วัดเส้าหลิน กังฟูเส้าหลิน Shaolin Kungfu

วัดเส้าหลิน กังฟูเส้าหลิน Shaolin Kungfu

เส้าหลิน

วิชากังฟูวัดเส้าหลิน เป็นหนึ่งในวิชาวูซูที่เก่าแก่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดของประเทศจีน วิชากังฟูนี้เป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะการต่อสู้กับหลักปฏิบัติของพุทธศาสนานิกายเซน ซึ่งก่อตั้งโดยพระโพธิธรรมหรือพระอาจารย์ตั๊กม้อที่วัดเส้าหลินมณฑลเหอหนานที่ประเทศจีนเมื่อประมาณ 1,500 ปีที่ผ่านมา จนมีคำกล่าวในวงการผู้ฝึกวิทยายุทธ์หรือวูซูว่า “เส้าหลินกังฟูคือสุดยอดวิชากังฟูภายในผืนแผ่นดินนี้” วิชาต่อสู้ทุกสายล้วนก่อกำเนิดจากเส้าหลิน ดังนั้นคำว่ากังฟูเส้าหลินหรือเส้าหลินกังฟูเป็นตราสัญลักษณ์ของสุดยอดวิชากังฟูจวบจนปัจจุบัน ซึ่งวิชากังฟูเส้าหลินปัจจุบันก็แบ่งออกเป็น 2 สายที่คอหนังจีนกำลังภายในจะรู้จักกันดี คือเส้าหลินเหนือและเส้าหลินใต้ สำนักเส้าหลินเหนือจะมีความโดดเด่นในการแสดงทักษะ มีการใช้เท้ามากและใช้ทักษะของยิมนาสติกในการฝึกฝน ส่วนสำนักเส้าหลินใต้จะเป็นมวยที่ใช้ต่อสู้จริง เนื่องจากยุคที่มีการปราบปรามในราชวงศ์ชิง ผู้ฝึกวิทยายุทธ์ส่วนใหญ่จะหนีลงภาคใต้และตั้งกลุ่มแฝงตัวในลักษณะนักแสดงงิ้ว พ่อค้า และบ้างก็เปิดสำนักฝึกมวย แต่อุดมการณ์ของผู้ฝึกวิชาเหล่านั้นที่ย้ายถิ่นฐานมาทางใต้คือการกู้ชาติ จึงมีการฝึกที่เน้นการต่อสู้ จึงเป็นสไตล์ของมวยเส้าหลินแบบมวยใต้ซึ่งจะเน้นความแข็งแกร่งรุนแรง ไม่เน้นท่าเทคนิคที่เหมือนใช้ในการแสดงมากกว่าต่อสู้จริง วิชากังฟูเส้าหลินฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้จึงมีสไตล์ที่คล้ายคลึงแต่ก็แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจน ไม่ว่าเส้าหลินเหนือหรือเส้าหลินใต้ก็เป้นกังฟูที่ได้รับการยอมรับในวงกว้างและเป็นที่รู้จักฝึกฝนกันทั่วโลก

วัดเส้าหลิน Shaolin Temple 少林寺

วัดเส้าหลิน เป็นวัดต้นกำเนิดของพุทธศาสนานิกายเซน Zen Buddhism ซึ่งเป็นพุทธศาสนาที่ผสมผสานแนวทางของพุทธศาสนานิกายมหายานและศาสนาเต๋าเข้าด้วยกันโดยมีแก่นแท้ในการเข้าถึงความจริงอันสูงสุดแบบทางตรง ไม่อ้อมค้อมเสียเวลากับตำรา ความคิดหรือคำพูด วัดเส้าหลินตั้งอยู่ที่เทือกเขาซงซาน Songshan Mountain ที่มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน  ซึ่งเทือกเขาซงซานถือเป็นหนึ่งในห้าเทือกเขาศักดิ์สิทธิ์

