่วงท่า ที่ไปพร้อมกับจังหวะกลองและฉาบจีน การแสดงท่าเทคนิค การแสดงราชสีห์ในรูปแบบค่ายกล หรือการให้ราชสีห์ข้ามเสาดอกเหมย ก็เป็นที่นิยมในการแข่งขัน

วูซู Wushu วิถีของการถ่ายทอดศิลปะป้องกันตัวจีนจากรุ่นสู่รุ่น

วิชาวูซูหรือกังฟู ในประเทศไทย ยังเป็นวิชาที่ยังไม่ได้แพร่หลายเหมือนศิลปะการต่อสู้ชนิดอื่น ในอดีตมวยวูซูมักต้องเรียนจากสวนสาธารณะที่มีอาจารย์ที่มีการฝึกวิชาทำการสอนลูกหลานชาวจีนที่สนใจ ในยุคหลังเริ่มมีโรงเรียนสอนมวยจีนบ้างแต่ก็ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย อาจเป็นเพราะเราพูดคำว่า “มวยจีน” คนส่วนใหญ่จะคิดว่า “มวยจีน” คือการต่อสู้ สำหรับคนไทยจำนวนมากมักมีอคติความเชื่อว่า ไม่มีวิชาการต่อสู้ป้องกันตัวชนิดไหนที่จะสู้ “มวยไทย” ได้ และเชื่อว่าการฝึกมวยอื่นที่นอกจากมวยไทยเป็นการเสียเวลา ในการต่อสู้ต้องยอมรับว่ามวยไทยเป็นวิชาที่ฝึกเพื่อใช้ในการต่อสู้ที่ใช้ได้จริง ฝึกร่างกายให้แข็งแรง มวยไทยปัจจุบันเป็นมวยที่เน้นการแข่งขันในเชิงกีฬาและการต่อสู้ ต่างจากอดีตมวยไทยโบราณ ซึ่งแนวทางการฝึกก็ไม่ได้แตกต่างจากมวยจีน มีการฝึกแม่ไม้มวยไทย ลูกไม้มวยไทย การไหว้ครู ฯลฯ ผู้ฝึกมวยไทยปัจจุบันจะฝึกบางส่วนของแม่ไม้ลูกไม้ที่สามารถฝึกได้ง่ายและใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยคัดเฉพาะส่วนที่ใช้ต่อสู้ สำหรับมวยจีนนั้นไม่ได้สร้างมาเพื่อการต่อสู้เท่านั้น หลักของการฝึกมวยจีนคือการฝึกร่างกาย ฝึกสมาธิ ฝึกปราณ ฝึกการผสมผสานระหว่างร่างกายและจิตใจ โดยเน้นการเข้าใจและพัฒนาร่างกายให้ดีขึ้นในเชิงบูรณาการ คนฝึกมวยจีนส่วนใหญ่ไม่ได้ฝึกมาเพื่อใช้ต่อสู้ ในการต่อสู้ของมวยจีนที่แท้จริงจะอยู่ในประเภทผู้ฝึกวูซูประเภทสานต่า ซึ่งต่อสู้คล้ายกับนักมวยไทยที่ต่อสู้บนเวที คนฝึกมวยจีนส่วนใหญ่ไม่ได้ฝึกสานต่า แต่ฝึกเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและเป็นการสืบสานศิลปะวัฒนธรรมอันดีของประเทศจีนจากรุ่นสู่รุ่น 

สำหรับประเทศไทยถือว่าโชคดีที่มีการจัดตั้งสมาคมกีฬาวูซู ประเทศไทย ซึ่งสนับสนุนโดยการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งได้รับการอนุมัติให้มีการแข่งขันกีฬาวูซูในระดับนานาชาติ วิชาวูซูจึงได้บรรจุเป้นหลักสูตรการเรียนการสอนอย่างเป็นทางการในบางสถาบันการศึกษา และมีการฝึกฝนนักกีฬาที่มีความเชี่ยวชาญโดยการสนับสนุนจากทางสมาคมฯ ทำให้วิชาวูซูในประเทศไทยเริ่มมีผู้รู้จักและให้ความสนใจในการฝึกเพื่อถ่ายทอดวัฒนธรรมการต่อสู้จีนให้สืบไปอย่างดีสำหรับผู้สนใจ บทความในนี้ได้คัดลอกบางส่วนมาจากคู่มือสอนกีฬาวูซูของสมาควูซูแห่งประเทศไทย โดยมีเป้าหมายช่วยทำการเผยแพร่กีฬาวูซูและเชิดชูสมาคมกีฬาวูซู ประเทศไทย ที่ช่วยให้ศิลปะวัฒนธรรมการต่อสู้ของจีนยังคงอยู่และก้าวหน้าในอนาคต บทความนี้เรียบเรียงโดย ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ เจ้าของโรงพิมพ์ลักษมีรุ่ง โรงพิมพ์ลาดพร้าว และโรงเรียนสอนการต่อสู้ IMAC Dojo เพื่อประชาสัมพันธ์และให้ผู้ที่ไม่เคยรู้จักวูซูมีความเข้าใจในกีฬาวูซุมากย่ิงขึ้น

ตัวอย่างคลิปแสดงศิลปะวูซูที่งานนิทรรศการ Bruce Lee จากครูเรนและมิเชล จากโรงเรียนสอนการต่อสู้ IMAC Dojo

Leave a Comment

Your email address will not be published.