ในช่วงประมาณปี พ.ศ. 1070 พระโพธิธรรมหรือปรมาจารย์ตั๊กม้อ เจ้าชายจากประเทศอินเดียได้ศึกษาพระธรรมและบรรลุธรรมจนได้รับมอบหมายเป็นพระสายตรงที่สืบทอดโดยตรงจากพระพุทธเจ้าตามพุทธศาสนานิกายมหายาน โดยท่านเป็นผู้ได้รับถ่ายทอดธรรมและเป็นเสมือนสังฆราชในนิกายมหายานเป็นองค์ที่ 28 ได้เดินทางจากอินเดียมายังประเทศจีนที่วัดเส้าหลินโดยผ่านเส้นทางสายไหม เมื่อถึงวัดเส้าหลินท่านได้สอนมวยให้กับพระวัดเส้าหลินเพื่อวัตถุประสงค์ให้พระมีสุขภาพแข็งแรง หลังจากนั้นท่านได้ใช้เวลาประมาณ 9 ปีในการปฏิบัติสมาธิกรรมฐานโดยการจ้องมองกำแพงในถ้ำบนยอดเขาหนึ่งในเทือกเขาซงซาน ซึ่งในการปฏิบัติท่านได้สำเร็จธรรมในสไตล์ของเซนและได้เป็นผู้ก่อตั้งพุทธศาสนานิกายเซนคนแรกของโลก คำสอนส่วนใหญ่ของปรมาจารย์ตั๊กม้อในทางธรรมจะเน้นไปที่ ลังกาวตารสูตร ซึ่งเป็นพระสูตรเก่าแก่ของนิกายมหายาน เนื้อหาเป็นบทสนทนาระหว่างพระศากยมุนิพุทธเจ้ากับพระมหามติโพธิสัตว์ที่เกาะลงกา

การที่วัดเส้าหลินมีชื่อเสียงในด้านการต่อสู้มาจากในต้นราชวงศ์ถัง ในขณะนั้นมีพระวัดเส้าหลิน 13 รูปได้ช่วยหลี่ซื่อหมิ่นในการต่อสู้กับศัตรูที่สำคัญและสามารถจับศัตรูได้ช่วยให้หลี่ซื่อหมิ่นได้รับชัยชนะ ซึ่งภายหลังในปีพ.ศ.1169 หลี่ซื่อหมิ่นได้สถาปนาราชวงศ์ถัง โดยเป็นจักรพรรดิ์นามว่า “ถังไท่จง” ท่านได้ส่งพระราชองค์การขอบคุณอย่างเป็นทางการไปขอบคุณคณะสงฆ์วัดเส้าหลินที่ทำการช่วยเหลือจนได้รับชัยชนะ จักรพรรดิ์ถังไท่จงยังเป็นผู้ริเริ่มให้ขยายสาขาวัดเส้าหลินไปทั่วราชอาณาจักรเพื่อเป็นสถานที่ให้พระวัดเส้าหลินและทหารของทางการร่วมกันช่วยเหลือทางการทหารของราชวงศ์ ในตำนานจักรพรรดินีบูเช็กเทียนก็ได้เยี่ยมวัดเส้าหลินเพื่อเรียนรู้พระพุทธศาสนานิกายเซนอยู่หลายครั้ง ดังนั้นวัดเส้าหลินจึงเป็นสถานที่ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากในวังและมีอิทธิพลแผ่ขยายทั้งวิชาการต่อสู้และศาสนานิกายเซนในประเทศจีนอย่างมั่นคง

เส้าหลินได้เจริญรุ่งเรืองมาโดยตลอดแม้ว่าจะมีบางช่วงถูกโจรป่าเข้าปล้นทำร้ายบ้างแต่วัดเส้าหลินก็ยังคงฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ในช่วงต้นของราชวงศ์หมิง ทางราชสำนักไม่ได้ให้ความสำคัญกับการฝึกศิลปะการต่อสู้และไม่ได้ให้ความสำคัญกับวัดเส้าหลินเหมือนยุคก่อน แต่ต่อมาได้มีกลุ่มโจรสลัดชาวญี่ปุ่นทำการปล้นสดมภ์ตามชายฝั่งของประเทศจีน ซึ่งขณะนั้นแม่ทัพซีจี้กวัง 戚繼光 ได้รวบรวมผู้ฝึกวิทยายุทธ์รวมถึงคนของวัดเส้าหลินในการสร้างวิชามวยจีนเพื่อสอนเหล่าทหารในการต่อสู้กับโจรสลัดชาวญี่ปุ่นจนกระทั่งสามารถปราบปรามได้หมดสิ้น แม่ทัพซีจี้กวังจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นอาจารย์ทหารแห่งราชสำนักและเป็นวีรบุรุษในวัฒนธรรมจีนจนถึงปัจจุบัน จากการช่วยเหลือของวัดเส้าหลิน ราชวงศ์หมิงจึงได้ยกย่องวัดเส้าหลินอีกครั้งโดยยกเว้นภาษีอาหารและให้สิทธิพิเศษกับวัดเส้าหลินจนวัดเส้าหลินกลับมามีบทบาทสำคัญในยุคราชวงศ์หมิง หลังจากราชวงศ์หมิงเข้าสู่ราชวงศ์ชิง ในวัดเส้าหลินเหนือเป็นที่เคารพจากจักรพรรดิ์คังซี, จักรพรรดิ์หย่งเจิ้งและจักรพรรดิ์เฉียนหลงอย่างดี แต่ในเส้าหลินใต้ได้มีการปราบปรามโดยทางการเนื่องจากมีความพยายามของคนในยุคราชวงศ์หมิงสร้างแคมเปญ “ต้านชิงกู้หมิง” จึงทำให้มีการทำลายวัดเส้าหลินใต้ และเป็นที่มาของการกระจัดกระจายของผู้ฝึกวิชาเส้าหลินไปทั่วพื้นที่ภาคใต้ของประเทศจีน และเป็นที่มาของการเผยแพร่มวยจีนสไตล์มวยใต้อย่างกว้างขวางและทำให้มวยเส้าหลินใต้มีชื่อเสียงและฝึกฝนกันต่อมาจนกระทั่งปัจจุบัน

เส้าหลินกังฟู Shaolin Kung Fu

เส้าหลินกังฟู

การแบ่งประเภทของมวยเส้าหลิน

วัดเส้าหลินมีความเชื่อในปรัชญาของ 禅拳合一 หมายถึงณาณและมวยรวมเป็นหนึ่ง ปรัชญาของผู้ฝึกตนในวัดเส้าหลินจะทราบว่าผู้ปฏิบัติแบบเส้าหลินต้องฝึก ณาน หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่านิกายเซน เพื่อเข้าสู่ความจริงอันสูงสุดในทางพุทธศาสนา และต้องฝึก ฉวน หรือศิลปะการต่อสู้สไตล์เส้าหลิน ความหมายคือผู้ปฏิบัติของวัดเส้าหลินต้องฝึกทั้งพระพุทธศาสนาแบบเซนและศิลปะการต่อสู้สไตล์เส้าหลินไปพร้อมกัน ซึ่งในส่วนของ ฉวน หรือมวยเส้าหลินแบ่งออกเป็น 3 ประเภท

1. พื้นฐานมวยวัดเส้าหลิน

พื้นฐานมวยเส้าหลิน เน้นการฝึกความอดทนของร่างกาย ความแข็งแกร่ง ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและการทรงตัว ซึค่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการปรับร่างกายให้สามารถรองรับวิชาวัดเส้าหลินให้ได้อย่างดี 

2. ฝึกปราณวัดเส้าหลินหรือชี่กงของเส้าหลิน

ชี่กงของวัดเส้าหลินแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดคือ ชี่กงภายในและชี่กงภายนอก ชี่กงภายในคือการนั่งเดินลมปราณซึ่งมีการฝึกคล้ายกับการนั่งสมาธิแต่เป็นการฝึกสมาธิควบคู่กับการควบคุมลมหายใจเพื่อให้เกิดปราณภายใน สำหรับชี่กงภายนอกคือการฝึกปราณโดยมีการเคลื่อนไหวตัวพร้อมกับลมหายใจ เช่น วิชาซีต้วนกง, ปาต้วนจิน, อี้จินจิน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีวิชาชี่กง 72 ท่า ซึ่งเป็นการรวมระหว่างชี่กงแบบอ่อน 36 ท่าและชี่กงแบบแข็ง 36 ท่า

3. ทักษะการต่อสู้

ทักษะการต่อสู้ของเส้าหลิน มีการฝึกต่อสู้ด้วยมือเปล่า, ต่อสู้ด้วยอาวุธ, การต่อสู้มือเปล่ากับอาวุธ และการฝึกการต่อสู้แบบซานต้า Sanda ซึ่งคล้ายมวยไทยและ Kickboxing

สไตล์ของมวยเส้าหลิน

วิชามวยเส้าหลินมีสไตล์การฝึกผ่านท่าชุดหรือมวยเส้น ซึ่งมีทั้งท่าชุดมวยโบราณและท่าชุดมวยเลียนแบบสัตว์  ผู้ที่ฝึกมวยชุดของเส้าหลินจะมีการพัฒนาความจำและกล้ามเนื้ออย่างดี ซึ่งมวยชุดของเส้าหลินมาหลายร้อยเกือบพันชุดซึ่งทำให้วัดเส้าหลินเป็นแหล่งก่อกำเนิดชุดมวยที่มากที่สุดของประเทศจีน ในราชวงศ์ชิงพระวัดเส้าหลินได้คัดมวยชุดที่ดีที่สุดออกมา 100 ชุดเพื่อให้ได้ฝึกฝนในวัดและยังมีการคัด 18 ชุดมวยที่ดีที่สุดออกมาสอนและเผยแพร่ จึงมีคนเอามาทำหนังอุปมาว่าถ้าจะออกจากวัดเส้าหลินได้ต้องฝ่าด่าน 18 มนุษย์ทองคำ  ซึ่งก็คือการผ่านการฝึกมวยชุดของเส้าหลิน 18 ชุดได้อย่างดี วิชาที่มีชื่อเสียงของสไตล์มวยเส้าหลินมีอยู่มากดังนี้ ท่ามวยอรหันต์ 18 มือ, มวยหงฉวน, มวยเสี่ยวหงฉวน, มวยต้าหงฉวน, มวยทงเป้ยฉวน, มวยหมัด 7 ดาว, เหมยฮัวฉวน, มวยหมัดอรหันต์, มวยวัชรปราณี, มวยลิ่วเหอฉวน, มวยเลียนแบบสัตว์เช่น มวยมังกร มวยเสือ มวยเสือดาว มวยอินทรีย์ มวยลิง มวยงู มวยตั๊กแตน และมวยหมัดเมา

 

เส้าหลินในยุคปัจจุบัน

ปัจจุบันวัดเส้าหลินได้อยู่ในการดูแลของเจ้าอาวาส Shi Yongxin  ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสรุ่นที่ 30 ของวัดเส้าหลิน ท่านได้บวชตั้งแต่อายุ 17 ปีและได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสตั้งแต่ปีพ.ศ. 2536 และได้รับเลือกเป็น Chairman of Shaolin Temple Management Comittee ปัจจุบันได้มีการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศจีนและนานาชาติ ทำให้วัดเส้าหลินในปัจจุบันมีบทบาทในการเผยแพร่วัฒนธรรมในชิงศิลปะการต่อสู้สไตล์เส้าหลินไปยังโลกตะวันตก ทางวัดเส้าหลินยังได้ส่งครูและพระวัดเส้าหลินมายังประเทศต่างๆ เช่น ประเทศพม่า, ประเทศไทย, ประเทศกัมพูชา, ประเทศเนปาลและประเทศศรีลังกา เพื่อถ่ายทอดวัฒนธรรมและวิชากังฟูเส้าหลิน ปัจจุบันเส้าหลินได้ก่อตั้งศูนย์ในเชิงเผยแพร่วัฒนธรรมมากกว่า 40 แห่งทั่วโลกในหลายสิบประเทศ ทำการสอนศาสนาพุทธนิกายเซน ศิลปะการต่อสู้เส้าหลินและการทำสมาธิสไตล์เส้าหลิน เป็นต้น

ล่าสุดวัดเส้าหลินสาขาใหญ่ที่มณฑลเหอหนานได้ร่วมมือกับ Henan University ได้ทำการเปิดวิชา Chinese Kung Fu สำหรับสอนผู้สนใจชาวต่างชาติโดยเฉพาะ โดยจะทำการรับผู้ที่ชอบศิลปะกาต่อสู้ทั่วโลกไปเรียนที่ประเทศจีนซึ่งสามารถเรียนแบบไม่เอาวุฒิบัตร หรือเรียนในระดับปริญญาตรี, ปริญญาโท และปริญญาเอกสายวิชาเส้าหลิน โดยเป้าหมายหนึ่งของวัดเส้าหลินคือการเผยแพร่ศิลปะการต่อสู้ของเส้าหลินให้เป็นที่รู้จักและยอมรับเหมือนกับวิชาคาราเต้หรือเทควันโดที่ได้มีการเรียนและฝึกกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก ทางวัดเส้าหลินและ Henan University จึงได้ทำการเปิด The Wushu College of Henan University ในเดือนพฤศจิกายนปีพ.ศ. 2562 โดยทางวัดเส้าหลินจะเป็นผู้ส่งอาจารย์ที่มีความรู้และประสบการณ์ของวิชาเส้าหลินมาทำการสอนนักเรียนโดยตรง โดยมีการเปิดรับนักเรียนในปี พ.ศ. 2563 โดยมีการคัดเลือกนักเรียนที่มีทักษะอย่างดีในศิลปะการต่อสู้มากกว่า 30 ท่านทั่วโลกมาฝึกวิชาเส้าหลินอย่างเป็นระบบ ผู้ที่ศึกษาจบจะได้รับการส่งไปยังศูนย์สอนวิชาเส้าหลินทั่วโลก

เส้าหลินกังฟูในประเทศไทย

วิชาเส้าหลินหรือกังฟูเส้าหลินได้เผยแพร่เข้าสู่ประเทศไทยประมาณ 20 ปี โดยศิษย์ฆราวาสวัดเส้าหลินได้ทำการเปิดสอนในรูปแบบของโรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้และปัจจุบันได้มีการเผยแพร่ในวงจำกัด สอนในโรงเรียนนานาชาติบางแห่งและสอนกับกลุ่มชาวต่างชาติ ดาราชาวไทยและคนไทยจำนวนหนึ่ง โดยมีการขยายที่สอนมวยเส้าหลินไม่เกิน 5 แห่งทั่วประเทศ มวยเส้าหลินเป็นมวยที่เหมาะสำหรับเด็กถึงผู้สูงอายุ เด็กที่เรียนเส้าหลินจะได้พื้นฐานการฝึกฝนที่สามารถต่อยอดในการเรียนวิชาการต่อสู้สายอื่นได้ง่ายขึ้นเพราะมวยเส้าหลินให้ความสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของร่างกาย มวยเส้นหรือมวยชุดของเส้าหลินช่วยพัฒนาความจำให้กับเด็กทำให้เรียนเก่ง จดจำเก่งและมีความสังเกตุที่ดีขึ้น สำหรับวัยรุ่นและวัยทำงานสามารถเรียนเพื่อสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงขึ้น สามารถใช้วิชาเส้าหลินในลักษณะของความสามารถพิเศษสอบชิงทุนหรือทำการแสดงได้ ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุสามารถเลือกฝึกมวยโบราณที่ไม่หนักเกินไปและยังทำให้มีความแข็งแรง ชะลอวัยและฝึกปราณให้อายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ

ท่านที่สนใจฝึกวิชามวยเส้าหลินแบบ Private Class หรือสอนแบบตัวต่อตัว สอนแบบมีหลักสูตรที่พัฒนาแล้ว สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โรงเรียนสอนการต่อสู้ IMAC Dojo ลาดพร้าว 101 สอนโดยครูที่เรียนเส้าหลินมากว่า 20 ปี สอนได้ตั้งแต่เด็กอายุ 6 ปี ถึง 80 ปี ครูพร้อมในการวางแผนการสอนที่สอดคล้องเหมาะสมกับนักเรียนแต่ละท่าน ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line Official : @imacdojo หรือดูรายละเอียดที่ Link : https://imacdojo.com/wushu-taichi/ 

บทความนี้เขียนโดย ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ (ครูฟีนิกซ์) เจ้าของโรงพิมพ์ลักษมีรุ่ง โรงพิมพ์ลาดพร้าว พิมพ์ออฟเซ็ท ดิจิตอลออฟเซ็ท อิงค์เจ็ท และสติ๊กเกอร์ติดรถ 3M และเจ้าของโรงเรียนสอนการต่อสู้ IMAC Dojo สอนยูโด ยิวยิตสู คาราเต้เคียวคุชิน วูซู เส้าหลินกระบองสองท่อน การ์โปเอร่าย์ วิชา Self Defense เป็นต้น

ประวัติพระอาจารย์ตั๊กม้อ วัดเส้าหลิน

Leave a Comment

Your email address will not be published.